โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘Self-Storage’ เค้กก้อนใหม่ที่ต้องจับตา เมื่อ ‘ไลฟ์สไตล์-สังคม’ เปลี่ยนไป

The Bangkok Insight

อัพเดต 29 ต.ค. 2562 เวลา 04.48 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2562 เวลา 04.48 น. • The Bangkok Insight

ธุรกิจที่เก็บของนิรภัย หรือ Self-Storage เริ่มได้รับความสนใจทั้งจากผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาสธุรกิจ และผู้ใช้บริการที่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเปลี่ยนไป โดยเฉพาะสังคมเมืองที่อยู่คอนโดมิเนียมซึ่งมีพื้นที่จำกัด การทำงานนอกสถานที่มากขึ้น รวมถึงนักท่องเที่ยวที่นิยมช้อปปิ้ง ทำให้เกิดธุรกิจที่เก็บของให้เช่าขึ้นมามากมายหลายรูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานของลูกค้าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ตู้นิรภัยให้เช่า, ห้องเก็บของนิรภัย ไปจนถึงห้องเก็บไวน์

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า ตลาด Self-Storage จะมีอัตรการเติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากความต้องการของผู้บริโภค และจากการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ๆ รวมถึงรายเดิมที่ขยายพื้นที่การให้บริการในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นการใช้บริการของลูกค้าให้เพิ่มขึ้นด้วย โดยปัจจุบันตลาดให้เช่าเก็บของในประเทศไทย มีพื้นที่รวมประมาณ 200,000 ตร.ม. โดยคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 400,000 ตร.ม.

หนึ่งในผู้ประกอบการที่กระโดดเข้าสู่ตลาด Self-Storage คือ บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD ที่เริ่มจากการเปิดให้บริการ Self-Storage หรือห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่า ภายใต้ชื่อ JWD Store It! สาขาสยาม อาคาร JWD Group ซอยจุฬาฯ 16 เป็นแห่งแรกเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา และล่าสุดได้ขยายธุรกิจให้บริการสู่ “ตู้นิรภัยให้เช่า” (Safe Deposit Box) เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเก็บของมีค่าที่มีระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสูง

ชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD เปิดเผยว่า จากแนวโน้มและโอกาสที่เกิดขึ้น ทำให้ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มเปิดให้บริการตู้นิรภัยให้เช่า ที่บริเวณชั้น 5 ของ JWD Store it! สาขาสยาม เพื่อขยายบริการใหม่ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทั้งกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเก็บของใช้ส่วนตัวหรือต้องการเก็บของมีค่าในที่เดียว

ทั้งนี้ JWD ถือว่าเป็นผู้ประกอบการรายแรกในประเทศไทย ที่เปิดให้บริการห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่าและตู้นิรภัยให้เช่าในที่เดียวเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า เนื่องจากในปัจจุบันผู้ดำเนินธุรกิจตู้นิรภัยให้เช่าส่วนใหญ่คือธนาคารต่าง ๆ ซึ่งมีซัพพลาย (ตู้นิรภัยให้บริการ) ไม่เพียงพอกับความต้องการและกำหนดคุณสมบัติลูกค้าที่จะใช้บริการ อาทิ ต้องมีบัญชีเงินฝากกับธนาคาร, ทำประกันชีวิตตามวงเงินที่กำหนด ฯลฯ ส่วนผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคารในปัจจุบันมีเพียง 3-4 ราย และเปิดให้บริการอยู่ในพื้นที่อาคารสำนักงานให้เช่า จึงมองเห็นโอกาสในการเข้ามาทำธุรกิจนี้

ปัจจุบัน ตู้นิรภัยให้เช่าสาขาสยาม ปัจจุบันเปิดให้บริการในเฟส 1 มีจำนวน 540 ช่อง จากแผนพัฒนาทั้งหมด 4 เฟส รวมทั้งสิ้นประมาณ 2,000 ช่อง โดยมีตู้นิรภัยให้เลือก 4 ขนาด คือ S M L และ XL มีระยะเวลาเช่า 2 รูปแบบ ได้แก่ เช่าระยะสั้น 3 เดือน และเช่าระยะยาว 1 ปี ตั้งเป้าเฟสแรกที่เปิดให้บริการพื้นที่จะเต็มภายใน 3 ปี

จุดเด่นบริการตู้นิรภัยให้เช่าของ JWD คือมีการออกแบบก่อสร้างตามมาตรฐานมีโครงสร้างเป็นผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก ติดตั้งประตูกันไฟ และระบบป้องกันอัคคีภัย และระยะเวลาในเปิดยืดหยุ่นกว่า นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีไบโอเมตริกในการเข้า-ออก ระบบสแกนลายนิ้วมือและใบหน้า โดยลูกค้าสามารถซื้อประกันภัยทรัพย์สินเพิ่มเติมได้สูงสุด 5 ล้านบาทจากความคุ้มครองปกติวงเงิน 100,000 บาท

ในส่วนของห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่า ภายใต้ชื่อ JWD Store It! ก็มีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวเป็นผู้นำธุรกิจนี้ โดยปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 2 สาขา ถือว่ามีอัตราเช่าพื้นที่อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ได้แก่ สาขาศรีกรีฑา (ถนนกรุงเทพกรีฑา) เปิดให้บริการปี 2557 มีอัตราเช่าพื้นที่ประมาณ 90% และสาขาสยาม เปิดให้บริการปี 2561 มีอัตราเช่าพื้นที่ประมาณ 50%

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดให้บริการ JWD Store It! เพิ่มขึ้นอีก 2 สาขาภายในปีนี้ ได้แก่ สาขาเทียมร่วมมิตร มีพื้นที่ให้เช่ารวม 2,000 ตารางเมตร และสาขารามอินทรา มีพื้นที่ให้เช่ารวม 1,800 ตารางเมตร รวมทั้ง 4 ทำเลที่อัตราเช่าพื้นที่ประมาณ 90% จะสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทต่อปี รวมถึงอยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจาเช่าพื้นที่ในย่านใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อขยายสาขาเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าปี 2563 จะมีพื้นที่ให้บริการ Self-Storage รวมทั้งหมด 2 หมื่นตารางเมตร ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ที่มีจำนวนสาขาและพื้นที่ให้บริการมากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...