โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ธนัช" เปิดธุรกิจ Platform ONE Move พลิกโฉมรถโดยสาร 1,000 คัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 03.09 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2564 เวลา 00.23 น.

เรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมธุรกิจจากผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ก้าวเข้าสู่การให้บริการ platform ด้านการดูแลฟลีตรถและการขนส่งผู้โดยสาร โดย “ธนัช เงินประเสริฐศรี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนัชวิชญ์ แทรเวล

และสมาชิก YEC (Young Entrepreneur Chamber of Commerce : YEC) กทม. ได้ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” หลังจากคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การแข่งขันระดับประเทศ ในโครงการ YEC Pitching ปี 6 ซึ่งจัดขึ้นในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 39 ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

“นายธนัช” เล่าว่า ที่ผ่านมามีโอกาสเข้าอบรมหลักสูตรผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YECBK (Young Entrepreneur Chamber of Commerce Bangkok) รุ่น 4 ทำให้ได้รู้จัก YEC (Young Entrepreneur Chamber of Commerce) ซึ่งโครงการ YEC Pitching มีจัดขึ้นทุกปี

โดยที่ผ่านมาเคยสมัครเข้าร่วมโครงการ YEC Pitching ปี 5 ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เข้ามา และเมื่อมีการจัดโครงการ YEC Pitching ปี 6 ได้มีการสมัครเข้าร่วมอีกครั้ง ซึ่งได้รับความรู้หลาย ๆ อย่าง นำไปต่อยอดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ และทำให้เราเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้ามากขึ้น

เดิมทีเราเป็นบริษัทผู้ให้บริการรถโดยสารมากว่า 17 ปี ทำให้ทราบถึงปัญหาของผู้ประกอบการในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งการให้บริการรถโดยสารถือว่ามีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินผู้โดยสารค่อนข้างมาก มีข่าวค่อนข้างบ่อยเกี่ยวกับอุบัติเหตุ

อาทิ เบรกแตก รถพลิกคว่ำ ไฟไหม้ และประเทศไทยถือว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกที่มีอุบัติเหตุทางท้องถนน ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้คิดและหาวิธีแก้ไขในเรื่องนี้ จึงได้มีการจัดโครงการ

“ผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่งทางถนน (Transport Safety Manager)” เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและกำกับให้ผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุกในประเทศไทย มีระบบการบริหารจัดการ และการตรวจสอบความปลอดภัยด้านการขนส่งทางถนน

“หากให้กรมการขนส่งฯคิดคนเดียว จะคิดในแง่ตัวกฎหมายโดยเนื้องานกลุ่มรถบัส หรือกลุ่มรถขนาดเล็ก ผู้โดยสารไม่เกิน 20 คน หรือรถขนาดกลางผู้โดยสารไม่เกิน 50 คน เราเชื่อว่าไม่สามารถส่งมอบคุณภาพความปลอดภัยได้ตามความคาดหวังของผู้โดยสาร

และตามกฎหมายที่ออกมาบังคับ ถ้าหากไม่มีเครื่องมือมาช่วย ซึ่งเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยต้องเป็น platform ที่ทำได้ง่าย ทางผู้ประกอบการไม่ต้องไปคิดแพลตฟอร์มเอง ไม่ต้องลงทุนเขียนซอฟต์แวร์เอง ซึ่งตามท้องตลาดยังไม่มีซอฟต์แวร์แบบสำเร็จรูปให้ผู้ประกอบการได้ใช้”

จึงได้แนวคิดการทำโครงการ One Move ERP หรือ Platfrom ONE Move เป็นการให้บริการดูแลฟลีตรถและการขนส่งผู้โดยสาร รวมทุกกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งผู้โดยสาร อาทิ การจองรถ การรับงาน การวางแผนขนส่ง ควบคุมการขนส่งรถ จัดรถ จัดคน ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า

รวมถึงการซ่อมบำรุง ประวัติการซ่อม การตรวจแอลกอฮอล์สารเสพติด นอกจากนี้ยังสามารถเก็บสะสมข้อมูลเป็นบิ๊กดาต้าที่สามารถนำไปใช้ในการวางแผนได้ รวมถึงเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการรีเช็กข้อมูลย้อนกลับได้อีกด้วย

ตอนนี้บริษัทกำลังผันตัวมาเป็นผู้ให้บริการ platform ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ ใช้งบฯลงทุน 3 ล้านบาท โดยแพลตฟอร์มจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

คือ แอปพลิเคชั่นสำหรับลูกค้า แอปพลิเคชั่นสำหรับเจ้าของรถหรือผู้ดูแลฟลีตรถ แอปพลิเคชั่นสำหรับพนักงานขับรถ โดยสามารถติดตาม หรือ tracking โดยไม่เขียนเอกสารรายงาน ที่ผ่านมาต้องเขียนใบรายงานซึ่งเอกสารค่อนข้างมาก

“ตัวแพลตฟอร์มเราทำอยู่ เชื่อว่าในต่างประเทศที่มีความเจริญน่าจะมีใช้อยู่แล้ว แต่ราคาค่อนข้างสูง คนไทยไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งในประเทศไทยถือว่าเป็นเจ้าแรก ๆที่เข้ามาทำ

โดยมีจุดเด่นเรื่องของแพลตฟอร์มที่สามารถใช้งานได้ง่าย ค่าใช้จ่ายในการให้บริการค่อนข้างถูก ถือเป็นศูนย์กลางการบริการตั้งแต่กระบวนการจองรถจนถึงการปิดงบประมาณ”

สำหรับแพลตฟอร์มปัจจุบันดำเนินการไปแล้วกว่า 30% สามารถนำไปใช้กับรถโดยสารได้ทุกประเภท อาทิ รถบัส รถตู้รถสองแถว วินมอ’ไซค์ ที่ผ่านมาได้ทดลองใช้กับรถไปแล้วประมาณ 200 คันมีการเปิดใบงานประมาณ 4,000 ใบ

ซึ่งในการทดสอบยังคงพบปัญหาผู้ใช้บริการยังไม่คุ้นชินกับเทคโนโลยี อินโนเวชั่น แต่หลังจากที่ได้มีการเวิร์กช็อปไปหลายครั้งเริ่มดีมากขึ้น และคาดว่าแพลตฟอร์มจะเสร็จสมบูรณ์ 100% ภายในปลายปี 2565

โดยตั้งเป้าไว้ว่าอยากให้มีรถโดยสารเข้ามาอยู่ในระบบประมาณ 500-1,000 คันโดยเฟสแรกอาจจะนำไปใช้กับรถตู้ รถบัส ที่ใช้เดินทางเกี่ยวกับการท่องเที่ยว หรือการรับส่งพนักงานก่อน

“ช่วงแรกอาจจะต้องให้ทดลองใช้ฟรีไปก่อน เมื่อผู้ประกอบการเห็นข้อดีจึงกล้าตัดสินใจที่จะจ่ายค่าบริการรายเดือน โดยจะเก็บค่าใช้จ่ายเดือนละ 100 บาทต่อคัน ซึ่งก่อนโควิด-19 แพร่ระบาด รถ 1 คันสามารถทำรายได้ประมาณ 200,000-300,000 บาทต่อเดือน

แม้กระทั่งปัจจุบันรถมีรายได้หลักหมื่นต่อคัน ค่าใช้จ่ายเดือนละ 100 บาทถือว่าคุ้มมาก ๆ ซึ่งจะทำให้เรามีรายได้ประมาณ 1,200,000 ต่อปี โดยปีที่ 3 ถึงจะเริ่มมีกำไร พอเป็นธุรกิจที่อยู่ในออนไลน์ ไม่จำกัดพื้นที่ ในอนาคตคาดว่าจะทำการบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านแน่นอน

ซึ่งระบบโลจิสติกส์การขนส่งของประเทศไทยถือว่ามีความเจริญกว่าประเทศเพื่อนบ้านพอสมควร ซึ่งแพลตฟอร์ม ONE Move จะสามารถพัฒนาไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...