โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[นิยายแปล] เกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 24 เม.ย. 2567 เวลา 07.35 น. • Jinovel
เมื่อสวรรค์เห็นใจให้โอกาสได้แก้ไข เจิ้งหยวนขอเป็นคนใหม่ จะไม่อาภัพรักอีกต่อไปแล้ว!

ข้อมูลเบื้องต้น

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ :书旗小说(Shuqi Xiaoshuo)

ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย :Glory ForeverPublicCo.,LTD

ประพันธ์โดย :清溪

บรรณาธิการ : วลีรัตน์ แทนคง

แปลภาษาไทยโดย :ฐิตารีย์ เปรมสิริวรกุล

พิสูจน์อักษร :สิทธิณี เกตุจินดา

ชาติก่อน “เจิ้งหยวน” คือหญิงสาวแสนอาภัพ
สามีที่รักยิ่งกลับขลาดเขลาไม่ปกป้อง แม่สามีเองก็ช่างยุแยงตะแคงรั่ว
ทำให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนรังเกียจมารดาแท้ ๆ อย่างเธอเข้าไส้

แต่เหมือนโชคชะตาจะให้โอกาส
หลังจากเหตุการณ์โคมไฟหล่นใส่ร่างจนสิ้นใจ
เจิ้งหยวนก็พบว่าตนเองย้อนเวลากลับมายังวันเลือกคู่ครอง

ครั้งก่อนเธอเคยดื้อรั้นจนเกิดมหันตภัยกับชีวิต
ครั้งใหม่ในชาตินี้..
เธอจะขอเลือกเส้นทางใหม่!
ขอแต่งงานกับคู่หมายที่พ่อแม่เลือกให้ แล้วอยู่ให้ห่างไกลผู้ชายคนนั้นเสีย!


ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรค์มาเพื่อคุณท่านโดยเฉพาะ

“คุณหนูใหญ่จวนเจ้าเมืองอะไรกัน ข้าผันตัวมาเป็นสาวชาวนาแล้วต่างหาก! ภูเขาลูกนี้เต็มไปด้วยขุมทรัพย์ที่จะทำให้ธุรกิจรุ่งเรืองถึงขีดสุด!!”

อยากอ่านเรื่องนี้ จิ้มได้เลย >> เกิดใหม่เป็นชาวสวนตัวน้อยๆ ข้าจะพาครอบครัวเป็นเศรษฐีนี

อดีตชาติ 1

โรงแรมจิ่นต๋าสร้างไม่ถึงสิบปีก็กลายเป็นโรงแรมห้าดาวไม่เป็นสองรองใครในเมืองหลวง การตกแต่งภายในหรูหราและให้ความรู้สึกเคร่งขรึม บริการคุณภาพเข้าขั้นดีเยี่ยม อาหารประณีตเลิศรส เจิ้งหยวนเชิญแขกมาเจรจาธุรกิจที่นี่นับครั้งไม่ถ้วนจนเป็นแขกคุ้นหน้าคุ้นตาของพนักงานเปิดประตูแล้ว

เธอลงจากรถแล้วยื่นกุญแจให้พนักงาน เมื่อแหงนใบหน้ามองอาคารสูงตระหง่าน ในใจก็รู้สึกขบขัน นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอโดนบุตรชายแท้ๆ นัดพบราวกับพบปะลูกค้าทางธุรกิจ

เมื่อเข้าไปในห้องส่วนตัวที่จองไว้ล่วงหน้า หลินเผิงเฟยก็มาถึงแล้ว เขานั่งเก้าอี้ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ยามที่พบมารดาผู้ให้กำเนิดของตนก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนิทสนมอันใด สายตาเหลือบมองเธอนิ่งๆ เสมือนกำลังมองคนแปลกหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

ก็ใช่ เจิ้งหยวนครุ่นคิด พวกเราสองคนเดิมไม่มีความรักระหว่างแม่ลูกกันอยู่แล้ว

เจิ้งหยวนเพิ่งนั่งลง หลินเผิงเฟยก็หยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมา เจิ้งหยวนกวาดตามอง รู้ทันทีว่ามันคืออะไรโดยไม่ต้องกวาดสายตาอ่าน หล่อนหัวเราะเหยียดหยันตัวเองแล้วเอ่ยแผ่วเบา “กินข้าวก่อนเถอะ กินเสร็จค่อยคุย”

มือหลินเผิงเฟยชะงักสักพัก แต่ก็วางเอกสารกลับไปบนเก้าอี้ด้านข้างอย่างเชื่อฟัง

อาหารยังคงอร่อยน่าทานเหมือนเดิม ทว่าเจิ้งหยวนกลับรู้สึกไร้รสชาติยิ่งกว่าการเจรจาต่อรองธุรกิจครั้งใด หล่อนมองบุตรชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาขมวดคิ้วมุ่น เคลื่อนไหวเชื่องช้า คาดว่าไม่อยากอาหารเช่นกัน

เจิ้งหยวนเพ่งพินิจบุตรชายของตน หลายปีที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่หล่อนมองบุตรชายอย่างตั้งใจขนาดนี้ เขามีหน้าตาละม้ายคล้ายบิดา ท่าทางสะอาดสะอ้าน สวมแว่นตา มองแวบแรกก็รู้ว่าเป็นคนสุภาพและมีการศึกษา สามสิบปีก่อนหล่อนทิ้งเขาไป เพียงพริบตาเดียวบุตรชายก็อายุสามสิบห้าปีแล้ว ผู้ชายวัยสามสิบย่างสามสิบห้าอย่างเขา นับเป็นบุรุษที่สามารถรับผิดชอบครอบครัวได้คนหนึ่ง เมื่อสังเกตดู จะเห็นริ้วรอยเลือนรางบนหน้าผาก

หลินเผิงเฟยไม่พอใจกับสายตาจดจ้องของเจิ้นหยวน เขาวางตะเกียบลงแล้วเอ่ยเสียงเยียบเย็น “ไม่กินแล้วเหรอ? งั้นก็รีบเซ็นสัญญาซะ” เขาหยิบเอกสารสัญญาขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนเดินเข้ามาวางลงในมือของเจิ้นหยวน

สายตาเจิ้งหยวนตกลงบนตัวอักษร 'สัญญาโอนหุ้น' แม้รู้ตั้งแต่แรกว่ามันคืออะไร แต่ก็ยังกลั้นหายใจอย่างควบคุมตนเองไม่อยู่ชั่วครู่ หลังจากแน่นิ่งไปสองสามวินาทีค่อยพรูลมหายใจ หล่อนหยิบปากกา พลิกไปหน้าสุดท้ายแล้วจึงตวัดเซ็นชื่อตนเองโดยไม่อ่านรายละเอียดเนื้อหาแต่อย่างใด

หลังจากลากเส้นสุดท้ายเสร็จ หลินเผิงเฟยก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ความสุขเอ่อล้นขึ้นมาในใจ จะดึงสัญญากลับมาอย่างดีใจแทบเนื้อเต้น ทว่ามันกลับไม่ขยับสักนิด สัญญาโดนเจิ้นหยวนยื้อเอาไว้ หล่อนเงยหน้าไล่มองบุตรชายตนเองจากด้านล่าง

มุมนี้ทำให้บุตรชายที่สูงเพียงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรของเธอดูตัวใหญ่และเย็นชาไร้หัวใจผิดปกติ ชวนให้ใจของหล่อนวูบโหวง

“เผิงเผิง” นี่เป็นหนแรกในรอบหลายปีที่หล่อนเรียกชื่อเล่นของเขา เดิมคิดว่ายากหนักหนาเพราะชื่อนี้สื่อถึงความรักทั้งหมดที่หล่อนมีต่อบุตรชาย เผิงเฟย เป็นนามที่เธอตั้งขึ้นมาเอง ยามนั้นหล่อนบอกกับหลินเสี่ยวหยางว่าอย่างไรกันนะ 'หวังว่าบุตรชายของพวกเราจะกางปีกบินทะยานขึ้นสูงราวกับพญานก' เป็นความหมายที่ดียิ่ง แต่ลูกเธอทำอะไรบ้าง? หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยก็เริ่มวางแผนแย่งบริษัทของมารดาแท้ๆ ช่างน่าโมโหและชวนขมขื่นนัก

“อย่าเรียกผมแบบนั้น!” หลินเผิงเฟยแสดงสีหน้ารังเกียจ เขาตะคอกเสียงดัง “ขอร้อง มันน่าขยะแขยง”


สวัสดีเจ้าค่า~ สำหรับนักอ่านท่านไหน อดใจไม่ไหว อยากอ่านก่อนใคร
เชิญได้ที่ตำหนัก JiNovel ได้เลย
ตอนนี้มีอัปเดตตอนใหม่แบบ Fast Pass มากกว่า 100+ตอนแล้วเจ้าค่ะ
อ่าน เกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70ได้ที่ >>>
http://jinovel.co/Xcjd

อดีตชาติ 2

เจิ้งหยวนใจสั่นระริก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกล่าวเสียงเข้ม “ให้บริษัทแกแล้ว แกก็ยกเลิกฟ้องหวาเล่อซะ” ไม่รู้หลินเผิงเฟยไปได้หลักฐานว่าหวาเล่อโยกย้ายทรัพย์สินบริษัทและใช้มันฟ้องหวาเล่อจากที่ไหน เธอรู้จักหวาเล่อ หล่อนไม่ใช่คนเช่นนั้น หลินเผิงเฟยน่าจะใช้วิธีบางอย่างใส่ร้ายหวาเล่อ หวาเล่อกับเธอเป็นเพื่อนสนิทกันมากว่ายี่สิบปี ย่อมมิอาจปล่อยเพื่อนสนิทตนเองเข้าคุกเพราะความขัดแย้งระหว่างตัวเธอเองกับหลินเผิงเฟยได้

หลินเผิงเฟยเอ่ยเยาะหยัน “ผมไม่เคยคิดเลยนะว่าคุณนายเจิ้งที่ไร้น้ำใจ ไร้คุณธรรมจะรักใคร่เอาใจใส่เพื่อนถึงขนาดที่ว่าบริษัทยังแลกได้”

เจิ้งหยวนไม่เอ่ยคำใด เพียงจ้องมองรอให้เขาพูดต่อ

หลินเผิงเฟยสบตากับเธอไม่กี่วินาที พลันหัวเราะออกมาดังลั่นฉัน เขาค่อยๆ ดึงสัญญาออกจากมือเจิ้งหยวนและเอ่ย “วางใจได้ ผมจะถอนฟ้องไม่ให้เพื่อนสนิทของคุณเข้าคุกเข้าตารางหรอก” เขาหยิบสัญญาไป ก่อนหยุดชะงักครู่หนึ่ง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความประสงค์ร้ายและเหยียดหยาม เขากระตุกมุมปาก “ทำไมผมต้องให้หวาเล่อติดคุกด้วยเล่า ในเมื่อเธอเป็นคนของผม”

รูม่านตาเจิ้งหยวนหดเล็กลง สีหน้าเปลี่ยนทันที

หลินเผิงเฟยเห็นแล้วลำพองใจยิ่งกว่าเดิม เขาเอ่ย “คุณนายเจิ้ง คุณคงคิดไม่ถึงกระมังว่าเพื่อนผู้แสนดีจะทรยศคุณ”

“ไม่มีทาง!”

“หากไม่เชื่อคุณก็รอดูการเปลี่ยนแปลงของหุ้นบริษัทต่อได้เลย ผมตกลงกับเธอไว้ว่าจะยกหุ้นให้เธอหนึ่งเปอร์เซ็นต์หลังงานสำเร็จ เหอะ หนึ่งเปอร์เซ็น” หลินเผิงเฟยเลิกคิ้วอย่างหยามเหยียด สายตามีแต่แววดูถูก “คุณนายเจิ้ง มิตรภาพของคุณมีค่าเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง”

หน้าอกเจิ้งหยวนกระเพื่อมขึ้นลง จิตใจสับสนวุ่นวาย คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าทำไมหวาเล่อถึงต้องหักหลังเธอด้วย ยิ่งไปกว่านั้นทำไมถึงต้องเป็นหวาเล่อ ทั้งที่เธอเป็นคนมอบทุนการศึกษาให้เจ้าตัวจนเรียนจบมหาวิทยาลัยเอง! เธอสามารถเข้าใจการทรยศของใครก็ได้ ยกเว้นหวาเล่อ! ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่ในที่สุดเธอก็ดึงสติกลับมามองบุตรชายตรงหน้าอีกครั้ง ความเกลียดชังในแววตาเขาสมจริง เจิ้งหยวนพลันตระหนักขึ้นมาว่าหลินเผิงเฟยตั้งใจ… เขาตั้งใจเลือกหวาเล่อ ยุแยงตะแคงรั่วให้คนตีตัวออกห่างเธอ

แต่… ทำไมล่ะ? บุตรชายแท้ๆ ของเธอ ทำไมถึงเกลียดเธอได้ขนาดนี้?

“ทำไม? คุณถามว่าทำไมผมเกลียดคุณเหรอ? เหอะ! คุณนายเจิ้ง คุณไม่รู้จริงๆ หรือว่าเพราะอะไร?”

เจิ้งหยวนลมหายใจสะดุด ที่แท้เธอเผลอถามความสงสัยในใจออกมา

ดวงตาหลินเผิงเฟยแดงฉาน เส้นเลือดตรงคอปูดโปน เขาคำรามออกมาสุดเสียง “คุณนายเจิ้ง คุณจำย่าของผมได้ไหม? สิบแปดปีก่อน ผมคุกเข่าอ้อนวอนขอให้คุณช่วยคุณย่า ทำไมคุณไม่ช่วยเธอ! ทั้งที่คุณร่ำรวยขนาดนั้น! ทั้งที่แค่ผ่าตัดคุณย่าก็รอดแล้วแท้ๆ”

เขาแทบจะตะโกนอัดหน้าเธอ เจิ้งหยวนกระจ่างแจ้งเมื่อได้ยิน แต่ดูไม่สำนึกเสียใจเลยสักนิดเดียว เธอระเบิดเสียงหัวเราะ “ทำไมฉันต้องช่วยด้วยเล่า?” เธอเชิดคอขึ้น จ้องมองในดวงตาเขาด้วยความโกรธ พลางเอ่ยย้อนถาม “หากมิใช่เพราะเธอ ฉันกับพ่อแกคงไม่หย่ากัน และแกก็คงไม่ถูกเลี้ยงจนไม่รู้จักแม่คนนี้! ทั้งที่ก่อนฉันจากไปตอนนั้น แกยังกอดขาเรียกฉันว่าแม่เสียงอ้อนเสียงอ่อนอยู่เลย แต่แค่ไม่กี่ปีแกก็ไม่ยอมรับฉันแล้ว แกจำได้ไหม สมัยแกขึ้นมัธยมต้น ฉันไปหาแกที่โรงเรียน แต่แกกลับถุยน้ำลายใส่หน้าฉัน ด่าว่าเป็นขยะทิ้งผัวทิ้งลูก!”

คำพูดนี้ไม่น่าฟังเป็นอย่างยิ่ง เธอจำสายตาที่บุตรชายมองตนตอนนั้นได้ขึ้นใจ นั่นเป็นเวลาเดียวกับที่เธอรู้ว่าลูกคนนี้ไม่ใช่ลูกของเธออีกต่อไป!


สวัสดีเจ้าค่า~ สำหรับนักอ่านท่านไหน อดใจไม่ไหว อยากอ่านก่อนใคร
เชิญได้ที่ตำหนัก JiNovel ได้เลย
ตอนนี้มีอัปเดตตอนใหม่แบบ Fast Pass มากกว่า 100+ตอนแล้วเจ้าค่ะ
อ่าน เกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70ได้ที่ >>>
http://jinovel.co/Xcjd

อดีตชาติ 3

หลินเผิงเฟยตะลึงงันกับคำพูดของเธอ ฉายชัดว่าเขาลืมเหตุการณ์นี้ไปแล้ว

“นี่ย่าแกสอนใช่ไหม? บอกว่าฉันทิ้งผัวทิ้งลูก? แต่ฉันจะทิ้งแกได้ยังไง? ฉันแค่ไปเรียนมหา’ลัยเท่านั้น พอเรียนจบฉันก็บอกกับทางสถาบันให้ฉันบรรจุงานแถวบ้าน ผลสุดท้ายกลับบ้านมาฉันเห็นอะไร?” หล่อนไม่อยากนึกถึงภาพนั้นเลย มันเจ็บแค้นใจทุกคราที่หวนคิดถึงมัน เพื่อแต่งงานกับหลินเสี่ยวหยาง เธอยอมทิ้งแม้กระทั่งบิดามารดาของตนเอง แต่ท้ายที่สุดแล้วกลับได้สิ่งใดตอบแทนกันเล่า? หล่อนเผยรอยยิ้มฝืดเฝื่อนพลางเอ่ยขึ้น “ย่าแกพาผู้หญิงคนนั้นมาอยู่ด้วย แล้วยังให้แกเรียกหล่อนว่าแม่ พ่อแกขี้ขลาดเอาแต่ฟังคำของย่าแก แล้วเลือกที่จะอยู่กินกับนังนั่นจริงๆ !” ทุกลมหายใจของเธอสั่นระริก แทบจะเค้นกำลังทั้งหมดกดชิงชังไว้ในใจ ก่อนที่หล่อนจะตวาดกร้าว “เป็นเพราะฉันไม่ยกโควตามหา’ลัยให้อาหญิงของแก ย่าแกเลยเกลียดฉันเข้ากระดูกดำ จงใจแยกฉันกับพ่อแกออกจากกัน!แต่เรื่องอะไรฉันต้องยกให้เธอล่ะ! ฉันสอบผ่านด้วยตัวเองนะ!” เธอกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ในที่สุดก็ระเบิดเสียงหัวเราะร้ายกาจด้วยความแสนสุขใจ “ดูสิ กรรมตามสนองหล่อนแล้ว นังนั่นป่วยตายไปจนได้! หึ!”

“หุบปากของคุณซะ!” หลินเผิงเฟยดวงตาแดงเรื่อ เขาคาดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะมีต้นสายปลายเหตุเช่นนี้ ถึงกระนั้นเขาก็ไม่มีวันยอมให้เจิ้งหยวนต่อว่าคุณย่าของเขาเด็ดขาด! ภายหลังพ่อของเขาแต่งงานใหม่ อย่างไรเสีย แม่ก็ไม่ได้ต้องการพ่อ ทั้งยังเมินเฉยเขา หลินเผิงเฟยจึงทำได้เพียงอยู่กับคุณย่า แม้คุณย่าจะชอบด่าทอแม่ แต่อย่างน้อยท่านก็ยังยอมเลี้ยงเขา! เขาจึงเอ่ยด้วยความขุ่นเคือง “ถึงคุณย่าของผมจะแย่แค่ไหน แต่ท่านก็ช่วยคุณเลี้ยงลูกจนโต! ไม่ปล่อยหนาวเหน็บหรือหิวโซ แล้วยังส่งให้เรียนมหา’ลัย!”

เจิ้งหยวนอยากบอกเหลือเกิน รู้หรือไม่ว่าค่าเล่าเรียนกับค่ากินอยู่ของแก ฉันเป็นคนจ่าย ทว่าเมื่อมองบุตรชายที่ตาแดงก่ำ ซ้ำยังดูอึดอัดคับข้องและโกรธเกรี้ยวเบื้องหน้า คำพูดเหล่านั้นกลับติดอยู่ในลำคอ จริงอยู่ที่เธอออกเงินเอง แต่สุดท้ายก็ยังละเลยหน้าที่อบรมเลี้ยงดู ยามนั้นไม่ใช่ไม่เคยคิดพาลูกไปด้วย ทว่าเพราะต่อมามีคนแนะนำว่าผู้หญิงเลี้ยงลูกคนเดียวจะหาคู่อีกครั้งยาก บวกกับพาลโกรธลูกเพราะถูกหลินเสี่ยวหยางหักหลัง เธอจึงเลือกที่จะทิ้งลูกแล้วจากไปเพียงลำพัง ในเมื่อเธอเป็นคนปล่อยมือจากความสัมพันธ์แม่ลูกนี้ก่อน แล้วมีสิทธิ์อะไรไปตำหนิลูกว่าโดนสอนให้เกลียดผู้เป็นแม่อย่างเธอกัน?

เธออ้าปาก ทำท่าคล้ายจะเอ่ยบางอย่าง แต่ทว่าในจังหวะนั้นเอง ทั้งห้องก็พลันสั่นสะเทือนกะทันหัน แผ่นดินไหว! แถมไหวรุนแรงมากเสียด้วย! เจิ้งหยวนตื่นตระหนก รีบหันหน้าหาบุตรชายตามสัญชาตญาณ ผลปรากฏว่าเห็นโคมไฟคริสตัลบนเพดานกำลังจะร่วงหล่นลงมา และหลินเผิงเฟยอยู่ข้างใต้มัน!

ชั่วขณะนั้น ราวกับว่าเธอโดนพลังวิเศษครอบงำ เธอกระโจนไปหาผู้เป็นลูกโดยไม่คิดไตร่ตรองสักนิด แรงจนเขาล้มลง วินาทีนั้นโคมไฟคริสตัลร่วงกระแทกศีรษะเธอแทน โลหิตไหลรินตามใบหน้าเข้าตา โลกทั้งใบเสมือนอาบย้อมไปด้วยสีแดงสด

ภายในโลกสีแดงฉาน สีหน้าของหลินเผิงเฟยฉายชัดถึงความประหลาดใจ แฝงกระทั่งความงงงันเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างคล้ายไม่เข้าใจว่าเจิ้งหยวนช่วยเขาทำไม

“รีบ… หนี…”

นี่คือคำพูดสุดท้ายที่หล่อนฝากไว้ให้บุตรชาย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาอีก มีเพียงเสียงหวีดหวิวของสายลมเท่านั้น เปลือกตาพลันหนักอึ้งขึ้นทุกครา โลหิตที่หลั่งไหลนำเอาอุณหภูมิร่างกายของเธอออกไปทีละนิด ตัวเธอเย็นลง เย็นลง… เธอคิด เธอน่าจะใกล้ตายแล้ว

ช่วงเวลาก่อนตาย เธอพลันคิด หลินเผิงเฟยถูกย่าของเขาเลี้ยงมาอย่างดีจริงๆ เว้นเสียแต่ว่าความรังเกียจแม่ผู้ให้กำเนิด เขาทั้งฉลาด อดทน และมีความสามารถ พอพ่อแม่หย่าร้างกันแล้ว พ่อแต่งงานใหม่ แม่ก็ไม่สนใจใยดี ช่วงวัยเด็กของเขาคงลำบากน่าดู เพื่อนร่วมชั้นจะเยาะเย้ย อาจารย์จะรังแกเขาไหม เพื่อนจะสงสารเวทนาเขาหรือเปล่า? ชาตินี้นอกจากให้เงิน เธอก็ไม่เคยทำอะไรเพื่อบุตรชายเลย แต่อย่างน้อยก็ได้ช่วยชีวิตเขาสักครั้งในช่วงสุดท้ายของชีวิต เธอมีความสุขเหลือเกิน

เพียงแต่ชาติหน้าคงไม่ได้พบเจอกันแล้วกระมัง?

จะว่าไปเธอค่อนข้างคิดถึงเกี๊ยวฝีมือแม่ ไม่ได้กินมากี่ปีกันนะ…


สวัสดีเจ้าค่า~ สำหรับนักอ่านท่านไหน อดใจไม่ไหว อยากอ่านก่อนใคร
เชิญได้ที่ตำหนัก JiNovel ได้เลย
ตอนนี้มีอัปเดตตอนใหม่แบบ Fast Pass มากกว่า 100+ตอนแล้วเจ้าค่ะ
อ่าน เกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70ได้ที่ >>>
http://jinovel.co/Xcjd

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...