โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

1 มิ.ย.นี้ ดีเดย์ “พ.ร.บ.ส่วนบุคคล” ห้ามถ่ายรูป-ก่อนได้รับอนุญาต

WeR NEWS

เผยแพร่ 30 พ.ค. 2565 เวลา 12.00 น.
เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2565 นายเธียรชัย ณ นคร ประธานกรรมการ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยว่า…พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (พ.ศ.2562) หรือ PDPA (Personal Data Protection Act) จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิ.ย. 65 นี้ หลังจากนี้ จะเร่งเดินหน้าให้ความรู้ และสร้างความตระหนักในเรื่องสิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแก่ประชาชน และส่งเสริมให้องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ตระหนักถึงการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว
สำหรับเนื้อหาหลักของกฎหมายฉบับนี้คือ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใดจะต้องมีการขอจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือตามที่มีการบัญญัติไว้ในกฎหมายฉบับนี้ โดยต้องมีการบอกกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการนำข้อมูลไปใช้ และใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ระบุ เช่น การถ่ายภาพ เซลฟี่ (ต้องขออนุญาตก่อนถ้าไม่ได้ขอ ใช้การเบลอหน้า) หรือ กล้องวงจรปิด ต้องระบุว่า บริเวณนี้มีกล้องวงจรปิด เพื่อความปลอดภัย
และความสำคัญกับการให้สิทธิ “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” ที่สามารถขอให้เปลี่ยนแปลง แก้ไข ขอสำเนา ขอให้ลบได้หากไม่ขัดกับหลักการหรือข้อกฎหมายใด ๆ และองค์กรที่ได้ข้อมูลส่วนบุคคลมา ต้องมีมาตรการ และมาตรฐานในการบริหารจัดการดูแลข้อมูลเหล่านี้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
นายเธียรชัย กล่าวอีกว่า “ประเทศไทยจำเป็นต้องมีพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพราะเป็นหลักสากลที่ประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะคู่ค้าสำคัญของประเทศไทยที่ต่างนำหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตราเป็นกฎหมายเพื่อคุ้มครองประชาชนในประเทศของตนเอง…เริ่มจากสหภาพยุโรปที่มีกฎหมายชื่อ General Data Protection Regulation หรือ GDPR บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2561 ทำให้ประเทศต่าง ๆ เริ่มมีกฎหมายลักษณะเดียวกัน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และจีน
ขณะที่ประเทศไทยมีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มมากขึ้น และองค์กรต่าง ๆ ยังไม่ตระหนักถึงการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เก็บจากประชาชนหรือลูกค้าของตนทำให้ข้อมูลมีการรั่วไหลออกไปยังผู้ที่ไม่ประสงค์ดีต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ดังนั้นการมีกฎหมาย PDPA…จะช่วยคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล และทำให้องค์กรที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลต้องทบทวนถึงความจำเป็นของการเก็บ ประมวลผล และใช้ข้อมูลว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด และต้องให้ความสำคัญ เก็บรักษา และใช้อย่างไร…เพื่อลดต้นทุนในการบริหารจัดการ ซึ่งจะทำให้องค์กรใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว…นอกจากนั้น ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การทำธุรกิจที่อาศัยข้อมูลผ่านสื่อและอุปกรณ์ดิจิทัลระหว่างไทยกับประเทศต่าง ๆ เป็นไปโดยราบรื่น และมีฐานะที่เท่าเทียมกันมากขึ้น…ไม่ว่าองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ต่างประเทศ หากมีการเก็บข้อมูลคนในประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้”
สำหรับบทลงโทษมีโทษทางอาญาด้วย เช่น โทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือโทษทางปกครองที่ปรับได้ถึง 5 ล้านบาท…ทำให้หลายองค์กรค่อนข้างกังวลกับบทลงโทษดังกล่าว ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการกำลังยกร่าง เพื่อกำหนดโทษแบบจากเบาไปหาหนัก เพื่อไม่ให้สร้างความตระหนกแก่องค์กรต่าง ๆ มากเกินไป
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...