โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

1 เม.ย. เริ่มปรับจับจริง เข้ม 10 ข้อหา หลักสาเหตุสำคัญอุบัติเหตุ สิ้นสุด "เตือนก่อนปรับ"

Thai PBS

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 04.35 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 00.46 น. • Thai PBS

ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2569 เป็นต้นไป ตำรวจเริ่มบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะ 10 ข้อหาหลักที่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ หลังสิ้นสุดมาตรการ "เตือนก่อนปรับ" เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2569

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจจราจรได้ใช้มาตรการเตือนผู้กระทำผิดกฎจราจร พร้อมบันทึกข้อมูลลงในระบบ PTM แล้วมากกว่า 196,028 ครั้ง เพื่อสร้างการรับรู้และปรับพฤติกรรมผู้ใช้รถใช้ถนน

การเข้มงวดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อย้ำเตือนให้ประชาชนมี วินัยจราจร และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนน

ตามสั่งการของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องการบังคับใช้กฎหมายจราจร โดยได้แบ่งระยะเวลาการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ คือ

1. ระยะสั้น (เร่งด่วน) มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายจราจร การเสริมสร้างวินัยจราจร และให้ดำเนินการในห้วงระยะเวลาพอสมควร

2. ระยะกลาง ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดใน 10 ข้อหาหลัก และข้อหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

3. ระยะยาว (วางระบบ) การนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการปฏิบัติงานจราจร

ทั้งนี้ ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2569 เป็นต้นไป จะเข้าสู่การบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลัก ที่เป็นสาเหตุที่มาของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

1. ขับรถเร็วเกินกำหนด: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เดิม 1,000)

2. ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เดิม 1,000)

3. ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท

4. ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ (โดยไม่มีอุปกรณ์เสริม): ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท

5. ขับรถย้อนศร: ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (เดิม 500)

6. ไม่สวมหมวกนิรภัย (ทั้งคนขับและคนซ้อน): ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

7. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย (ทั้งคนขับและผู้โดยสาร): ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

8. ไม่พกใบอนุญาตขับขี่: ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน)

9. ขับขี่ขณะเมาสุรา: ปรับ 5,000 – 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี

10. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย: ปรับ 5,000 – 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี

อ่านข่าว :

เกิดเหตุยิงถล่มปลัดอำเภอจะแนะเสียชีวิต เสียชีวิต 2 คน จ.นราธิวาส

"เชียงใหม่" ประกาศเขตภัยพิบัติไฟป่า 6 อำเภอ

เกิดเหตุลอบวางเพลิง รถเสียหาย 4 คัน จ.นราธิวาส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

อินโดนีเซียจัดพิธีรับร่าง 3 จนท.รักษาสันติภาพ เสียชีวิตในเลบานอน

51 นาทีที่แล้ว

นิด้าโพล เผย ปชช.ไม่มั่นใจ 3 รมต.เศรษฐกิจพาไทยผ่าวิกฤตพลังงานได้

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ทรัมป์" เผยสหรัฐฯ พบนักบินเครื่อง F-15E ที่สูญหายในอิหร่านแล้ว ยันปลอดภัย

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พบศพ "ฐิตินันท์" อดีต สส.เสียชีวิตที่ริมบึงแก่นนคร คาดสาเหตุปัญหาสุขภาพ-เครียดสะสม

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

ดีเซลพุ่ง 50 บาทฉุด GDP ไทยเหลือ 1% ผวาแตะ 60 บาทเสี่ยงเศรษฐกิจติดลบ

ฐานเศรษฐกิจ

หนี้สินรุมเร้าไร้ทางออก! แม่เลือกจบชีวิต ลูกชายเฝ้าร่างลำพัง หลังเสียชีวิตมาแล้ว 3 วัน เผยฐานะยากจน ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวนำแม่ไปบำเพ็ญกุศล

สยามนิวส์

"ศรชล." แหกซ้ำเพจ CSI LA ปล่อยข้อมูล Fake ยันภาพไอคอน แสดงแท่นผลิตพลังงานกลางทะเล ไม่ใช่ฝูงเรือบรรทุกน้ำมัน!

TOP NEWS ONLINE

เคลียร์ชัด! ศรชล. แจงภาพ AIS ไม่ใช่สถานีเติมน้ำมัน เป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน ชี้เป็นแท่นผลิตพลังงานกลางทะเล

THE ROOM 44 CHANNEL

เลือกตั้ง ส.อ.ท.ยื้อ สอบโปร่งใส 30 วัน ส่ง กกร.-ต้านคอรัปชันตรวจซ้ำ จับตาส่อโมฆะ

ฐานเศรษฐกิจ
วิดีโอ

นทท.จีน เหิมเกริม! สูบบุหรี่กลางร้านสะดวกซื้อ

THE ROOM 44 CHANNEL
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...