"โอเอซิส สปา" พลิกเกมสู้โควิด ก้าวสู่มาตรฐาน Hygiene
สัมภาษณ์
“โอเอซิส สปา” สปาเพื่อสุขภาพระดับพรีเมี่ยม 5 ดาวแห่งดินแดนล้านนา เป็นอีกธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากวิกฤตไวรัสโควิด-19 สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ลูกค้าทยอยลดลงตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงเดือนมีนาคม 2563 ที่ต้องปิดกิจการชั่วคราวตามประกาศมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19
โดยในระยะเวลาเพียง 3 เดือน โอเอซิส สปา สูญเสียรายได้ไปมากกว่า 60 ล้านบาท“ภาคิน พลอยภิชา”
ประธานกรรมการ บริษัท เดสทินี่เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำกัด ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งโอเอซิส สปา (OASIS SPA) จังหวัดเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์“ประชาชาติธุรกิจ”
จากจุดเริ่มต้นธุรกิจสปาสาขาแรกในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อปี 2546 มีเมนูสปา signature โดดเด่น คือ “สปาสี่มือ” สร้างความแตกต่างให้กับเทรนด์สปาในยุคนั้น ผ่านมา 16 ปี โอเอซิส สปา มีสาขาอยู่ในหัวเมืองหลักมากถึง 15 สาขา ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อชั้นของโอเอซิส สปา จัดเป็นสปาแถวหน้าเบอร์หนึ่งของเมืองไทยและเอเชีย
ทั้งยังแตกเซ็กเมนต์ธุรกิจหลายด้าน อาทิ โรงแรม โรงเรียนไทยโอเอซิส สปา, ร้านกาแฟ-ร้านอาหาร (Cafe de Oasis), Car Wash และผลิตภัณฑ์สปา โดยปี 2562 มีรายได้ประมาณ 300 ล้านบาท
“วิกฤตครั้งนี้รุนแรงที่สุด เป็นวิกฤตที่ไม่เคยเจอ ถึงขั้นต้องปิดกิจการทุกสาขาชั่วคราว และสูญเสียรายได้ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม รวมทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท และไม่สามารถคาดเดาได้ว่าวิกฤตนี้การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 จะยืดเยื้อยาวนานแค่ไหน อาจจะถึงปลายเดือนพฤษภาคม หรืออาจจะนานกว่านั้น”
ภาคินกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันโอเอซิส สปา มีสาขารวมทั้งสิ้น 15 สาขา ปักฐานขยายไปในหัวเมืองหลักด้านการท่องเที่ยว คือ จังหวัดเชียงใหม่ 6 สาขา จังหวัดภูเก็ต 5 สาขา กรุงเทพมหานคร 3 สาขา และพัทยา จังหวัดชลบุรี 1 สาขา ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักแบ่งเป็นสัดส่วนของลูกค้าต่างชาติประมาณ 85% ในจำนวนนี้แบ่งเป็นลูกค้าชาวจีนมีสัดส่วนถึง 50% ที่เหลือ ประกอบด้วยลูกค้ายุโรป รัสเซีย เกาหลี อาเซียน และสัดส่วนที่เหลืออีกประมาณ 15% เป็นลูกค้าคนไทย
“เรามีพนักงานทุกสาขารวมกันมากกว่า 500 คน ซึ่งในส่วนของสาขากรุงเทพฯ สาขาที่ 3 ย่านทองหล่อ เป็นสาขาใหม่ล่าสุด เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ใช้เงินสดส่วนตัวลงทุนไม่กู้แบงก์ มูลค่าการลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท ทำให้ตอนนี้เงินสดในมือลดลง
เราไม่เลิกจ้างพนักงาน แต่ได้ทำความเข้าใจกับพนักงานทุกคนถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ เป็นวิกฤตที่กระทบไปทั่วโลก เราใช้วิธี leave without pay คือ พนักงานยังมีสถานะเป็นพนักงานบริษัท หยุดพักงาน แต่ไม่จ่ายเงินเดือน เพื่อแบ่งเบาภาระของบริษัทที่ตัวเลขรายได้เป็นศูนย์ พนักงานทุกคนเข้าใจ และรอวันที่จะกลับมาทำงานกันอีกครั้ง”
ภาคินกล่าวต่อไปว่า เรื่องการปรับตัวเป็นสิ่งที่ต้องทำในภาวะวิกฤตนี้ อย่างแรกเลยคือ การเร่งปรับตัวในส่วนของพนักงาน คือ การให้พนักงานทุกคนอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย ป้องกันตัวเอง รักษาสุขอนามัย ไม่เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง พนักงานทุกคนต้องปลอดภัย จุดนี้มีความสำคัญ เพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อมในวันที่ต้องกลับมาเริ่มทำงาน และตั้งไลน์กรุ๊ปพนักงาน อัพเดตข้อมูลข่าวสารสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกันก็ได้เริ่มวางแผน เตรียมความพร้อมเมื่อถึงวันที่กลับมาเปิดให้บริการธุรกิจอีกครั้ง โดยมีการวางแผนเป็น 3 ระดับ คือ แผน A จะมีการแบ่งพนักงานบางส่วนให้มาทำงานก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องสถานที่ของทุกสาขาที่จะเปิดให้บริการ
แผน B จะให้พนักงานบางส่วนเข้าไปทำงานในบางสาขาก่อน ซึ่งจะต้องประเมินสถานการณ์ว่าสาขาในจังหวัดไหนที่จะเปิดบริการก่อน
และแผน C คือ พนักงานทุกคนมาทำงานแบบเต็มระบบทั้งหมด ซึ่งการวางแผนเป็น 3 ระดับนั้น เพื่อเป็นการประเมินสถานการณ์และลดความเสี่ยงที่จะให้พนักงานมาทำงานพร้อมกันทั้งหมด
“ในวันที่เราจะกลับมาเปิดให้บริการสปาได้อีกครั้ง สิ่งสำคัญ ต้องมีสติ อย่าหวังว่าลูกค้าจะกลับมาในทันที จึงต้องมีสติ อย่าคาดหวัง เพราะจากวิกฤตนี้ โลกจะเปลี่ยนไปเยอะมาก คนจะมีความหวาดระแวงมากขึ้น จนกว่าจะมียาหรือวัคซีน ซึ่งแน่นอนว่าลูกค้าอาจไม่มีความมั่นใจที่จะมาใช้บริการสปา เพราะสปาคือการสัมผัสคนโดยตรง จึงค่อนข้าง sensitive หลังจากกลับมาเปิดบริการ อาจต้องรออีก 1-2 เดือนเพื่อประเมินสถานการณ์”
ภาคินกล่าวต่อไปว่า จากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยิ่งทำให้โอเอซิส สปา ต้องปรับตัวมากขึ้น ซึ่งยังเชื่อมั่นว่าธุรกิจสปาจะยังอยู่ได้ และต้องสู้ แต่ประเด็นสำคัญที่สุดต้องแสดงให้ลูกค้ามั่นใจและเชื่อมั่นในคุณภาพ ความสะอาด เน้นสุขภาพและสุขอนามัยที่ต้องก้าวสู่ระดับ hygiene
“ปี 2562 โอเอซิส สปา มีรายได้ราว 300 ล้านบาท โดยปกติสปาของเราทุกสาขาจะเติบโตขึ้นเฉลี่ยปีละ 10% แต่รายได้ปีนี้ยากที่จะคาดการณ์ ซึ่งช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา รายได้เราหายไปกว่า 60 ล้านบาท และตอนนี้ปิดกิจการชั่วคราว บริษัทอยู่ในสภาวะ zero income คือ ไม่มีรายได้ ไม่มีรายรับเข้ามาเลย เป็นศูนย์”
CEO โอเอซิส สปา ยังเชื่อมั่นหนักแน่นในธุรกิจของโอเอซิส สปา และจะเดินหน้าดำเนินธุรกิจต่อไป แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มมองหาธุรกิจใหม่ ๆ โดยเฉพาะธุรกิจออนไลน์-ดิจิทัล ซึ่งในวันที่ต้องเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่บ้าน ก็ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ค้น “ธุรกิจ” ใหม่ ๆ ที่จะตอบโจทย์ตลาดออนไลน์ในอนาคต