โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงแรม-รีสอร์ตเครือสิงห์ฯทั่วโลกประกาศปิดบริการชั่วคราว ยันไม่ปลดพนง.-ให้หยุดพักแต่ได้เงินเดือนเหมือนเดิม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 มี.ค. 2563 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2563 เวลา 03.59 น.

กรุงเทพฯ 30 มีนาคม 2563 – บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตในเครือบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ประกาศมาตรการเพื่อรับมือกับสถานการณ์ของโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาด โดยจะหยุดทำการโรงแรมและรีสอร์ตในประเทศไทย มัลดีฟส์ ฟิจิ มอริเชียส และสหราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราว

นายเดิร์ก อังเดร ลีน่า คุยเบอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การหยุดทำการโรงแรมชั่วคราว มีจุดประสงค์เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก และตอบรับกับมาตรการปิดพรมแดนในหลายประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ และเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพของผู้เข้าพักและพนักงานทุกคน รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลง

ทั้งนี้ โรงแรมทั้ง 4 แห่ง ของ SHR ในประเทศไทย ได้แก่ โรงแรมสันติบุรี เกาะสมุย โรงแรมพีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ต โรงแรมเอาท์ริกเกอร์ ลากูน่า ภูเก็ต บีช รีสอร์ต และโรงแรมเอาท์ริกเกอร์ เกาะสมุย บีช รีสอร์ต จะหยุดทำการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2563

ส่วนในมหาสมุทรอินเดีย ธุรกิจทั้งหมดในมัลดีฟส์ รวมถึงโครงการครอสโรดส์ มัลดีฟส์ (CROSSROADS Maldives) ประกอบด้วยโรงแรม SAii Lagoon Maldives, Hard Rock Hotel Maldives, The Marina @ CROSSROADS, and Outrigger Konotta Maldives Resort จะหยุดทำการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 โดยกำหนดเปิดทำการจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ส่วนในฟิจิ และมอริเชียส ได้เตรียมความพร้อมในการหยุดทำการรีสอร์ตทั้ง 3 แห่งชั่วคราว เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการของหน่วยงานภาครัฐ

ในสหราชอาณาจักร บริษัทมีโรงแรม 29 แห่ง และได้ทำงานประสานกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิดเพื่อดำเนินการตามมาตรการปิดพรมแดนของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ขณะนี้ โรงแรมเกือบทั้งหมดได้หยุดทำการชั่วคราวแล้วจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ยกเว้นโรงแรม 3 แห่ง ที่เปิดทำการเพื่อช่วยเหลือและเป็นที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ธุรกิจภาครัฐและพนักงานจากธุรกิจอื่นๆ ที่มีความจำเป็นในสถานการณ์นี้

นายเดิร์กกล่าวว่า บริษัทพร้อมที่จะจัดเตรียมนโยบายและกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่พร้อมจะกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง โดยระหว่างที่โรงแรมหยุดทำการชั่วคราว บริษัทยังคงว่าจ้างพนักงานตามอัตรากำลังคนเดิม พร้อมทั้งแนะนำให้เก็บตัวอยู่ในบ้านและหลีกเลี่ยงการเดินทางตามคำแนะนำของรัฐบาลในแต่ละประเทศ ส่วนพนักงานในรีสอร์ตที่ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เนื่องจากการปิดพรมแดนหรือห้ามเดินทางในสถานการณ์การระบาดของโรค จะยังคงพักอยู่ในโรงแรม โดยบริษัทมีมาตรการป้องกันด้านสุขอนามัยเพิ่มเติมที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของรัฐ เพื่อให้พนักงานปฏิบัติตาม

“สุขภาพและความปลอดภัยของผู้เข้าพักและพนักงานเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก สถานการณ์ในขณะนี้ มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นทุกวัน มาตรการที่เข้มข้นต่าง ๆ จะช่วยลดผลกระทบที่มีต่อผู้เข้าพัก พนักงาน และพันธมิตรทางธุรกิจ เราหวังว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้จะผ่านพ้นไปโดยเร็ว และเราพร้อมที่จะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้” นายเดิร์กกล่าว 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...