โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

27 ร้านอาหารคว้าดาวมิชลิน 2019 ครั้งแรกกับร้านนอกเขตกรุงเทพฯ สตรีทฟู้ดยังคงเข้าลิสต์บิบ กูร์มองด์

The Momentum

อัพเดต 14 พ.ย. 2561 เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2561 เวลา 07.16 น. • THE MOMENTUM TEAM

การประกาศรายชื่อร้านอาหารมิชลินสตาร์กลับมาอีกครั้ง สำหรับร้าน 1 ดาวมิชลิน ปีนี้มีจำนวน 23 ร้าน โดย 13 ร้าน เป็นร้านที่เคยได้ดาวในปีที่ผ่านมา และยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ ส่วนร้านใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาอีก 10 ร้าน เน้นทิศทางไปที่ร้านอาหารไทยเป็นส่วนใหญ่ และเนื่องจากปีนี้ทางมิชลินได้ขยายขอบเขตไปที่ภูเก็ตและพังงาด้วย จึงมีอีก 1 ร้านที่ได้รับ 1 ดาวมิชลิน นั่นคือ PRU (พรุ) ร้านไฟน์ไดน์นิ่งที่เน้นวัตถุดิบสดจากฟาร์ม ในจังหวัดภูเก็ต

ส่วนร้าน 2 ดาวมิชลิน มีทั้งหมด 4 ร้าน ทั้ง 3 ร้านเมื่อปีที่แล้วยังคงรักษารางวัลไว้ดังเดิม เพิ่มเติมอีก 1 ร้านคือ Sühring ร้านอาหารเยอรมันทวิสต์ในย่านสาทร

ทั้งยังมีการมอบรางวัล บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) สำหรับร้านโปรดของผู้ตรวจสอบมิชลินที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดีในราคาย่อมเยา ซึ่งปีนี้มีจำนวน 72 ร้าน เป็นร้านใหม่ 42 ร้าน ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารไทยในกรุงเทพฯ ที่หลายคนรู้จักกันดี รวมถึงร้านสไตล์สตรีทฟู้ด เช่นโจ๊กปรินซ์, เจ๊โอว, ราดหน้ายอดผักสูตร 40 ปี (ร้านใหม่) , โบ๊กเกี่ย ท่าดินแดง (ร้านใหม่) , สุกี้เมาเวอริค (ร้านใหม่) ฯลฯ โดยมี 14 ร้านอยู่ในภูเก็ตและพังงา

การประกาศรางวัลเกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 ที่ผ่านมา ในงานเปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และพังงา’ ประจำปี 2019 มิชลินไกด์ฉบับนี้นับเป็นฉบับที่ 2 ของไทย โดยได้ขยายขอบเขตไปถึงพังงาและภูเก็ตซึ่งเป็นสองจังหวัดที่การท่องเที่ยวเฟื่องฟูรองจากกรุงเทพฯ และปีที่แล้วภูเก็ตก็เพิ่งได้รับเลือกเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางอาหารหรือ city of gastronomy โดยองค์การ UNESCO

มิสเตอร์เกว็นเดล พูเลเนค (Gwendal Poullennec) ผู้อำนวยการนานาชาติ มิชลิน ไกด์ เผยว่า “ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงประสบการณ์ด้านอาหารที่หลากหลาย ทั้งในและนอกกรุงเทพฯ นอกจากนี้เรายังเห็นแนวโน้มความนิยมในการให้เชฟเป็นผู้กำหนดเมนูแบบครบคอร์ส” ในข้อหลังนี้เองเป็นแนวทางที่ร้านไฟน์ไดน์นิ่งหลายร้านเลือกทำและได้รับความสนใจจากแขกและนักท่องเที่ยวอย่างยิ่งในปีที่ผ่านมา

วิธีการทำงานของผู้ตรวจสอบมิชลินคือปฏิบัติตัวเหมือนลูกค้าทั่วไป ไปใช้บริการร้านอาหารหรือโรงแรมโดยไม่เปิดเผยสถานะ และจ่ายเงินเองทุกครั้ง ทั้งยังมีการกลับไปลองใช้บริการซ้ำเพื่อตรวจสอบความสม่ำเสมอของรสชาติอาหาร คุณภาพวัตถุดิบ และการบริการ ก่อนจะนำมาพิจารณาตัดสินโดยใช้มาตรฐานสากล

สำหรับร้านอาหาร 1 ดาวมิชลิน คือร้านอาหารที่ดีมากเทียบกับในประเภทเดียวกัน ร้านอาหาร 2 ดาวมิชลินคือ ร้านอาหารที่ยอดเยี่ยม คุ้มค่าแม้จะต้องออกนอกเส้นทางไปกิน ส่วนร้านอาหาร 3 ดาวมิชลิน คือร้านอาหารที่เลอเลิศ ต่อให้ไกลแค่ไหนก็ควรต้องเดินทางไปกิน โดยในเมืองไทยยังไม่มีร้านอาหารที่ได้รับรางวัลนี้

ในงานประกาศรางวัลยังมีการเชิญเชฟผู้หญิงขึ้นไปถ่ายภาพร่วมกัน เพื่อเฉลิมฉลอง women empowerment เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าวงการเชฟยังเป็นสนามที่ยากสำหรับเพศหญิง ที่จะก้าวขึ้นไปอยู่ระดับท็อป และมิชลินเองก็หวังจะสนับสนุนให้ความเท่าเทียมเกิดขึ้นในเวลาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...