โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

YLG ชี้ “ทองคำ” พักตัวระยะกลาง แนะสะสมลุ้นทะลุ 90,000 บาท

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 25 มี.ค. เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. เวลา 07.45 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ YLG เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่กดดันตลาดในขณะนี้ว่า ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบทางเทคนิคที่ประเมินไว้ โดยมองว่าการปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมาเป็นการ "พักตัวระยะกลาง" (Correction) เท่านั้น

ขณะที่ภาพรวมระยะยาวยังคงเป็นแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนจากการที่ราคาสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ณ วันที่ 25 มีนาคม ราคาทองคำมีสัญญาณดีดกลับค่อนข้างแรง ซึ่งประเมินว่าเป็นการเคลื่อนไหวในระยะสั้น หลังจากราคาทองคำปรับตัวลงจนเข้าสู่สภาวะขายมากเกินไป (Oversold) และเกิดสัญญาณ Bullish Divergence ในกราฟราย 1 ชั่วโมง จึงคาดการณ์ว่าราคาจะเกิดการดีดตัวขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องระมัดระวังหากในระยะสั้นราคาดีดตัวไม่ผ่านแนวต้าน 4,668-4,996 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (72,200-77,300 บาท) อาจเป็นการ "ดีดเพื่อลงต่อ" ในระยะกลางที่ระดับ 4,096-3,926 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งการพักตัวระยะกลางนี้ถือเป็นโอกาสในการสะสม

ทั้งนี้ (YLG) ประเมินเป้าหมายการปรับฐานรอบนี้ โดยมีแนวรับสำคัญที่ 4,096-3,926 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (63,300-60,700 บาทต่อบาททองคำ) และมีระดับลึกสุดที่ 3,556 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (55,000 บาทต่อบาททองคำ) ซึ่งบริษัทมองว่าโอกาสที่จะปรับตัวลงไปถึงระดับลึกสุดนั้นมีน้อย หากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลายลง แต่หากการปรับฐานเสร็จสิ้นและราคาสามารถทะลุผ่านแนวต้าน 4,996 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ไปได้ จะเป็นสัญญาณยืนยัน (Confirm) การกลับเข้าสู่เทรนด์ขาขึ้นรอบใหญ่อีกครั้ง โดยบริษัทยังคงเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ไว้ที่ 5,596-5,824 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (86,600-90,000 บาทต่อบาททองคำ)

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน (YLG) ให้คำแนะนำดังนี้ 1. ผู้ที่มีทองคำในมือจำนวนมาก หากราคาดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 4,668 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์แต่ไม่ผ่าน แนะนำให้แบ่งขายทำกำไรเพื่อลดสถานะบางส่วน แต่หากผ่านระดับ 4,996 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ไปได้ ให้ชะลอการขายเพื่อรอไปขายทำกำไรใกล้จุดสูงสุดเดิม (All Time High) 2. ผู้ที่ไม่มีทองคำในมือ แนะนำให้ใช้จังหวะการพักตัวของราคา (Buy on Dip) เป็นโอกาสในการทยอยสะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากราคาไม่หลุดแนวรับแรกที่ระดับ 4,096-3,926 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์

นอกจากนี้ ในระยะยาว (YLG) ยังคงมุมมองว่าราคาทองคำจะอยู่ในทิศทางขาขึ้นต่อไป โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลัก 4 ประการ ได้แก่ 1. ความเสี่ยงของเศรษฐกิจถดถอย (Recession) รวมไปถึงภาวะ Stagflation ซึ่งแม้นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่จะไม่อยากฟันธงว่าเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่ความเสี่ยงดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นตามความตึงเครียดในตะวันออกกลาง 2. แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลาง โดยความไม่แน่นอนด้านนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นตัวเร่งของเทรนด์ใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น คือ การลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization) และการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลาง (Central Bank Gold Buying) ให้เร่งตัวมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้นเป็นระยะตลอดปี 2569

ล่าสุด ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังคงเข้าซื้อทองคำเพิ่มในเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่ 16 ติดต่อกัน โดยถือครองเพิ่มขึ้น 30,000 ทรอยออนซ์ หรือ 0.93 ตัน สู่ระดับ 74.22 ล้านทรอยออนซ์ หรือ 2,308 ตัน 3. การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) แม้เครื่องมือ CME FedWatch Tool จะปรับลดการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยลง แต่ทาง Goldman Sachs ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงสมมติฐานหลักที่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในเดือนกันยายนและธันวาคมของปีนี้ และ 4. กระแสเงินทุนไหลเข้า-ออกจากกองทุน ETF ทองคำ แม้กระแสเงินลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันความต้องการทองคำผ่านกองทุน ETF ทั่วโลกในปี 2025 โดยมีการเข้าซื้อสุทธิประมาณ 800 ตัน แต่ในปีนี้เริ่มเกิดกระแสเงินทุนไหลออก นำโดยกองทุน SPDR ที่ลดการถือครองทองคำลง 13.5 ตันในปีนี้

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นลงทุน (YLG) มีบริการผ่านแอปพลิเคชัน "YLG Get Gold" ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ง่ายดาย โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 100 บาท แอปพลิเคชันดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถตอบโจทย์นักลงทุนรุ่นใหม่ให้สามารถซื้อขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เข้าถึงได้ง่ายผ่านสมาร์ตโฟน และมีระบบความปลอดภัยที่เชื่อถือได้

ทั้งนี้ ผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนและยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชัน โดยจะทราบผลอนุมัติภายในวันเดียว และสามารถเริ่มซื้อขายทองคำได้ทันที ซึ่งเปิดให้ลงทุนตั้งแต่ 100 บาท ไปจนถึงปริมาณสูงสุด 80 กิโลกรัมต่อวัน ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ผ่าน App Store และ Play Store หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทาง LINE: @ylggetgold หรือโทรศัพท์ 0-2678-9888 ต่อ 2

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...