โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘หมออ๋อง’ แจงผลดูงานสิงคโปร์ ใช้งบต่ำกว่าที่ตั้งไว้-ส่งคืนคลัง หวังผลักดันประสิทธิภาพงานสภา ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เป็น Open Parliament

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 27 ก.ย 2566 เวลา 12.47 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2566 เวลา 09.28 น.

‘หมออ๋อง’ แจงผลดูงานสิงคโปร์ ใช้งบต่ำกว่าที่ตั้งไว้-ส่งคืนคลัง หวังผลักดันประสิทธิภาพงานสภา ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เป็น Open Parliament เร็วที่สุด

วันที่ 27 กันยายน 2566 ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 แถลงข่าวผลการศึกษาดูงาน ณ ประเทศสิงคโปร์ ระบุว่า จากงบประมาณที่ตั้งไว้ 1,493,800 บาท ใช้จริง 917,009.51 บาท ต่ำกว่างบที่ตั้งไว้ประมาณ 500,000 บาท ส่วนกรณีงบรับรอง 200,000 บาท ใช้จริง 61,742 บาท ส่งคืนคลัง 138,257 บาท โดยใช้ในการเลี้ยงรับรองนักศึกษาและแรงงานไทยในสิงคโปร์ รวมถึงในมื้อรับรองที่ทางคณะพบกับ สส.สิงคโปร์ นอกจากนั้นใช้ไปกับค่าคนขับรถและค่าใช้จ่ายจิปาถะ

ปดิพัทธ์ กล่าวว่า ส่วนการศึกษาดูงาน สิ่งที่พบมี 3 ประเด็น ประเด็นที่ 1 ตนได้เดินทางไปพบผู้ประกอบการแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในสิงคโปร์ ได้รายละเอียดว่า หากประเทศไทยไม่สามารถเตรียมโครงสร้างทางกฎหมายมารองรับ การพัฒนาอุตสาหกรรม EV ในประเทศจะเป็นไปไม่ได้ โดยตนจะส่งผลการศึกษานี้ไปยังพรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงรัฐบาลเพื่อพิจารณา
.
ประเด็นที่ 2 คือเหตุผลที่คนไทยที่ทำงานในบริษัทระดับโลกที่สิงคโปร์ ไม่สามารถกลับประเทศไทยได้ เช่น ระบบนิเวศ (ecosystem) หรือมาตรการภาษี ที่ไม่ดึงดูดผู้มีศักยภาพเข้ามาทำงาน รวมถึงเรื่องข้อมูลเปิด (Open data) ที่ประเทศไทยยังมีไม่เพียงพอให้บริษัทเทคโนโลยีเข้ามาลงทุนได้ ซึ่งตนจะส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น ส่วนแรงงานไทยในสิงคโปร์ ไม่พบปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชน และเป็นกลุ่มที่ต้องการการสนับสนุนเพื่อใช้ภาษาอังกฤษและทักษะช่างที่ดีขึ้น เนื่องจากเป็นแรงงานทักษะสูง
.
ประเด็นที่ 3 การพัฒนาระบบรัฐสภาของสิงคโปร์ แม้ระบบสภาฯ ของสิงคโปร์แตกต่างจากประเทศไทยมาก แต่สิงคโปร์ลงทุนเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสภาฯ สูงมาก มีการประชุมสภาฯ เดือนละครั้ง ครั้งละ 3-4 วัน ประชาชนเข้าร่วมได้เสมือนเป็นพยานในการตัดสินใจ ดังนั้น ในการอภิปรายงบประมาณและการอภิปรายไม่ไว้วางใจของสภาชุดนี้ ตนจะผลักดันให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้เช่นกัน
.
ปดิพัทธ์ ยังกล่าวถึงนโยบาย Cloud First Policy โดยระบุว่าปัจจุบันเอกสารข้อมูลต่างๆ ของสภาฯ ยังไม่สามารถทำให้เป็นระบบดิจิทัลได้ หลังจากนี้ตนจะนำเรื่องเข้าสู่กรรมการ ICT ของรัฐสภา เพื่อลงทุนในระบบ Cloud เพื่อความคุ้มค่าในอนาคต ทำให้การทำงานของสมาชิกสภาฯ ทันสมัยและทำให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างไร้รอยต่อที่สุด นี่คือความตั้งใจที่จะทำให้เกิดเป็น Open Parliament เร็วที่สุด
.
ปดิพัทธ์ ยังกล่าวถึง สส. ที่ร่วมติดตามไปประชุม ได้แก่ วรภพ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เดินทางไปสมทบหลังหายจากอาการโควิด เพื่อศึกษาเรื่องการบริหารจัดการน้ำและศึกษาเรื่อง Cloud service นอกจากนี้มี สส. อีก 2 คนที่เดินทางกลับก่อน ได้แก่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย เนื่องจากเดิมการวางแผนในตอนแรก ทั้ง 2 คนยังไม่ติดภารกิจ แต่ต่อมาเมื่อมีภารกิจ จึงได้เลือกเรื่องศึกษาดูงานในประเด็นที่ทั้ง 2 คนสนใจมากที่สุด ได้แก่ Open Parliament และ Green Parliament ไปอยู่ในโปรแกรมวันศุกร์และวันเสาร์ เมื่อเสร็จแล้วจึงเดินทางกลับประเทศไทยก่อนกำหนดเพื่อทำภารกิจ ยืนยันว่าไม่ใช่การหนีกลับแต่อย่างใด
.
ปดิพัทธ์ ย้ำอีกว่า กรณีความเข้าใจคลาดเคลื่อนและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าตนเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ เพื่อไปเทศกาลคราฟต์เบียร์นั้น ต้องชี้แจงว่า มีการเดินทางไปเยี่ยมคนงานในไซต์ ซึ่งทำให้คนเหล่านั้นกล้าพูดคุยกับตนมากขึ้น และเกิดบรรยากาศการแลกเปลี่ยนหลังการประชุม โดยหลังจากนี้ หากเขียนรายงานสมบูรณ์เสร็จสิ้น จะรีบนำรายงานแจกแก่สื่อมวลชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...