โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ปรับลดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 64 เหลือ 6.5 แสนคน

efinanceThai

เผยแพร่ 01 ก.ค. 2564 เวลา 02.26 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ปรับลดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 64 เหลือ 6.5 แสนคน 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -1 ก.ค. 64 9:26: น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยการเดินหน้าแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยระยะที่ 2 บททดสอบสำคัญ หากในพื้นที่ไม่พบความเสี่ยงการระบาดของโควิด น่าจะส่งผลบวกต่อทิศทางการดำเนินแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะถัดไป อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์โควิด-19 ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ทิศทางนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ยังมีความไม่แน่นอนสูง

ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ปรับลดกรอบบนของประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2564 นี้ลงเป็น 6.5 แสนคน โดยเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่ยังคงกรอบล่างของประมาณการไว้ตามเดิมที่ 2.5 แสนคน ทั้งนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดและความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน ยังคงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากที่สุดต่อการดำเนินแผนการเปิดการท่องเที่ยวทั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้และต่อเนื่องไปหลังจากนั้น

• การเดินหน้าแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยระยะที่ 2 บททดสอบสำคัญ หากในพื้นที่ไม่พบความเสี่ยงการระบาดของโควิด จะส่งผลบวกต่อการดำเนินแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะถัดไป

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 64 ที่ผ่านมา ทางเว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ "มาตรการรองรับการเปิดประเทศ" โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ก.ค. 64 ทั้งนี้ จากความร่วมมือของทุกฝ่ายทำให้แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติระยะที่ 2 สามารถขับเคลื่อนได้ในวันที่ 1 ก.ค. 64 นี้ โดยจังหวัดท่องเที่ยวนำร่อง ได้แก่ ภูเก็ต (เริ่มวันที่ 1 ก.ค. 64) และสุราษฎร์ธานี ในพื้นที่เกาะสมุย เกาะเต่า และเกาะพะงัน (เริ่มวันที่ 15 ก.ค. 64)

ซึ่งพื้นที่นำร่องดังกล่าวมีความพร้อมระดับหนึ่ง สะท้อนจากความคืบหน้าในการฉีดวัดซีนให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะภูเก็ต ที่อัตราการฉีดวัคซีนสะสมเข็มที่ 1 จนถึงวันที่ 28 มิ.ย. ครอบคลุมประมาณ 67% ของจำนวนประชากรในพื้นที่แล้ว อย่างไรก็ดี ในแต่ละจังหวัดการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ประกาศในราชกิจจาฯ

ทั้งนี้ จากแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวระยะที่ 2 ที่มีความชัดเจนนั้น ทำให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยว อย่างธุรกิจโรงแรมและที่พักกลุ่มที่มีความพร้อมและมีมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวและสุขอนามัย (SHA+) เริ่มทำตลาดมากขึ้น เช่นเดียวกับสายการบินนานาชาติระหว่างประเทศที่ได้เปิดเส้นทางบินตรงมาภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 64 ขณะที่ในด้านความต้องการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย ก็เริ่มมีการตอบรับเพิ่มขึ้น  

จากการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น พบว่า ความถี่ของการค้นหาที่พักในภูเก็ตบนเว็บไซต์ (ออนไลน์ทราเวิลเอเจ้นท์และเว็บไซต์อื่นๆ) เพิ่มขึ้น รวมถึงการจองห้องพักล่วงหน้าเริ่มมีการตอบรับจากชาวต่างชาติ แม้จะยังมีอัตราที่ต่ำและเป็นเฉพาะกลุ่มโรงแรมและที่พัก แต่ก็นับว่าดีขึ้น

กระนั้นก็ดี แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินี้ นับเป็นบททดสอบสำคัญ ซึ่งหากในภูเก็ตและสุราษฎร์ธานีสามารถควบคุมสถานการณ์โดยไม่เกิดการระบาดของโควิด-19 ได้ จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ในระยะถัดไป โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งสายการบินนานาชาติจากยุโรปมีแผนที่จะเปิดเส้นทางการบินมายังภูเก็ตในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ขณะที่ สิ่งเหล่านี้ยังขึ้นอยู่กับความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ที่คงต้องเฝ้าระวังและรักษาระดับมาตรฐานการป้องกันการระบาดของโควิดที่เข้มงวด
นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า หน่วยงานท่องเที่ยวควรมีการตั้งเว็บไซต์ท่องเที่ยวเฉพาะเพื่อเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดยเฉพาะเงื่อนไขและข้อปฏิบัติของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย ให้เข้าถึงข้อมูลที่ชัดเจนและทันสถานการณ์ การจัดทำข้อมูลสถานการณ์การฉีดวัคซีนในประเทศเป็นรายจังหวัดบนเว็บไซต์ท่องเที่ยว เช่น ข้อมูลอัตราการฉีดวัคซีนเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของประชากรในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเลือกเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่างๆ ในประเทศ

• ทิศทางนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 กับการเปิดประเทศตามเป้าหมาย 120 วัน ยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศ และการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในประเทศ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การที่ทางการไทยได้ตั้งเป้าหมายก้าวต่อไปที่จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติใน 120 วัน (ประมาณต้นไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลท่องเที่ยว) เป็นแนวทางที่ดี เพื่อให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้

อย่างไรก็ดี แม้ทางการเตรียมที่จะเร่งฉีดวัคซีนให้กับคนในประเทศและพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างครอบคลุมให้ได้มากที่สุด เพื่อให้สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยตามแผนที่วางไว้ แต่เนื่องจากตามแผนการจัดหาวัคซีนที่จะทยอยมาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ประกอบกับการระบาดของโควิด-19 ที่เร่งตัวขึ้นในหลายพื้นที่ อาจมีผลต่อแผนการฉีดวัคซีนเดิมที่วางไว้ที่คงต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์

โดยนอกจากภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ที่เปิดได้ในวันที่ 1 และ 15 ก.ค. 64 แล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า แม้การฉีดวัคซีนสะสมในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล น่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะครอบคลุมและเปิดการท่องเที่ยวได้ในไตรมาส 4 แต่ก็ยังมีความท้าทายที่จะต้องควบคุมให้โควิดคลี่คลายลงให้ได้โดยเร็วที่สุด

สำหรับจังหวัดนำร่องอื่น เช่น ตรัง พังงา ชลบุรี เชียงใหม่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และบุรีรัมย์นั้น ในบางจังหวัดยังมีความไม่แน่นอนและอาจยังต้องใช้เวลาสำหรับการฉีดวัคซีนสะสมเข็มแรกให้ครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่หรือเข้าหา 70% ตลอดจนจำเป็นที่จะต้องเผื่อเวลาสำหรับการเตรียมการด้านต่างๆ โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์และการทำการตลาดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นก่อนที่จะเปิดการท่องเที่ยวด้วย

นอกจากนี้ สถานการณ์โควิด-19 ยังมีความไม่แน่นอนสูง นอกจากการระบาดในประเทศแล้ว ขณะนี้ในหลายๆ ประเทศ ก็กลับมาเผชิญกับความเสี่ยงการระบาดระลอกใหม่อีกครั้ง โดยจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันกลับมาสูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติจากภูมิภาคยุโรป ซึ่งตั้งแต่ที่ไทยได้เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในกลุ่ม STV เมื่อเดือน ต.ค. 63 จนถึงปัจจุบัน

พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติจากภูมิภาคยุโรปเป็นตลาดหลักมีสัดส่วนกว่า 45% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวในไทยทั้งหมด อย่างไรก็ดี ณ ปัจจุบัน หลายประเทศในยุโรปกลับมาเผชิญกับจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันสูงขึ้น อาทิ สหราชอาณาจักร และโปรตุเกส

ขณะเดียวกันยังต้องติดตามสถานการณ์โควิดจากการแข่งขันฟุตบอลยูโร EURO 2020 ในครั้งนี้ ที่มีการเปิดให้แฟนบอลเข้าชมในสนาม นับเป็นบททดสอบสำคัญของการจัดงานระดับโลก ซึ่งหากไม่เกิดการระบาดของโควิดเพิ่มขึ้น ก็น่าจะสร้างความเชื่อมั่นต่อการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น

ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ยังเป็นเงื่อนไขสำคัญที่กดดันทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงประเมินทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ไว้ 2 กรณี

กรณีที่ 1 ความเสี่ยงการระบาดของโควิด-19 ในประเทศ ยังมีอยู่สูงและอาจจะลากยาวกว่าที่สถานการณ์จะคลี่คลาย ทำให้มาตรการผ่อนคลายเงื่อนไขการเปิดรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่นำร่องยังคงมีความเข้มงวด ขณะที่พื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ อาจจะมีความล่าช้าออกไปจากแผนที่วางไว้ว่าจะมีการทยอยผ่อนคลายเพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ ภายใต้สมมติฐานนี้ คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงครึ่งปีหลัง น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.08 แสนคน ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 2.5 แสนคน

กรณีที่ 2 ทางการสามารถควบคุมการระบาดของโควิดได้ในช่วง 1-2 เดือนต่อจากนี้ และจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการฉีดวัคซีนในพื้นที่ต่างๆ มีความครอบคลุมเป็นไปตามแผน และในพื้นที่ภูเก็ตและสุราษฎร์ธานีสามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ได้ดี จนทางการสามารถผ่อนคลายเงื่อนไขเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

ซึ่งกรณีนี้มีโอกาสที่จะเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงครึ่งปีหลังอยู่ที่ประมาณ 6.08 แสนคน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะเร่งตัวขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเนื่องจากเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของหลายๆ ประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 6.5 แสนคน (การปรับลดประมาณการกรอบบนจากเมื่อเดือนเม.ย 64 เนื่องจากในเดือนมิ.ย. 64 การระบาดของโควิด-19 ในประเทศกลับมามีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง กอปรกับการระบาดในหลายประเทศยังไม่ดีขึ้น)
โดยสรุปแล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ปรับลดกรอบบนของประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2564 นี้ลงเป็น 6.5 แสนคน โดยเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่ยังคงกรอบล่างของประมาณการไว้ตามเดิมที่ 2.5 แสนคน ทั้งนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดและความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน ยังคงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากที่สุดต่อการดำเนินแผนการเปิดการท่องเที่ยวทั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้และต่อเนื่องไปหลังจากนั้น

 

 

 

เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.comอนุมัติ    โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...