โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลทหารคลั่งชักปืนยิงพ่อตาดับคาบ้านพัก ก่อนซ่อนตัวในรถตำรวจเจรจานานกว่า 4 ชั่วโมงจึงยอมมอบตัว

77kaoded

เผยแพร่ 19 เม.ย. 2563 เวลา 17.40 น. • 77 ข่าวเด็ด

https://youtu.be/nxdgjooYm88

พลทหารสังกัด พัน สห. มทบ. 14 คลั่งชักปืนยิงพ่อตาดับคาบ้านพัก ก่อนพยายามจะหลบหนีแต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดไว้ด้วยการยิงยางรถ ก่อนซ่อนตัวอยู่ภายในรถ ด้านฝ่ายหญิง ลูก ๆ และแม่ฝ่ายหญิง ต้องปีนข้ามไปยังบ้านที่หลังติดกันออกมาอีกซอยหนึ่ง ด้านตำรวจเจรจานานกว่า 4 ชั่วโมงจึงยอมมอบตัว เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 8/81 หมู่ 6 หมู่บ้านทรัพย์ยั่งยืน ซอย 5 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 19 เม.ย.63 พ.ต.ท.ปัญญาวัฒน์  คำศรี สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุชายถูกยิงเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 8/81 หมู่ 6 หมู่บ้านทรัพย์ยั่งยืน ซอย 5 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.ชุมพล  พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.เติมรัศ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นทาวเฮาส์ 2 ชั้น ที่บริเวณชั้นที่สองหน้าห้องพระพบศพนายประเสริฐ  สิงห์เรือง อายุ 60 ปี นายกโรตารี่เอราวัณ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ คอซ้าย 1 นัด ชายโครงขวาและซ้ายที่ละ  1 นัด  เหนือราวนมซ้าย 1 นัด แขน 2 นัด และที่กลางหน้าผากอีก 1 นัด รวม 7 นัด นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้นบ้าน  ที่บริเวณระเบียงหน้าบ้านพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่จำนวนหลายปลอก ส่วนผู้ก่อเหตุชื่อนายภูเบศร์  กลิ่นพราม อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นพลทหารสังกัด พัน สห. มทบ. 14 หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปขึ้นรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฟอร์ท สีขาว ทะเบียน 1 กฮ 9585 กรุงเทพมหานคร กำลังจะขับหลบหนีออกมาทางปากซอย แต่เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าหน้าที่สายตรวจขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาพอดี เจ้าหน้าจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ล้อหลังข้างซ้ายจนยางระเบิด ก่อนเจ้าหน้าที่จะได้ทำการปิดล้อมเอาไว้ โดยที่นายภูเบศร์ ผู้ก่อเหตุนั่งอยู่ในรถไม่ยอมออกมามอบตัว ขณะเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่กล้าเข้าใกล้เนื่องผู้ก่อเหตุเป็นทหารและมีอาวุธปืนติดตัวอยู่ด้วย จึงได้ทำการปิดล้อมและเจรจาผ่านเครื่องขยายเสียงอยู่นานกว่า 4 ชั่วโมงแต่ผู้ก่อเหตุก็ยังไม่ยอมมอบตัว เจ้าหน้าจึงได้ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาของผู้ก่อเหตุและพี่สาวให้เดินทางมาร่วมในการเกลี่ยกล่อม หลังจากพี่สาวของผู้ก่อเหตุเดินทางมาถึงและเจรจาเกลี่ยกล่อมผ่านเครื่องขยายเสียงประมาณ 10 นาทีนายภูเบศร์ ผู้ก่อเหตุจึงยอมลงจากรถมามอบตัว  จากการตรวจค้นในรถพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่ใช้ก่อเหตุวางอยู่บนเบาะนั่งข้างคนขับ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดอาไว้เป็นของกลางก่อนคุมตัวนายภูเบศร์ ผู้ก่อเหตุไปสอบสวนที่โรงพัก

จากการสอบภรรยาผู้ก่อเหตุ ได้เล่าตนและนายภูเบศร์ ได้แยกกันอยู่มานานกว่า 2 ปีแล้ว เนื่องจากนายภูเบศร์ มีปัญหากับพ่อของตน และในวันนี้ตนได้ไปรับลูกมา นายภูเบศ ไม่ยอมให้ลูกออกมา  จึงได้เกิดการยื้อกันขึ้นแต่ตนก็เอาลูกคนโตขึ้นรถมาได้ส่วนลูกคนเล็ก นายภูเบศร์ ได้อุ้มเอาไว้ไม่ให้มา ตนก็เลยไม่เอามา ตนก็เลยขับรถออกมาถึงบ้านและกำลังจะล๊อกบ้านนายภูเบศร์ ได้ขับรถตามมาจอดที่หน้าบ้าน ตนก็เลยบอกให้พ่อเข้าบ้าน ด้วยความรีบร้อนพ่อปิดหน้าต่างแต่ไม่ได้ล๊อก นายภูเบศร์ ก็วิ่งไล่รอบบ้านเอาด้ามปืนทุบประตู ตนจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่นายภูเบศร์ จะเปิดหน้าต่างปีนเข้าไป ซึ่งตอนนั้นพ่อตนขึ้นไปอยู่ชั้นสอง มันก็ตามขึ้นไปยิงเขาเลย แม่และลูกคนกลางก็อยู่ในห้องมันยิงแสดประตูเข้าไปดีไม่โดนลูก แต่แม่จับลูกบิดดอยู่โดนลูกปืนเฉี่ยวจนได้รับบาดเจ็บ พอมันไปถึงพ่อมันก็กระหน่ำยิงเลย พอมันเดินลงมามันก็ตะโกนใส่รถเพราะตนนั่งอยู่บนรถว่า ให้ตนไปดูพ่อ พ่อมึงตายแล้ว ตนจึงรีบขึ้นไปดู ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันที่นายภูเบศร์ ขึ้นรถกำลังจะขับหนีออกไป และถูกสกัดได้ที่ปากซอย ตนและแม่ก็ไม่กล้าออกจากบ้านต้องไปปีนข้ามไปยังบ้านอีกฝั่งหนึ่งหนีออกมาจากบ้านได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...