โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ปุ้มปุ้ย" แตกไลน์บุกสแน็ก สู้ศึกปลากระป๋องหมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 17 ม.ค. 2562 เวลา 11.01 น.

ตลาดปลากระป๋องชะลอตัว “ปุ้มปุ้ย” เร่งพัฒนาแบรนด์ชูคุณภาพ-ราคามาตรฐาน-เพิ่มโปรดักต์ใหม่ เสริมแกร่งธุรกิจ ลั่นปีหน้าเตรียมฉลองครบรอบ 40 ปี ระดมโปรโมชั่น “ลด แลก แจก แถม” ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

นายไกรฤทธิ์ โตทับเที่ยง ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตปลากระป๋อง “ปุ้มปุ้ย” และ “ปลายิ้ม” เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาพรวมตลาดปลากระป๋องประเภทซอสมีมูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท มีแนวโน้มชะลอตัว โดยมีอัตราการเติบโตเพียง 1-2% จากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบในแง่กำลังซื้อ และทำให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายน้อยลง และช่วงปี 2561 ถือเป็นปีที่กำลังซื้อตกต่ำอย่างมาก หากผู้ประกอบการต้องการอยู่รอด ต้องควบคุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างรัดกุม ทั้งนี้ ทั้งนั้น ในช่วงหลังเลือกตั้งปี 2562 คาดว่าผู้บริโภคจะมีกำลังซื้อและกล้าจับจ่ายมากขึ้นรวมทั้งในตลาดปลากระป๋องมีการแข่งขันค่อนข้างสูง จะเห็นได้ว่ามีผู้ประกอบการรายใหม่กระโดดเข้ามาในตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์โลคอลและร้านของผู้ประกอบการรายย่อย พบว่ามีการแข่งขันตัดราคากันอย่างรุนแรง ทำให้บริษัทมองว่าการทำตลาดในรูปแบบดังกล่าวไม่น่าจะอยู่ได้ในระยะยาว คาดว่าหากผู้ประกอบการยังแข่งขันเรื่องราคา ในระยะเวลาอีก 1-2 ปีข้างหน้าอาจจะต้องปิดตัวลงและหายไปจากตลาด

จากแนวทางดังกล่าวบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการปรับกลยุทธ์เน้นแข่งขันด้วยคุณภาพ ในราคาที่ได้มาตรฐาน และเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ซึ่งนอกจากปลากระป๋องยังมีผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานสำเร็จรูปตราปุ้มปุ้ย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Smilimg Meal” ให้ทุกมื้ออาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้มมีทั้งหมด 8 เมนู อาทิ คั่วกลิ้งไก่ ผัดกะเพราไก่ แกงมัสมั่นไก่ เป็นต้น ราคาซองละ 30 บาท วางจำหน่ายผ่านซูเปอร์มาร์เก็ต เจาะกลุ่มแม่บ้านยุคใหม่ที่ใช้เวลาเร่งรีบ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์น้ำแกงพร้อมปรุง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในแถบยุโรปที่มีความชื่นชอบอาหารไทย ซึ่งจะนำผลิตภัณฑ์ไปประชาสัมพันธ์ในงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในงาน Anuga 2019 ที่ประเทศเยอรมนี

ขณะที่ภาพรวมของบริษัทในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มียอดขายเติบโตขึ้น เนื่องจากปลากระป๋องปุ้มปุ้ยมีราคา 15 บาท ซึ่งเป็นราคามาตรฐาน ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งแตกต่างจากยอดขายในปี 2561 ที่มีการเติบโตค่อนข้างชะลอตัว จากปัจจัยเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว และผู้บริโภคระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากช่วงต้นปีปริมาณปลาหายากขึ้น ทำให้วัตถุดิบขาดตลาดส่งผลกระทบต่อการผลิตที่ไม่เพียงพอ บริษัทจึงมีการวางแผนสั่งจองปลาล่วงหน้าจากซัพพลายเออร์ที่อยู่ในละแวกเอเชีย ได้แก่ จีน และญี่ปุ่น เพื่อให้วัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตในทุก ๆ ปี

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2562 ในแง่ของโปรดักต์ขณะนี้เตรียมลอนช์ผลิตภัณฑ์ใหม่สแน็กแบรนด์ “Smiling fish” 4 รสชาติ อาทิ หอยลายอบกรอบ ออริจินอลรสกระเทียมอบกรอบ รสสาหร่าย รสต้มยำอบกรอบ ขนาด 30 กรัม วางจำหน่ายผ่านช่องทางร้านซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ ควบคู่กับจัดกิจกรรมตามจุดขาย และจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการขายตามร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภครวมทั้งตลาดต่างประเทศมองว่า ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในต่างประเทศมีแนวโน้มเติบโตขึ้น ถือเป็นโอกาสส่งออกผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องปุ้มปุ้ยไปยังต่างประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม ลาว ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ทำหน้าที่กระจายสินค้าออกสู่ตลาด โดยสัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากการทำตลาดภายในประเทศอยู่ที่ 80% และต่างประเทศอีก 20%

นอกจากนี้ ในช่วงต้นปี 2562 ถือว่าเป็นวันครบรอบ 40 ปีของการดำเนินธุรกิจ บริษัทได้จัดเตรียมกิจกรรมและโปรโมชั่น “ลด แลก แจก แถม” ให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะจัดขึ้นที่งานไทยเฟค เมืองทองธานี ประมาณช่วงเดือนพฤษภาคม

นายไกรฤทธิ์กล่าวต่อว่า การขยายธุรกิจต่อจากนี้ไปจะยังคงศึกษาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และมุ่งเน้นการรักษาคุณภาพของทุกเมนูอาหาร เพื่อรักษาฐานผู้บริโภคให้เชื่อมั่นในแบรนด์ “ปุ้มปุ้ย” อย่างต่อเนื่อง

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...