โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์ : BLACK WIDOW 'ถวิลหาครอบครัว' / นพมาส แววหงส์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 14 ก.ย 2564 เวลา 06.39 น. • เผยแพร่ 14 ก.ย 2564 เวลา 06.39 น.

 

 

BLACK WIDOW

‘ถวิลหาครอบครัว’

 

กำกับการแสดง

Cate Shortland

 

นำแสดง

Scarlett Johansson

Florence Pugh

David Harbour

Rachel Weisz

Ray Winstone

 

จักรวาลของค่ายการ์ตูนยอดมนุษย์ของมาร์เวลนั้นสลับซับซ้อนมาก

ครอบคลุมตั้งแต่มนุษย์เดินดินที่ได้รับผลจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีล้ำยุค เช่น สตีฟ โรเจอร์ส/กัปตันอเมริกา บรูซ แบนเนอร์/ฮัลก์ และปีเตอร์ ปาร์เกอร์/สไปเดอร์แมน

หรือมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยไร้ขีดจำกัดจนสรรค์สร้างอำนาจเหนือมนุษย์ให้ตัวเองได้ อย่างโทนี่ สตาร์ค/ไอออนแมน

ไปจนถึงเทพเจ้าที่มีอิทธิปาฏิหาริย์ อย่างเทพแห่งสายฟ้า หรือธอร์ จากปกรณัมปรัมปราของชาวนอร์สทางเหนือของยุโรป

สลับซับซ้อนเสียจนคำว่า universe หรือเอกจักรวาล ที่เคยใช้เรียกจักรวาลที่แยกอยู่ต่างหากจากจักรวาลที่มนุษย์อยู่อาศัยและรู้จักนั้น ไม่สะท้อนความหมายได้ถูกต้อง จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ต้องใช้คำเรียกว่า multiverse หรือ พหุจักรวาล (จักรวาลอันมากมายหลายหลาก)

ซึ่งค่ายมาร์เวลจับยอดมนุษย์ของตนมาร่วมมือกันต่อสู้เหล่าร้าย กลายเป็นทีม “อเวนเจอร์ส” ซึ่งเรื่องราวพัฒนาไปอย่างเข้มข้นถึงที่สุดใน Avengers : Endgame

เราได้รู้จักตัวตนของอเวนเจอร์หลักๆ มาเกือบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกัปตันอเมริกา ไอออนแมน สไปเดอร์แมน ฮัลก์ หรือธอร์

แต่ยอดมนุษย์ที่มีวีรกรรมอันตรึงตราน่าประทับใจอีกคนหนึ่งใน Endgame เป็นผู้หญิงและเพิ่งจะมีหนังเดี่ยวของตัวเองในโลกที่ถูกกระทบอย่างจังด้วยการระบาดของโควิดนี้เอง

 

 

Black Widow คือหนังเดี่ยวที่เล่าภูมิหลังความเป็นมาของนาตาชา โรมานอฟ ฉายา “แบล็กวิโดว์” และมอบตัวตายตัวแทนของเธอไว้ต่อไปในจักรวาลยอดมนุษย์ที่จะมีต่อไปอีกชั่วกาลนาน ตราบเท่าที่ยังมีแฟนหนังคอยติดตามเรื่องราวอันสนุกสนานเร้าใจ แม้จะซับซ้อนจนชวนเวียนหัวและเกินจดจำไม่น้อย

เรื่องราวหลักของ Black Widow เกิดขึ้นในช่วงภายหลังจากความแตกแยกของทีมอเวนเจอร์ใน Captain America : Civil War ซึ่งทำให้นาตาชา โรมานอฟ (สการ์เลตต์ โจฮันสัน) รู้สึกเคว้งคว้างเหมือนถูกลอยแพ

เมื่อปราศจากจุดประสงค์ที่จะกอบกู้โลก โลกของนาตาชาก็อ้างว้างและไร้ความหมาย

และหนังเล่าย้อนกลับไปถึงอดีตครั้งเยาว์วัยของเธอในครอบครัวที่มีพ่อ อเล็กไซ (เดวิด ฮาร์เบอร์) แม่ เมลินา (เรเชล ไวซ์) และน้องสาว เยเลนา (ฟลอเรนซ์ พิว เมื่อโตเป็นหญิงสาว) ในรัฐโอไฮโอ

ความผูกพันในครอบครัวที่เหมือนจะอบอุ่นนี้จะพลิกกลับในชั่วพริบตา เมื่อพ่อแม่รีบร้อนอพยพออกจากบ้าน ฝ่าดงกระสุนและการจับกุมของหน่วยงานที่ค้นพบว่าพ่อและแม่เป็นจารชนของรัสเซียที่ปลอมตัวเข้ามาแทรกซึมและสืบข่าว

พูดง่ายๆ ชีวิตของเด็กหญิงสองคนผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่และรู้สึกตัวว่าอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น กลับกลายเป็นครอบครัวกำมะลอที่ถูกกำหนดให้มาอยู่ด้วยกันด้วยเหตุผลทางอุดมการณ์

จากนั้นสมาชิกในครอบครัวก็ถูกจับแยกย้ายกระจัดกระจายไปคนละที่ เพื่อรับใช้องค์กรเบื้องบนต่อไป

 

 

นาตาชาและเยเลนาต้องพรากจากกันและส่งตัวไปฝึกฝนให้เป็นนักฆ่าอาชีพ เช่นเดียวกับเด็กหญิงจำนวนมากทั่วโลก ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “วิโดว์”

แต่ก่อนหน้าเรื่องราวหลักของหนัง นาตาชาได้หนีออกจากองค์กรนี้ โดยสังหารหัวหน้าองค์กร “เรดรูม” ชื่อเดรย์คอฟ (เรย์ วินสโตน) และเข้าร่วมทีมอเวนเจอร์เพื่อฟาดฟันกับเหล่าร้ายฝ่ายอธรรมอย่างที่เรารู้ๆ กันแล้ว และขณะนี้เหล่าอเวนเจอร์แตกฉานซ่านเซ็นกันไป

นาตาชาได้รับการติดต่อให้ไปพบกับเยเลนา น้องสาว ในกรุงบูดาเปสต์ โดยมีเงื่อนงำจากหลอดแก้วบรรจุสารที่เป็น “ยาถอนพิษ” จากการล้างสมองและควบคุม/สั่งงานจิตใจของเหล่าวิโดว์ที่กระจายอยู่ทั่วโลก

ปรากฏว่าเดรย์คอฟที่นาตาชาคิดว่าสังหารไปแล้ว กลับรอดชีวิตมาได้ และยังเป็นผู้บงการองค์กร “เรดรูม” ที่มีจุดหมายจะครอบครองโลกด้วยอำนาจไร้เทียมทานที่มีอยู่ในมือ

นั่นคือ เหล่าวิโดว์ ซึ่งเป็นนักฆ่าไร้เทียมทาน และ “ทาสก์มาสเตอร์” ซึ่งเป็นจักรกลมือสังหาร ประมาณเดียวกับเทอร์มิเนเตอร์นั่นแหละ ความเก่งกาจของทาสก์มาสเตอร์อยู่ที่ความสามารถในการเลียนแบบทักษะการต่อสู้ของศัตรูได้ทุกรูปแบบ

เพื่อเอาชนะอภิมหาจอมวายร้ายเดรย์คอฟผู้บ้าคลั่งจะครองโลกโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด นาตาชากับเยเลนาต้องไปขอความช่วยเหลือจากพ่อ-แม่กำมะลอของพวกเธอ โดยก่อนอื่นต้องไปช่วยอเล็กไซออกจากคุกในไซบีเรีย ก่อนจะไปหาเมลินาซึ่งเป็นกลไกสำคัญในองค์กรเรดรูม

และการกลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้งด้วยความเชื่อใจกันไม่ได้ในตอนแรก ก็ลงเอยด้วยความผูกพันจากการร้องเพลง American Pie อันโด่งดังของดอน แม็กลีน ซึ่งขึ้นต้นว่า “A long, long time ago/ I can still remember/ How that music used to make me smile…” และตามด้วยสร้อยเพลงที่ว่า “So bye-bye Miss American Pie/ Drove my Chevy to the levee but the levee was dry/ And them good old boys were drinkin’ whiskey ‘n rye/ Singing ‘This’ll be the day that I die’/ ‘This’ll be the day that I die.'”

ช่างเป็นเพลงที่เลือกมาใช้กับหนังได้อย่างเหมาะสมทั้งเนื้อหาและอารมณ์เพลงอย่างยิ่ง

 

 

นอกจากนั้น หนังยังมีฉากต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นและแหวกแนวพอดู ทั้งบนพื้นดินและกลางหาว ในช่วงดิ่งพสุธา และแทรกด้วยมุกตลกที่บางตอนก็น่ารักและ “เวิร์ก” ดีมาก อย่างเช่น เยเลนาวิจารณ์ท่าการต่อสู้ของตัวเองเป็นทำนองว่า “เท่เสียไม่มีอ่ะ”

สรุปว่าดูได้เพลินดี และได้รู้จักยอดมนุษย์ที่จะกลายเป็นวีรสตรีอันน่าจดจำไปในจักรวาลอันไร้ขอบเขตของมาร์เวลนี้

แถมตอนนี้สาวน้อยฟลอเรนซ์ พิว ก็มีซีรีส์ของตัวเองในบทยอดมนุษย์ทางช่องดิสนีย์ไปแล้วอีกต่างหาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...