โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

Kobe Suma Sea World: พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเมืองโกเบโฉมใหม่ พบกับโชว์วาฬออร์กาแห่งเดียวในญี่ปุ่นตะวันตก

KIJI

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2567 เวลา 08.18 น. • KIJI

ถ้าใครกำลังวางแผนไปเที่ยวเมืองโกเบอยูุ่ล่ะก็ นอกจากลิสต์ร้านเนื้อโกเบรสเลิศหรือคาเฟ่สุดเก๋เเล้ว คิจิอยากจะมาอัปเดตจุดน่าเช็คอินใหม่ล่าสุดคือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Kobe Suma Sea World” นั่นเอง สถานที่ที่ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถใช้เวลาร่วมกันเพลิดเพลินกับสัตว์น้ำแสนน่ารักเเละสนุกสนานไปกับโชว์สุดอลังการ อีกทั้งได้เรียนรู้ชีวิตสัตว์โลกใต้ท้องทะเลได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งอควาเรียมโฉมใหม่นี้ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเเล้วเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2024 ที่ผ่าน เราจึงอยากพาไปสำรวจว่าจะยิ่งใหญ่เเละน่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน ตามไปดูกัน~🐬🐋

Kobe Suma Sea World

Kobe Suma Sea World แต่เดิมคืออควาเรียม Suma Aqualife Park หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Sumasui” เป็นอควาเรียมที่ได้สร้างความทรงจำดีๆ มากมายให้กับชาวโกเบเเละผู้คนในภูมิภาคคันไซมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957 เเละได้ปิดปรับปรุงไปในปี ค.ศ. 2023

ความตั้งใจของ Kobe Suma Sea World คือต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคม ทางพิพิธภัณฑ์จึงให้ความสำคัญกับ 4 ข้อดังต่อไปนี้คือ 1. นันทนาการ 2. การศึกษา 3. การอนุรักษ์ 4. การสำรวจและการวิจัย ภายใต้อุดมการณ์เดิมของ Suma Aqualife Park ด้วยนั่นก็คือ การขยายแนวคิดเรื่อง “ความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ” เพื่อพัฒนาไปสู่ยุคใหม่ รวมถึงยังยึดคอนเซ็ปต์ที่ว่าผู้มาเยี่ยมชมควรได้รับประสบการณ์แบบ การเรียนรู้+ความสนุกสนาน (Education + Entertainment) หรือแนวคิด“Edutainment Aquarium to Connect” หมายถึงการที่เรารู้สึกสนุกสนานเวลาได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ นั้นถือเป็นหัวใจหลักที่ทำให้เราได้เกิดความเชื่อมโยงเเละความเข้าใจมากขึ้นระหว่างตัวเราเเละสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล

Orca Stadium

ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ของอควาเรียมแห่งนี้เลยคือ การจัดแสดงวาฬออร์กาหรือวาฬเพชฌฆาต ที่ “Orca Stadium” ซึ่งมีจัดแสดงที่เดียวเท่านั้นในแถบตะวันตกของญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่โชว์ที่อลังการ แต่ตลอดทั้งโชว์ ทุกคนจะได้เห็นถึงความฉลาดเเละมีชีวิตชีวาของน้องวาฬออร์กาจนหุบยิ้มไม่ได้เลยล่ะ

Orca Lab & Orca Hall

หลังจากชมการแสดงเเล้ว ถ้าเราอยากรู้จักกับน้องวาฬออร์กามากขึ้น ที่นี่ก็มี “Orca Lab” โซนการศึกษาแห่งแรกของโลกที่เราจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศของวาฬออร์กา

และโซน “Orca Hall” เราจะได้ชมวิดีโอความรู้ผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ 6 ม. x 3 ม. ฉายเกี่ยวกับข้อมูลทางชีววิทยาเเละข้อมูลจากการสำรวจวาฬออร์กา รวมถึงข้อมูลของปลาวาฬในทะเลโอค็อตสค์

Dolphin Stadium

นอกจากโชว์สุดอลังการจากวาฬออร์กาเเล้ว โชว์โลมาก็มีจัดแสดงเหมือนกันที่ Dolphin Stadium เเละเช่นเดียวกัน ความสดใสน่ารักน่าเอ็นดูของเหล่าโลมาน้อยจะทำให้ทุกคนอดไม่ได้ ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปเก็บไว้เป็นความทรงจำอย่างแน่นอน

Dolphin Hall & Dolphin Beach

ระหว่างที่ดูโชว์โลมา ถ้ายังมองเห็นน้องๆ ไม่ชัดล่ะก็ เราสามารถลงไปที่ชั้น 1 เพื่อชมโลมาว่ายน้ำไปมาอย่างใกล้ชิดผ่านตู้กระจกกว้าง 12 เมตร ที่ Dolphin Hall ได้เหมือนกัน

แต่ถ้าใครต้านทานความน่ารักของน้องๆ ไม่ไหวเเละอยากใกล้ชิดมากกว่านี้ ก็สามารถซื้อตั๋วร่วมกิจกรรมที่โซน Dolphin Beach กันได้ เพราะที่นั่นเราจะได้เข้าไปสัมผัสเเละใกล้ชิดกับน้องโลมาตัวเป็นๆ อีกทั้งสนุกสนานไปกับการเรียนรู้เกี่ยวกับโลมา บุคลิกและวิถีชีวิตของน้องๆ จากครูฝึกโลมา

ราคา: 2,000 เยนต่อคน (สูงสุดรอบละ 12 คน)

อายุ: อายุ 10 ปีขึ้นไป เเละส่วนสูงขั้นต่ำ 130 ซม.

AquaLive

ตึกนิทรรศการที่จำลองทิวทัศน์ดั้งเดิมของทะเลเซโตะในธีม “ชีวิตของน้ำ” เเละพื้นที่ที่ให้ผู้เยี่ยมชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของทะเลเซโตะและระบบนิเวศของโกเบและสุมะ พร้อมกับสังเกตชีวิตที่หลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในและรอบๆ น้ำ โดยจะแบ่งออกเป็น 4 โซนย่อยๆ ได้แก่ Local Life, Kurage Life, Tropical Life เเละ Rocky Life

Local Life

โซนนี้จะจำลองสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของระบบแม่น้ำร็อคโคและทะเลเซโตะ ซึ่งจะจัดแสดงรูปลักษณ์และวิถีชีวิตที่หลากหลายของสิ่งมีชีวิตในแต่ละสภาพแวดล้อม

Kurage Life

โซนจัดแสดงเกี่ยวกับ “ชีวิตของแมงกะพรุน” ทันทีที่เราเข้าไปในโซนนี้จะรู้สึกเหมือนว่าอยู่ดีๆ เวลาก็เริ่มผ่านไปอย่างช้าๆ ตัวเบาเเละล่องลอยไม่ต่างกันกับเจ้าแมงกะพรุน

Tropical Life

โซนที่จะนำพาเราไปยังมหาสมุทรแปซิฟิกและปะการังอะทอลล์ บรรยากาศของแสงธรรมชาติส่องเข้ามาและต้นปาล์มชวนให้จินตนาการราวกับว่าเราอยู่บนชายหาดเเละได้ยินเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งยังไงอย่างงั้นเลย

Rocky Life

โซนที่เราจะได้เจอกับเพื่อนๆ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลแสนน่ารักมากมาย ได้แก่ สิงโตทะเล แมวน้ำ นกเพนกวิน และเต่าทะเล

นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมให้เราได้ร่วมด้วย เช่น เราสามารถเข้าไปในกรงเต่าทะเลเเละให้อาหารพวกมันด้วยที่คีบอาหารขณะฟังการบรรยายไปด้วย (ราคา 800 เยนต่อคน)

Suma collection

ถ้าใครอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของ Suma Aqualife Park หรืออยากชมปลาน้ำจืดบางส่วนที่เคยเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์เดิม ก็สามารถเข้าไปเเวะเยี่ยมชมฟรีได้ที่ Suma Collection ชั้น 1 ในตึก Aqua Live

ร้านอาหาร

ถ้ายังชมน้องวาฬออร์กาไม่จุใจล่ะก็ ยังมีอีกความพิเศษที่จะทำให้ประสบการณ์การรับประทานอาหารของทุกคนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ “Blue Ocean Orca Stadium” ที่ตั้งอยู่บนชั้น 1 ของสระว่ายน้ำหลักที่จัดการแสดง เราสามารถรับระทานอาหารไปด้วยอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมกับชมวาฬออร์กาผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่สูง 21 ม. x 2.7 ม. ซึ่งออกแบบมาให้มีลักษณะคล้ายมหาสมุทรเปิดอันกว้างใหญ่ ราวกับว่าเราอยู่ใต้ท้องทะเลเดียวกับน้องวาฬออร์กาเลยล่ะ

ความพิเศษของบุฟเฟ่ต์ที่นี่คือ แต่ละเมนูนั้นทำสดใหม่ทุกๆ จานและยังทำมาจากวัตถุดิบท้องถิ่นในจังหวัดเฮียวโงะอีกด้วย เช่น เนื้อวัวจากจังหวัดเฮียวโงะและเปเปโรนชิโนจากภูมิภาคเซโตะอุจิ เป็นต้น เมนูที่น่าลองคือ พายเปลือกหอยสอดไส้ซอสเนื้อหัวหอมอาวาจิ ที่น่าตาน่ากินอย่างมาก

ราคา: ผู้ใหญ่ 4,000 เยน เด็ก 2,000 เยน ทารก 1,200 เยน

*เฉพาะผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเท่านั้น ไม่รับจองล่วงหน้า

นอกจากร้านอาหารบุฟเฟ่ต์แล้ว ยังมีศูนย์อาหารชื่อ “Wharf Dolphin Stadium” ที่ถูกออกแบบมาให้มีความเปิดโล่งสบายตา เเละเช่นเดียวกับร้านอาหารบุฟเฟต์ เมนูอาหารที่นี่จะเน้นนำเสนอวัตถุดิบที่ผลิตในท้องถิ่นหรือขึ้นชื่อของจังหวัดเฮียวโงะ เมนูน่าลองคือ คีชปลาชิราสึเสิร์ฟพร้อมผักตามฤดูกาล

อิ่มจากของคาวเเล้ว ก็มาต่อกันที่ของหวานในโซนของหวาน “Port Diner Orcus Stadium” มีขนมหวานและเครื่องดื่มให้เราได้เลือกซื้อ take-out มากมาย แต่เมนูที่แนะนำเลยคือ “Killer Whale Soft Serve” ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟทูโทนสีขาวดำที่ถอดลวดลายมาจากวาฬออร์กา และ “Almond Tofu Mango Crepe” เครปที่โรยหน้าด้วยช็อคโกแลตที่มีลักษณะคล้ายครีบหางของวาฬออร์กา

ร้านขายของที่ระลึก

สิ่งที่เพิ่มกิมมิคให้กับอควาเรียมที่นี่เลยคือ มาสคอตอย่างเป็นทางการอย่าง “โอรุชิ” หรือน้องวาฬออร์กาที่มีรูปร่างหน้าตาน่ารัก ดวงตากลมโต และใส่มงกุฎที่มีนกนางนวลอยู่ด้านใน เเละแน่นอนว่าทุกคนสามารถไปหาซื้อน้องโอรุชิเเละสินค้าอื่นๆ ได้ที่ร้านขายของที่ระลึก Wharf Dolphin Stadium ชั้น 1 เเละ Blue Flag Orca Stadium ชั้น 1

ค่าเข้าชม

  • ช่วงเวลาปกติ ผู้ใหญ่ 3,100 เยน / เด็ก (อายุ 4-15 ปี) 1,800 เยน / ผู้สูงอายุ 2,500 เยน
  • ช่วงวันหยุดโอบ้ง ผู้ใหญ่ 3,700 เยน / เด็ก (อายุ 4-15 ปี) 1,800 เยน / ผู้สูงอายุ 3,100 เยน
  • ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนผู้ใหญ่ 3,300 เยน / เด็ก (อายุ 4-15 ปี) 1,800 เยน / ผู้สูงอายุ 2,700 เยน
  • ช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม (ไม่รวมช่วงวันหยุดฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ) ผู้ใหญ่ 2,900 เยน / เด็ก (อายุ 4-15 ปี) 1,700 เยน / ผู้สูงอายุ 2,300 เยน

* ต้องจองล่วงหน้า
* ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป เเละเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เข้าฟรี

แผนที่

ดาวน์โหลดแผนที่

Info
Kobe Suma Sea World (神户须磨海洋世界)
Location: เมืองโกเบ จังหวัดเคียวโงะ
Hours: 10:00-18:00 น. (แต่ละวันเวลาไม่แน่นอน แนะนำให้เช็คตารางเวลาทางเว็บไซต์ก่อนทุกครั้ง)
Holiday: วันหยุดไม่ปกติ
Access: จากสถานี JR Sumakaihinkoen เดินประมาณ 5 นาที
Instagram: @kobe_sumasea
Ticket Website: https://tix.kobesuma-seaworld.jp/
Website: https://www.kobesuma-seaworld.jp/en/

ที่มา:https://www.fashion-press.net/news/103602

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...