โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภัยแล้งมาแน่! แนะพืช 7 ชนิด ใช้น้ำน้อย ทางรอดของเกษตรกรไทย 

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 22 ม.ค. 2563 เวลา 07.22 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2563 เวลา 06.55 น.

ภัยแล้งมาแน่! แนะพืช 7 ชนิด ใช้น้ำน้อย ทางรอดของเกษตรกรไทย 

ศูนย์พยากรณ์หลายสำนักต่างลงมติเป็นเสียงเดียวกันว่าปีนี้ “ภัยแล้งมาแน่” ฉะนั้น พืชที่ใช้น้ำน้อยดูเหมือนจะเป็นทางรอดของเกษตรกร

บริษัท ไอ ซี พี ลัดดา ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสารเคมีป้องกันศัตรูพืช ให้ข้อมูลว่า การส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยมีความสำคัญมาก เกษตรกรต้องรู้จักเลือกปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย งดหรือเลื่อนการทำนาปรังในพื้นที่ที่คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำจะไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก และหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยเพื่อสร้างรายได้ทดแทนในช่วงหน้าแล้ง

ซึ่งพืชที่มีอายุสั้น ได้แก่ แตงกวา-แตงร้าน ฟักทอง แตงโม ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดข้าวเหนียว แฟง และ ถั่วฝักยาว การปลูกพืชผักอายุสั้นใช้เงินลงทุนต่อรุ่นต่ำ แต่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ 2-3 รอบต่อรุ่น

การปลูกพืชระยะสั้นไม่ใช่เรื่องยาก เริ่มจากเตรียมเมล็ดพันธุ์พืชผักที่ใช้น้ำน้อย 7 ชนิด เช่น แตงกวา-แตงร้าน ฟักทอง แตงโม ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดข้าวเหนียว แฟง และถั่วฝักยาว ปรับดินเตรียมแปลงปลูก ลงทุนทำระบบน้ำหยด เพื่อให้น้ำถูกส่งผ่านทางท่อ และปล่อยน้ำออกทางหัวหยดน้ำ ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณโคนต้นพืช น้ำจะหยดซึมลงมาที่บริเวณรากของต้นพืชอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ ช่วยให้ดินมีความชื้นคงที่ พืชได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมและสม่ำเสมอทั้งแปลง ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน บำรุงรักษาระบบง่าย แถมควบคุมวัชพืชได้ง่ายอีกต่างหาก 

ข้อควรระวังในการปลูกพืชหน้าแล้ง ควรเลือกชนิดของพืชที่เป็นที่ต้องการของตลาด ผลผลิตมีราคาดี มีแหล่งรับซื้อ เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในเขตที่ปลูก เพราะพืชแต่ละชนิดมีอายุเก็บเกี่ยวแตกต่างกัน 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...