โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ข้าแต่ศาล ที่เคารพ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 12 ก.ค. 2567 เวลา 12.23 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2567 เวลา 12.23 น.

เหยี่ยวถลาลม

ข้าแต่ศาล

ที่เคารพ

“ข้าแต่ศาล ที่เคารพ” เป็นชื่อหนังสือรวมบทความที่เคยตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชนของ “สมลักษณ์ จัดกระบวนพล” อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งสำนักพิมพ์มติชนได้จัดพิมพ์ตั้งแต่ปี 2558

หนังสือเต็มไปด้วยหัวข้อเรื่องน่าสนใจมากมาย อาทิ คำสอนของอาจารย์สัญญา แด่ผู้พิพากษาตุลาการทั้งหลาย, คำถามที่อาจารย์วิชากฎหมายยังไม่อาจให้คำตอบได้, หลักประกันความเป็นอิสระของผู้พิพากษาตุลาการ, จิตวิญญาณและการดำรงตนของผู้พิพากษาตุลาการ ฯลฯ

โดยเฉพาะหัวข้อ “จิตวิญญาณและการดำรงตนของผู้พิพากษาตุลาการ” สมลักษณ์เริ่มต้นด้วยความคมชัดว่า

“ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย อำนาจตุลาการ เป็น 1 ใน 3 อำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ…ผู้พิพากษาตุลาการ มีอำนาจหน้าที่ประสิทธิ์ประสาทความยุติธรรมให้แก่ประชาชนไทย เป็นสถาบันในการดับทุกข์และอำนวยสุข”

เมื่อส่งต่อไปยังหัวข้อ “คำสอนของอาจารย์สัญญา แด่ผู้พิพากษาตุลาการทั้งหลาย” ยิ่งเข้มข้น กระตุกต่อมคุณธรรมกันแรงๆ อย่างเช่นในตอนหนึ่งว่า คำสอนของอาจารย์ที่ผู้พิพากษาต้องจดจำอย่าได้หลงลืมเป็นอันขาดก็คือ

“…ศาลยุติธรรมจะอยู่ได้ด้วยการเคารพนับถือของคนทั้งหลาย…เพราะฉะนั้น พวกคุณจะต้องรักษาความดีอันนี้ไว้ให้เขานับถือต่อไป ถ้ามีเรื่องทุจริตเกิดขึ้นมาทีไร พวกผู้พิพากษาที่เกษียณไปแล้วก็เสียอกเสียใจกันใหญ่ ไม่น่าเลยศาลจะเป็นอย่างนี้ ทำได้อย่างไร ทำลายสถาบันป่นปี้หมด นี่แหละครับ ไม่ใช่ความรังเกียจจะแรงเฉพาะเพื่อนคุณ ผู้บังคับบัญชา ครูบาอาจารย์ มันแรงไปทุกตุลาการ แม้จะออกไปแล้ว”

ผู้พิพากษาตุลาการไม่ค่อยจะมีเรื่องอื้อฉาว ไม่ได้หมายความว่าไม่มี “สิ่งแปลกปลอม” หรือไม่มีบุคลากรที่เป็นภัยคุกคามความน่าเชื่อถือศรัทธาของสถาบันศาล

วงการศาลมีความอ่อนไหวกับเรื่องจริยธรรมที่สุด!

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า “องค์กรตุลาการ” ปกปิดซ่อนเร้นซุกฝุ่นไว้ใต้พรมหรือเปล่า ถึงไม่ค่อยได้ยินข่าว

ความจริงก็คือว่า คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ “ก.ต.” นั้นได้คัดกรองเอาบุคลากรที่เป็นภัยคุกคามต่อความเชื่อถือศรัทธาออกจากสถาบันตุลาการตลอดเวลา

เพียงแต่ไม่อื้อฉาว และไม่ออกสื่อตอบโต้กันไปมาเหมือน “บิ๊กตำรวจ”!

ล่าสุดกรณี “ข้าราชการหญิง” ร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรม “ผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่” นั้น “ก.ต.” ก็ตั้งกรรมการสอบสวนทันที

เจอ “พยานเอก” เข้าไป 2 ปากก็ใจหายใจคว่ำ!

รายที่ 1 ปากคำจากข้าราชการผู้หญิงซึ่งเป็นเจ้าทุกข์

ร้องทุกข์เพื่อให้องค์กรตุลาการ “ดับทุกข์” ไม่ใช่ให้ช่วยระงับยับยั้งอย่าให้อื้อฉาว!

รายที่ 2 ท่านเป็นผู้พิพากษาหญิงชั้นผู้ใหญ่

ท่านเป็นผู้ประสบเหตุ เป็นสตรี “ผู้กล้า” เข้าช่วยปกป้องสิทธิสตรี

สรุปความตามปากคำของพยานสำคัญ 2 รายนี้ก็สุดที่ “ก.ต.” จะวินิจฉัย

ส่งไม้ต่อให้ นางอโนชา ชีวิตโสภณ ประธานศาลฎีกา มีคำสั่งย้ายด่วน! ผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ ออกจากตำแหน่ง “อธิบดี”!

ถึงแม้ทุกคนจะปิดปากกัน “เงียบกริบ” เพราะธรรมเนียมองค์กรศาลไม่ประจานกัน แต่วงในก็รู้ดีว่า การปกป้องเกียรติภูมิ “สถาบันตุลาการ” สำคัญยิ่งกว่าปกป้องชื่อเสียงเกียรติภูมิของบุคคล

ย้ายเสร็จจึงตามด้วย “ดาบสอง” ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย!

วิจารณ์กันว่า ตามแบบแผนในอดีตที่ผ่านๆ มา เส้นทางการสอบสวนมักจะเดินไปถึง 2 ทางแยก

ทางแยกแรก ถ้าด้วยข้อมูลหลักฐานรวมถึงประจักษ์พยานนำไปสู่ผลสรุปว่า พฤติการณ์นั้นก่อความเสื่อมเสียเกียรติภูมิแก่องค์กรตุลาการ จุดจบมัก “ให้ออกจากราชการ” ฐานประพฤติเสื่อมเสีย มีความมัวหมอง ไม่เหมาะที่จะดำรงสถานะผู้พิพากษาตุลาการอีกต่อไป

ทางแยกที่สอง หากผลการสอบสวนสรุปออกมาว่า เป็นการประพฤติชั่วร้ายแรง บุคคลนั้นก็จะถูกลงโทษวินัยร้ายแรง “ไล่ออก”

“สันติ ทักราล” อดีตประธานศาลฎีกาผู้ชัดเจนเฉียบขาดเคย “สั่งพักราชการ” ผู้พิพากษาประพฤติชั่วก่อนเลย-จากนั้นตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย 6 เดือนเสร็จ “ไล่ออก”

เป็นการปกป้อง “จิตวิญญาณแห่งผู้พิพากษาตุลาการ” ให้ธำรงคงอยู่

ปกป้องศรัทธาที่ประชาชนมีต่อสถาบันตุลาการมิให้เสื่อมคลาย

หลักการนี้ยึดถือกันเป็นสากล

สําหรับบางอาชีพซึ่งถูกเรียกว่า “วิชาชีพ” นั้น “งาน” หรือบทบาทหน้าที่จะถูกผูกเอาไว้กับสิ่งที่เรียกกันว่า “จิตวิญญาณ”

“จิตวิญญาณ” ที่ว่านั้นไม่ใช่ความว่างเปล่าเลื่อนลอยเพ้อเจ้อเหนือจริง หากแต่เกิดจากการฝึกอบรมบ่มเพาะขัดเกลา “เป็นพิเศษ” เพื่อสร้างบุคลากรในวิชาชีพนั้นๆ เช่น วิชาชีพครู หมอ นักกฎหมาย ผู้พิพากษาตุลาการ อัยการ ตำรวจ วิศวกร สถาปนิก ตลอดจน “สื่อมวลชน” ซึ่งการประกอบอาชีพมีผลกระทบต่อสังคมมากกว่าการทำมาหากินทั่วไป

ผู้พิพากษาเคท คอร์เนล แห่งศาลแมนเชสเตอร์คราวน์ ประเทศอังกฤษ จึงได้กล่าวแก่ “รีเบคก้า จอยน์ส” อดีตครูสาวซึ่งถูกตัดสินจำคุก 6 ปีครึ่ง ฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย 2 คนในโรงเรียนว่า

“การกระทำของคุณนั้นเต็มไปด้วยความน่ารังเกียจและน่าตกใจ คุณเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนที่ควรได้รับความไว้วางใจจากทางโรงเรียน เด็กๆ และผู้ปกครอง ให้ดูแลลูกชายของพวกเขา แทนที่คุณจะทำเช่นนั้น คุณกลับใช้ตำแหน่งที่ไว้วางใจนั้นโดยมิชอบ และแสวงหาผลประโยชน์จากบทบาทที่มีสิทธิพิเศษ เพื่อความพึงพอใจทางเพศของตัวเอง”

ใช่ว่ามีแต่ครูฝรั่ง เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีครูไทยล่อลวงเด็กไปล่วงละเมิดทางเพศ จะต่างกันก็แต่ “ครูฝรั่ง” ถูกศาลสั่งจำคุกไปแล้ว ส่วนครูไทยนั้นโรงเรียนยังคงให้ทำหน้าที่ “แม่พิมพ์ของชาติ”

แม้ทุกวิชาชีพจะตั้งใจปลูกฝังอบรมบ่มเพาะบุคลากรเพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า “จิตวิญญาณ” เช่น ครู ต้องให้มี “จิตวิญญาณของความเป็นครู” ตำรวจต้องมี “จิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ผู้พิพากษาต้องมี “จิตวิญญาณตุลาการ” แต่ในทุกวิชาชีพย่อมจะมีบุคลากรที่ประพฤติเป็นภัยคุกคามต่อสถาบัน

สำหรับผู้พิพากษาตุลาการ คำสอนของอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ กระจ่างชัดที่สุด

“…ศาลยุติธรรมจะอยู่ได้ด้วยการเคารพนับถือของคนทั้งหลาย…เพราะฉะนั้น พวกคุณจะต้องรักษาความดีอันนี้ไว้ให้เขานับถือต่อไป…”!?!!!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ข้าแต่ศาล ที่เคารพ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...