ปรับยาแก้แพ้"ลอราทาดีน"ออกจากยาอันตราย
วันนี้ (28 พ.ย. 61) จากมติการปรับลดสถานะควบคุม “ยาลอราทาดีน” หรือ “ยาแก้แพ้” จากยาอันตราย ให้เป็นยาที่จำหน่ายในร้านขายยา ซึ่งสร้างความกังวลในเภสัชกรบางส่วน
ล่าสุด นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ชี้แจงว่า คณะกรรมการยามีการพิจารณาอย่างรอบคอบและได้มีการเฝ้าระวังติดตามผลข้างเคียงบนพื้นฐานความปลอดภัย โดยเล็งเห็นว่ายาลอราทาดีนมีผลข้างเคียงน้อย ในต่างประเทศได้ปรับสถานะยาดังกล่าวให้เป็นยาสามัญประจำบ้านมานานกว่า 10 ปี ขณะที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มากถึงร้อยละ 10 – 30 ของประชากร การปรับลดสถานะจะทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้มากขึ้น ไม่ต้องรอพบแพทย์ ลดภาระความแออัดของโรงพยาบาล
โดยจะปรับลดเฉพาะขนาดบรรจุแผงละไม่เกิน 10 เม็ด กล่องไม่เกิน 2 แผง ส่วนขนาดบรรจุอื่นยังคงเป็นยาอันตรายเช่นเดิม จึงไม่ต้องกังวลถึงการใช้ยาต่อเนื่อง และยืนยันว่าการปรับสถานะไม่ใช่เพื่อการเพิ่มยอดขายให้บริษัทยา
ขณะที่ความกังวลว่า “ยาลอราทาดีน” จะสามารถจำหน่ายในร้านขย.2 หรือร้านขายยาที่ไม่มีเภสัชกร รองเลขาธิการอย. ระบุว่า ผู้ป่วยสามารถศึกษาสรรพคุณและวิธีการใช้ และข้อควรระวังในการใช้ยาได้จากฉลาก
ทั้งนี้ มีข้อกำหนดว่า บนฉลากยาต้องระบุข้อความใช้เฉพาะโรคภูมิแพ้ ไม่ลดน้ำมูกในโรคหวัด ซึ่งจะเป็นการป้องกันไม่ให้ประชาชนใช้ยาผิดโรคและใช้ยาไม่สมเหตุผล เนื่องจากในอดีตมีผู้ป่วยบางส่วนใช้ยานี้แทนยาลดน้ำมูก ซึ่งไม่ส่งผลดีต่ออาการ ส่วนการดำเนินการหลังจากนี้จะเสนอเรื่องต่อ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อลงนามและประกาศใช้ โดยระหว่างนี้บริษัทที่จะผลิตยาเพื่อการจำหน่ายยังต้องมีการปรับขนาดบรรจุตามหลักเกณฑ์ ซึ่งคาด 1-2 เดือนจึงจะมีการจำหน่ายยาล็อตใหม่ในร้านขายยา