โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

9 ธันวาคม 2522 WHO ประกาศ “ไข้ทรพิษ” หมดไปจากโลก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 ธ.ค. 2568 เวลา 22.41 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2568 เวลา 22.30 น.
ภาพการ์ตูนล้อเลียนการฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษ (https://zh.wikipedia.org)

9 ธันวาคม 2522 WHO ประกาศ “ไข้ทรพิษ” หรือโรคฝีดาษ หมดไปจากโลก

ไข้ทรพิษ โรคระบาดที่หมดไปจากโลก แต่ก่อนหน้า จอร์จ วอชิงตัน, พระนเรศวร, พระยาพหลฯ เคยเจ็บป่วยด้วยโรคนี้มาทั้งนั้น ในไทยเองเคยระบาดจนมีผู้ป่วยกว่า 3 หมื่นคน และเมื่อ 9 ธันวาคม 2522 คณะกรรมการนักวิทยาศาสตร์องค์การอนามัยโลกรับรองการหมดไปทั่วโลกของโรคฝีดาษ นับเป็นโรคติดต่อในมนุษย์ชนิดเดียวจนปัจจุบันที่ถูกกำจัดไปจากธรรมชาติอย่างสมบูรณ์

ไข้ทรพิษ หรือ ฝีดาษ เกิดขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 เมื่อคนผิวขาวจากตะวันตกเดินทางไปยังโลกใหม่ในอเมริกา ได้นำโรคฝีดาษไปแพร่ระบาดแก่คนพื้นเมืองชาวอินเดียแดงที่ไม่มีภูมิคุ้มกันโรคเลยต้องตายเป็นจำนวนมาก ก่อนที่โรคจะบาดไปยังพื้นที่อื่นๆ ในเวลาต่อมา

ประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ได้บันทึกว่า จอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐฯ ในวัยหนุ่มเคยเป็นโรคฝีดาษ เขาจึงต้องต่อสู้กับโรคร้ายและทหารอังกฤษไปพร้อมกัน และเมื่อรู้ตัวว่าเป็นโรคเขาก็สั่งให้ทหารทุกคนในกองทัพเข้ารับการปลูกฝีทันที ซึ่งมีผลทำให้กองทัพของเขารบชนะข้าศึกในที่สุด

การป้องกันไข้ทรพิษเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2339 เอดเวิร์ด เจนเนอร์ (Edward Jenner) ได้คิดค้นวิธีการสร้างภูมิต้านทาน (vaccination) และใช้ป้องกันการติดเชื้อโรคฝีดาษ ทำให้ทั่วโลกต่อสู้กับโรคร้ายนี้ได้ หลังจากที่ เจนเนอร์ พบวัคซีนฝีดาษแล้ว สถิติการระบาดและการเสียชีวิตของผู้คนด้วยโรคฝีดาษก็ลดลงเรื่อยๆ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2521 มีรายงานว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคฝีดาษเป็นคนสุดท้ายในโซมาเลียและก็ได้รับการรักษาจนหาย

สำหรับประเทศไทย มีบุคคลสำคัญ ป่วยเป็นไข้ทรพิษหลายท่าน เช่น สมเด็จพระบรมราชาที่ 4 พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาทรงประชวรด้วยไข้ทรพิษสวรรคต, สมเด็จพระนเรศวรเองก็เคยทรงประชวรด้วยไข้ทรพิษ โดยเมื่อครั้งที่สมเด็จสมเด็จพระมหาธรรมราชา พร้อมด้วยพระนเรศวร ยกกองทัพไปช่วยพระเจ้าหงษาวดีตีลานช้าง เมื่อ พ.ศ. 2117 พระนเรศวรประชวรด้วยไข้ทรพิษ พระเจ้าหงษาวดีจึงอนุญาตให้พระองค์ยกทัพกลับ, พระยาพหลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของไทยเมื่ออายุ 2 ปี ฯลฯ

มีการระบาดรุนแรงหลายครั้ง เช่น ช่วงสงครามเอเชียมหาบูรพา ใน พ.ศ. 2488 มีผู้ป่วยถึง 36,394 คน เสียชีวิต 8,606 คน เนื่องจากเชลยพม่าที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มาใช้แรงงานที่กาญจนบุรีเริ่มป่วยเป็นไข้ทรพิษ ก่อนจะแพร่กระจายไปสู่กรรมกรไทยที่มารับจ้างทำงานและนำเชื้อโรคกลับไปแพร่กระจายในชุมชนตัวเองอีก

ส่วนการป้องกันนั้น ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2446 กระทรวงธรรมการได้ส่งพระบำบัดสรรพโรค หรือ หมอแฮนซ์ อดัมเซ็น (Hans Adamsen) แพทย์ใหญ่ผู้ตรวจการในกรมพยาบาลและหลวงวิฆเนศน์ประสิทธิวิทย์ (อัทย์ หสิตะเวช) แพทย์ผู้ช่วยออกไปศึกษาวิธีผลิตวัคซีนป้องกันโรคระบาดสัตว์พาหนะที่ประเทศฟิลิปปินส์ บังเอิญนายแพทย์ทั้งสองได้ไปเห็นวิธีการผลิต “พันธุ์บุพโพไข้ทรพิษ” จึงได้ศึกษาวิธีการผลิตมาด้วย

เมื่อกลับมาถึงประเทศไทย ก็ทำรายงานขึ้นเสนอต่อพระยาวุฒิการบดี (เจ้าพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร) เสนาบดีกระทรวงธรรมการแนะนำให้รัฐบาลจัดตั้ง “กอเวอนเมนต์ซีร่ำแลโบแร็ตโตรี” สำหรับผลิตพันธุ์หนองฝีขึ้นใช้ปลูกป้องกันไข้ทรพิษภายในประเทศ ในที่สุดรัฐบาลก็ตั้งสถานผลิตพันธ์หนองฝีขึ้นในบริเวณร้านขายยาของพระบำบัดสรรพโรคสี่กั๊กพระยาศรี เมื่อ พ.ศ. 2448

ต่อมาใน พ.ศ. 2449 จึงได้ย้ายสถานผลิตพันธุ์หนองฝีไปตั้งที่ ตำบลห้วยจรเข้ จังหวัดนครปฐม (ภายหลังเมื่อ พ.ศ. 2456 ได้ย้ายกลับมารวมอยู่ในปัสตุรสภา ถนนบำรุงเมือง จังหวัดพระนคร) ใน พ.ศ. 2465 เมื่อได้ตั้งสถานเสาวภาขึ้นในสภากาชาดไทยก็ได้ย้ายไปผลิตที่นี่แทน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

นายแพทย์ประเมิน จันทวิมล “ประวัติการควบคุมโรคติดต่ออันตรายในประเทศไทย” อนุสรณ์กระทรวงสาธารสุข 20 ปี พ.ศ. 2485-2505

หนังสือ ประวัติครู (16 มกราคม 2505) จัดพิมพ์โดยคุรุสภา

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 ธันวาคม 2561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 9 ธันวาคม 2522 WHO ประกาศ “ไข้ทรพิษ” หมดไปจากโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...