“พิมรี่พาย” น้ำตาคลอแจงดราม่า หลังถูกถล่มขายลูกละ 100 ทำตลาดพัง? รับขาดทุนยับ 10 ล้าน!
“พิมรี่พาย” น้ำตาคลอแจงดราม่า หลังถูกถล่มขายลูกละ 100 ทำตลาดพัง? รับขาดทุนยับ 10 ล้าน!
กลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนวงการผลไม้ไทยทันที หลัง “พิมรี่พาย” แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง เปิดโปรเจกต์ใหญ่ร่วมผลักดันทุเรียนไทยสู่ผู้บริโภค ด้วยแคมเปญขายทุเรียนราคาเริ่มต้นลูกละ 100 บาท จำนวนถึง 1 ล้านลูก พร้อมจำหน่ายปุ๋ย หวังช่วยระบายผลผลิตให้เกษตรกรไทย
แต่ยังไม่ทันเริ่มขายเต็มรูปแบบ กระแสดราม่าก็ปะทุขึ้นทันที เมื่อชาวสวนและเกษตรกรบางส่วนออกมาแสดงความกังวลว่า การตั้งราคาดังกล่าวอาจกระทบกลไกราคาตลาด ทำให้ทุเรียนไทยเสียมูลค่า และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อผู้ค้ารายย่อย
ล่าสุด “พิมรี่พาย” ไลฟ์สดผ่านเพจ “พิมรี่พายขายทุกอย่าง” พร้อมยอดผู้ชมทะลุ 7 แสนคนภายในเวลาไม่นาน โดยเจ้าตัวกล่าวขอโทษที่เริ่มไลฟ์ล่าช้า ก่อนเปิดใจถึงทุกดราม่าที่ถาโถมเข้ามา
พิมรี่พายเผยว่า ปีนี้ผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้นถึง 30% แต่กำลังซื้อกลับลดลง ตนจึงอยากใช้กระแสของตัวเองช่วยดึงความสนใจให้คนไทยหันมาบริโภคผลไม้ไทยมากขึ้น เพราะหากปล่อยให้ “ทุเรียนล้นตลาด” สุดท้ายผู้ที่เจ็บที่สุดคือเกษตรกร
เจ้าตัวยืนยันว่า ลงพื้นที่ถึงจังหวัดจันทบุรี ซื้อทุเรียนแบบเหมาทั้งสวนทุกไซซ์ ไม่คัดขนาด ทำให้ต้นทุนสูงมาก และยอมรับตรงๆ ว่าโปรเจกต์นี้ทำให้ขาดทุนไปแล้วกว่า 10 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ยังเล่าทั้งน้ำตาว่า ช่วงแรกถึงขั้นหาซื้อทุเรียนไม่ได้ เพราะมีกระแสข่าวว่าตนจะเข้าไปทำราคาทุเรียนพัง บางสวนเข้าใจและยอมขายให้ในราคาดี แต่บางสวนกลับตั้งราคาแพงขึ้นเพราะมองว่าเธอเป็น “ตัวป่วน”
แม้ต้องเผชิญแรงกดดันมหาศาล แต่พิมรี่พายย้ำชัดว่า เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การบังคับให้ทุกคนซื้อกับตนเอง ทว่าขอเพียงคนไทยช่วยกันซื้อทุเรียนจากที่ไหนก็ได้ เพื่อให้เงินถึงมือเกษตรกรโดยตรง ลดปัญหาการถูกกดราคา
ภายในไลฟ์ยังเปิดขายทุเรียนหลากหลายเกรด ทั้งหมอนทองไซซ์จัมโบ้ 6-8 กิโลกรัม ราคา 480 บาท และมูซานคิง 3-3.5 กิโลกรัม ราคา 999 บาท ท่ามกลางเสียงสนับสนุนและเสียงวิจารณ์ที่ยังแบ่งเป็นสองฝั่ง