โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SCGP ราคาหุ้นเหวี่ยงแรงกว่าปันผล

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 23.15 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

หลังจากที่ยักษ์ใหญ่ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ระดับนำของอาเซียนที่เติบโตไม่หยุดอย่าง SCGP หรือ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) ในเครือปูนซิเมนต์ไทย ประกาศขึ้นเครื่องหมาย XD ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนสำหรับรับรองสิทธิ์ผู้ถือหุ้นที่จะได้รับเงินปันผลในรูปเงินสดอีก 0.40 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับที่จ่ายงวดกลางปีเดือน สิงหาคมปีก่อนไปแล้ว 0.25 บาท ถือว่าจ่ายน้อยมาก ราคาหุ้นของบริษัทที่ซื้อขายในตลาดก็ร่วงลงไปมากกว่า 2 บาท ใต้ 60.00 บาท

การร่วงของราคาที่รวดเร็วดังกล่าว ถือว่าไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะอธิบาย เพราะในแง่แผนธุรกิจ กำไรสุทธิและความสามารถทำกำไร (วัดจากอัตรากำไรสุทธิ) ยังไปได้สวย และคาดหมายว่าจะเป็นไปตามแผนทำยอดขายเพิ่มขึ้น และกำไรเพิ่มขึ้นในปีนี้ ในขณะที่นักวิเคราะห์ขาเชียร์ก็ยังคงให้ราคาเป้าหมายปีนี้ไว้ที่ 72.00 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ปรับขึ้นจากเป้าหมายปี 2564 ที่ค่อนข้างต่ำคือ 53.00 บาท (ซึ่งถือเป็นการให้ราคาคาดเดาที่ผิด)

คำถามจึงมีอยู่ว่าจะเชื่อนักวิเคราะห์หรือไม่ควรเชื่อและคำตอบก็ยังคงไม่ชัดเจนเหมือนเดิม

แม้ราคาหุ้นยามนี้ของ SCGP จะถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับปีก่อน ที่ขึ้นสูงมากเมื่อเทียบกับต้นปี แต่ก็ยังคงสูงเมื่อคิดเทียบเคียงกับมาตรฐานของตลาดเนื่องจากค่าพี/อีอยู่ที่ระดับ 30 เท่า และราคาล่าสุดสูงกว่า 2.2 เท่าของบุ๊กแวลูที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับล่าสุด 22.56 บาท

ราคาของ SCGP จึงเป็นราคาที่นักลงทุนต้องเสี่ยงเอาเองเพราะราคาที่สูงทำให้ราคาหุ้นมีขีดจำกัดขาขึ้นต่อไป ขึ้นอยู่กับมุมมองของนักลงทุนเป็นหลัก เพราะหุ้นรายนี้ มักจะมีคำถามว่าราคาถึงไหนจึงจะเรียกว่าราคาแพงเกินหรือถูกเกิน

ความท้าทายนี้เป็นสิ่งที่นักลงทุนจำต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะบริษัทนี้ยังต้องการขยายกิจการต่อไปให้ได้ในฐานะหัวหอกทะลวงฟันที่สำคัญของตลาด

ที่ผ่านมา ธุรกิจของ SCGP ถือเป็นแบบหนึ่งของค่ายใหญ่ปูนซิเมนต์ที่เลือกใช้การซื้อเพื่อขยายกิจการมาไม่นาน นักการแยกตัวไปสร้างการเติบโตในแบบลัดผ่านการซื้อกิจการระหว่างประเทศที่เปิดตลาดแข็งแกร่งทางลัด ทำให้กำไรเติบโตต่อเนื่องในปี 2564 มีตัวเลขกำไรสูงสุดนับแต่เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นไทยมากถึง 8,294 ล้านบาท และคาดว่าจะมีกำไรในไตรมาสแรกนี้ของปี ที่มากกว่า 3.0 พ้นล้านบาท

และหากสิ้นปีนี้ไม่ถูกอุปสรรคบั่นทอนลงไป น่าจะทำยอดขายทะลุ 1 แสนล้านบาท ทำกำไรสุทธิได้ทะลุ 9.5 พันล้านบาท

ในต้นปีนี้ นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ SCGP เปิดเผยว่า สถานการณ์โควิด-19 ระลอก 3 แต่บริษัทยังคงมีมาตรการการป้องกันโรคระบาดเข้มข้น พร้อมบริหารงานแบบยืดหยุ่นสอดคล้องกับสถานการณ์ ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน สื่อสารกับพนักงานอย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุน เพื่อรองรับทุกสถานการณ์และความต้องการลูกค้า แล้วมั่นใจว่า ยังรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ และรายได้คาดว่ายังเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน จากการรับรู้รายได้ Fajar ในประเทศอินโดนีเซีย และ SOVI ในประเทศเวียดนาม รวมถึงโครงการขยายกำลังการผลิตที่จะทยอยเปิดดำเนินการในไตรมาส 2 จนถึงปลายปีนี้

หากกระดาษบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ก่อสร้างแล้วเสร็จและมีกำลังการผลิตเต็มที่ปี 2565 รายได้จะเพิ่มอีก 9,000 ล้านบาท และการเข้าซื้อหุ้น 70% ของ Duy Tan Plastics Manufacturing Corporation จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอีก รวมถึงมีการพัฒนาสินค้าที่เป็นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

ปีนี้ SCGP ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตกว่า 10% ในฐานะของผู้นำโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน จากปีก่อนที่มีรายได้ รวมทั้งสิ้น 93,388.33 ล้านบาท โดยเฉพาะในตลาดอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนามต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในต่างประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ส่วนในยุโรปมีแนวโน้มดีขึ้น โดยบริษัทตั้งงบลงทุนปีนี้ 20,000 ล้านบาท และยังมีวงเงินอีก 9,000 ล้านบาท ซึ่งเตรียมไว้สำหรับการขยายในเวียดนามอีก

ตัวเลขการเติบโตขางเศรษฐกิจของอาเซียนในภาพรวม และการขยายกิจการเชิงรุกในทางลัด ทำให้การเติบโตของรายได้และกำไรของ SCGP น่าจะก้าวหน้าไป และกำไรพิเศษจากวิศวกรรมการเงินของการทำ M&P น่าจะช่วยให้มูลค่าทางบัญชีของบริษัทนี้เพิ่มขึ้น และราคาวิ่งหนีบุ๊กแวลูขึ้นไปอีก โดยค่าพีอีอาจจะเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ

นักลงทุนที่มองเห็นประโยชน์จากการเติบโตของ SCGP ในยามที่ราคาหุ้นถดถอยลง น่าจะมองเห็นประโยชน์และรู้สึกว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ “ของดีราคาถูก”.…ส่วนคนที่มองโลกในทางลบก็คงขายทิ้งออกมา

เข้าข่าย "สองคน ยลตามช่อง" ธรรมดาโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...