รวมหุ้นเจ๊าไม่เจ๊ง
วันนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ต้องกลับมาทำข้อมูลเชิงสถิติเพื่อชี้ให้นักลงทุนได้เห็นว่า ในช่วงที่ดัชนียืนอยู่ในระดับ 1,500 จุดเมื่อ 5 ปีก่อน (หลังโควิด) เทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน มีหุ้นตัวไหนที่ยังทรงตัวในบริเวณได้บ้าง? ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นหากหุ้นเหล่านี้อ่อนตัวลงมาอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็เป็นการชี้ให้เห็นว่า หากผ่านช่วงวิกฤติไปได้ หุ้นเหล่านี้น่าจะสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าพะยะค่ะ
ด้วยเหตุนี้ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนลองประเมินข้อที่นำเสนอครั้งนี้ มีส่วนช่วยในการตัดสินใจซื้อหุ้นขนาดไหน? เพราะภาพที่เห็นวันนี้คือ ตลาดหุ้นไทยยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันซึ่งทำให้เครื่องใช้ข้าวของแพงขึ้นจนทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อลดลงและเรื่องนี้จะส่งผลชัดเจนในเดือน พ.ค. ขณะที่ดัชนียืนอยู่ที่ระดับ 1,461.35 จุดลบไป18.39 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย6.65 หมื่นล้านบาทแบบนี้..เหมาะต่อการ “ช้อน”หรือ “ชิ่ง”เจ้าคะ
รายแรกที่ที่นักวิเคราะห์เม้าท์ถึงบ่อย ๆ ในภาวะปกติ คงต้องมองไปที่หุ้น AP เพื่อชี้ให้เห็นราคาหุ้นในปี 64ยืนอยู่ที่บริเวณ 8.40 บาทและมีการจ่ายปันผลขั้นต่ำในอัตรา 4-8% อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาหุ้น ณ ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 8.50 บาทและมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ระดับ 6% มันใช่จังหวะของการทยอยสะสมหุ้นเพื่อลงทุนระยะยาวหรือเปล่า? ลองไปดีดลูกคิดกันดูนะออเจ้า
ถัดมาเป็นหุ้น CENTEL ที่วันนี้อาจเจอแรงขายสาดทุกวันจนวันนี้ราคาหุ้นลงมายืนที่ระดับ31.25 บาทพร้อมกับความกังวลที่ว่า ปัญหาสงครามตะวันออกกลางจะกระทบกำไรในปีนี้เต็ม ๆ “โมนิก้า” จึงอยากให้นักลงทุนย้อนกลับไปดูราคาเมื่อ 5 ปีก่อนอยู่ที่ระดับ 31.50 บาทแต่หลังจากนั้นราคาหุ้นก็ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนขึ้นไปทำไฮที่บริเวณ 58 บาทก่อนจะมีการม้วนตัวลงจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวแบบนี้..ต้องหาจังหวะเก็บหุ้นไว้บ้างนะคะ
อีกรายที่มีลักษณะ “ช้าแต่ชัวร์”อีฉันต้องโฟกัสไปที่หุ้นโรงเรียนของหนู SISB เพื่อชี้ให้เห็นการยืนปิดที่ระดับ 10.40 บาทเทียบกับราคาหุ้นเมื่อปี 64ที่อยู่ในระดับ 10.10 บาทมันมีจุดที่ต่างกันหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น และค่าเทอมที่เพิ่มปีละ 5% รวมทั้งอัตราผลตอบแทนปันผลที่วันนี้อยู่ในระดับ 4.90% มันเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ๆ ในแง่ของนักลงทุนคุณค่านะจ๊ะ
ตัวถัดมาที่ต้องเอ่ยถึงเพื่อชี้ให้เห็นโอกาสที่บริษัทจะปั๊มกำไรเพิ่มเป็นรอบ ๆ อีฉันคงมองไปที่หุ้นเดินเรือตู้คอนเทนเนอร์อย่าง RCL แบบไม่มีข้อแม้ เพราะในช่วงที่การขนส่งบูม และค่าระวางเรือเพิ่มขึ้น หุ้นตัวนี้กระฉูดเป็นประจำ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนประเมินการยืนปิดของราคาหุ้นวันนี้ที่ระดับ 29.75 บาทเทียบกับราคาในวันนั้นที่อยู่ในระดับ29.75 บาทแถมอัตราการจ่ายปันผลในปีที่ดี ๆ ขึ้นไประดับ 8% แบบนี้..น่าสนไหมล่ะ
เรื่องดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึง CK เป็นรายถัดมา เพราะเมื่อดูจากจากโครงการเมกะโปรเจกต์ที่มีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านบาท ย่อมส่งผลดีโดยตรงต่อยักษ์ใหญ่ก่อสร้างรายนี้เต็ม ๆ แต่เมื่อเหลือบดูราคาในกระดานวันนี้อยู่ที่ระดับ16.60 บาทเทียบกับราคาหุ้นช่วงโควิดยืนอยู่ที่ระดับ17.30 บาทอีฉันย่อมเชื่อย่างสนิทใจว่า นี่เป็นโอกาสของการทยอยเก็บหุ้นอย่างไม่ต้องสงสัยนะคะ
ส่วนคนที่ชอบหุ้นที่เซฟและเน้นรับปันผลไปเรื่อย ๆ “โมนิก้า” ขอให้มองไปที่หุ้น WHAUP เพื่อชี้ให้เห็นราคาหุ้นวันนี้ที่ยืนในระดับ 4.74 บาทเป็นระดับที่ปลอดภัยอย่างแน่นอน เพราะเมื่อย้อนกลับไปดูในช่วง 5 ปีก่อนจะเห็นว่า หุ้นก็ยืนอยู่ที่ระดับ 4.50 บาทขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลตลอดระยะเวลาดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 5% แบบนี้ มันเป็นจังหวะของการสะสมหุ้นใช่อะป่าว?
โมนิก้าและทีมงาน