โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ASEAN+3 กับวิกฤตพลังงาน.!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 23.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ช่วงเริ่มก้าวเข้าสู่ปี 2569 ทั่วโลกคาดหวังการฟื้นตัวอย่างเต็มรูปแบบ แต่กลับต้องเผชิญกับเมฆหมอกความไม่แน่นอนอีกครั้ง รายงานจากสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (AMRO) ส่งสัญญาณเตือนอย่างเคร่งเครียดว่า หากความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน และคู่กรณีในตะวันออกกลางลากยาวออกไป ภูมิภาคอาเซียนรวมถึงยักษ์ใหญ่ ในเอเชียตะวันออก อย่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ อาจต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำสุดรอบ 4 ปี

หัวใจสำคัญของวิกฤตครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่การสู้รบเชิงกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่คือ “ราคาน้ำมัน” เป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจโลก หากสงครามยืดเยื้อจนราคาน้ำมันดิบสูงเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตลอดทั้งปี AMRO คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของภูมิภาคจะชะลอตัวลงเหลือเพียง 3.7% และอัตราเงินเฟ้อจะดีดตัวสูงเกิน 2% เป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความเปราะบางของกำลังซื้อและต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

สำหรับประเทศคู่เจรจาอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ความเสี่ยงนี้รุนแรงกว่าใครเพื่อน เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียเกือบทั้งหมด แม้ทั้งสองประเทศจะมีคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ แต่ความพยายามดังกล่าว เปรียบเสมือนการใช้ถังเก็บน้ำช่วงหน้าแล้ง หากฝนไม่ตกนานเกินไป น้ำในถังย่อมมีวันหมด และราคาพลังงานสูงขึ้นในระยะยาว กลายเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่เป็นหัวใจของประเทศ

ส่วนของจีนแม้มีทางเลือกการขนส่งพลังงานทางบกเพิ่มขึ้น ช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่รายงานระบุชัดเจนว่าปริมาณน้ำมันกว่าครึ่งยังต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เสี่ยงต่อการปิดกั้นหากสงครามขยายวงกว้าง ทางด้านสมาชิกอาเซียนเอง โดยเฉพาะไทย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ในฐานะผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ จะได้รับผลกระทบโดยตรงผ่านต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้น จนอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังของรัฐบาลที่ต้องพยายามแบกรับภาระการอุดหนุนราคาพลังงานไว้

อย่างไรก็ตามท่ามกลางวิกฤตยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ AMROชี้ให้เห็นว่า ภูมิภาคนี้มีความยืดหยุ่น มากขึ้นกว่าในอดีตอย่างเห็นได้ชัดความเข้มข้นของการใช้พลังงานลดลงถึง 30% นับตั้งแต่ปี 2543 และการรุกคืบพลังงานหมุน เวียน รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในอาเซียนและจีน กลายเป็นเกราะป้องกัน ที่ช่วยลดทอนแรงกระแทกจากราคาน้ำมันได้ระดับหนึ่ง..

บทเรียนสำคัญที่หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ AMRO ทิ้งท้ายไว้คือ“วินัยทางการคลัง รัฐบาลในภูมิภาคควรยกเลิกการอุดหนุนพลังงานแบบหว่านแห และหันไปเน้นการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างตรงจุด เพื่อรักษาพื้นที่งบประมาณไว้รับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าที่คาด

“หากการลงทุนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถแสดงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในวงกว้าง ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และนวัตกรรมใหม่ๆ อาจกลายเป็นเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่ช่วยดันให้เศรษฐกิจ ASEAN+3 กลับมาทะยานถึง 4.6% ตามฉากทัศน์ที่ดีที่สุด

ที่สุดแล้วช่วงปี 2569 จึงไม่ได้เป็นเพียงปีแห่งความเสี่ยง แต่เป็นปีแห่งการพิสูจน์ว่า นโยบายการปรับตัวสู่พลังงานสะอาดและการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ที่แต่ละประเทศได้วางรากฐานไว้ จะแข็งแกร่งพอที่จะต้านทานพายุจากตะวัน ออกกลางได้หรือไม่ หรือเป็นบทเรียนซ้ำรอยเดิมที่เตือนใจว่า…

“ความมั่นคงทางพลังงานคือความมั่นคงแห่งชาติ” ที่มิอาจละเลยได้แม้แต่วินาทีเดียว..!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...