นราพร จันทร์โอชา : อดีตอาจารย์สอนภาษากับบทบาทภรรยานายกรัฐมนตรี
นราพร จันทร์โอชา : อดีตอาจารย์สอนภาษากับบทบาทภรรยานายกรัฐมนตรี – BBCไทย
ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 สมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2562 นั่นหมายถึงว่าผู้หญิงข้างกายเขาที่ชื่อ “นราพร จันทร์โอชา” จะต้องทำหน้าที่ “ภรรยานายกรัฐมนตรี” ต่อไปอีก 4 ปี หากสามีของเธอไม่เจออุบัติเหตุทางการเมืองหรือมีเหตุให้ต้องลงจากตำแหน่งเสียก่อน
หลังเสร็จสิ้นพิธี รศ.นราพร หันไปยิ้มทักทายและรับไหว้บรรดานักการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลและข้าราชการที่มาร่วมพิธี ก่อนจะเดินตาม พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า แล้วหลบฉากออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไปแถลงเปิดใจกับสื่อมวลชน
ยิ้มน้อย ๆ – เดินตามหลัง พล.อ.ประยุทธ์ – หลบฉากออกไป เป็นภาพของ รศ.นราพร ที่สื่อมวลชนและคนที่ติดตามข่าวการเมืองคุ้นตาตลอด 5 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเป็นนายกฯ คนที่ 29 สมัยที่ 1 เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2557
พิธีรับสนองพระบรมราชโองการฯ ที่เพิ่งผ่านไป ทำให้เดือนมิถุนายนปีนี้มีความหมายกับ รศ.นราพร เป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นเดือนแรกของการเป็นภรรยาผู้นำประเทศ “สมัยที่ 2” แล้ว วันนี้ (20 มิ.ย.) ยังเป็นวันครบรอบวันเกิด 65 ปีของเธอ และในวันที่ 22 มิ.ย. ก็จะเป็นวันครบรอบแต่งงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ อีกด้วย
ในวาระที่ รศ.นราพร อายุครบรอบ 65 ปี และเนื่องจากสังคมไทยจะได้เห็นบทบาทของเธอในฐานะภรรยาผู้นำประเทศต่อไปอีกระยะหนึ่ง บีบีซีไทยรวบรวมบางเรื่องราวที่ทำให้เรารู้จักสตรีข้างกายนายกฯ มากขึ้น
ทหารกับคุณครู
สื่อมวลชนหลายสำนักรายงานตรงกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ กับ รศ.นราพร พบรักกันเมื่อครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไปลงเรียนคอร์สภาษาอังกฤษที่สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ รศ.นราพร สอนอยู่ ทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2527 และมีลูกสาวฝาแฝดด้วยกัน 2 คน
ความสามารถด้านภาษาอังกฤษของ รศ.นราพร ช่วยเสริมบทบาทของเธอในการปฏิบัติภารกิจในฐานะภรรยาผู้นำประเทศ โดยเฉพาะในการต้อนรับผู้นำต่างชาติ รศ.นราพร จะเป็นคนพูดคุยสนทนากับแขกบ้านแขกเมือง หรือในการเยือนต่างประเทศ เธอมักจะ “ฉายเดี่ยว” ด้วยการไปดูงานด้านการศึกษาที่ประเทศเจ้าภาพจัดให้
มีรายงานด้วยว่า ด้วยความที่เป็นอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา รศ.นราพร คอยช่วยตรวจความเรียบร้อยของสคริปต์รายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ออกมาพูดกับประชาชนผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ อีกทั้งยังเป็นที่ปรึกษาเรื่องต่างประเทศและการศึกษา และยังติวภาษาอังกฤษให้นายกฯ ด้วย
แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะปกป้องความเป็นส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัวอย่างมาก จนแทบไม่มีเรื่องส่วนตัวของลูก-ภรรยาออกมาเป็นข่าว แต่ก็มีหลายครั้งที่เขาแสดงความรักต่อภรรยาและมักจะพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอาจารย์น้องอย่างเปิดเผย
“เดี๋ยวนี้สมองมันชักแย่แล้ว บางทีก็นึกอะไรไม่ออก ที่นึกออกได้อย่างเดียว ไม่เคยลืมเลย คือ ภรรยา ลืมไม่ได้เลย ถ้าลืมล่ะมีเรื่องแน่” (10 ส.ค. 2558)
14 ก.พ. 2561 ผู้สื่อข่าวถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่าวันวาเลนไทน์ให้อะไรภรรยาเป็นของขวัญ นายกฯ ตอบ โดยมีภรรยายืนยิ้มอยู่ใกล้ ๆ ว่า “…ให้ทุกวัน ความรักไม่มีวันสิ้นสุด มีแต่นับวันจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามวันเวลา”
22 มิ.ย. 2559 ระหว่างลงพื้นที่ จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวถาม พล.อ.ประยุทธ์ ว่ามีอะไรพิเศษหรือไม่ในวันครบรอบแต่งงาน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “คือ…มีความรักให้กันทุกวันมา 32 ปี แล้ว รักเท่าเดิม”
- เลือกนายก : พล.อ.ประยุทธ์ เข้าทำเนียบพร้อมรอยยิ้ม ขอบคุณ ส.ส.-ส.ว. ที่สนับสนุนให้เป็นนายกฯ
- ประยุทธ์ ส่อทิ้ง “เปรมโมเดล” ยึด “สฤษดิ์สไตล์”
- 5 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา : จาก “อยากลาออกทุกวัน” ถึง “ถ้าเขาไว้ใจผมก็พร้อม”Link
คำพูดหนึ่งที่เป็นที่จดจำคือ เมื่อครั้งที่เขาพูดกับเอกอัครราชทูตไทยในยุโรปว่า “(ผม) อยากจะลาออกทุกวัน แต่เห็นประชาชนเดือดร้อนทนไม่ได้ และไม่ได้อยากอยู่เกินแม้แต่วันเดียว ทุกวันนี้ผมสู้รบทุกวัน ในบ้านกลับมาก็ทะเลาะกับเมีย เมียถามว่าทำไมอันนี้ไม่ทำ ผมบอกทำแล้ว บางเรื่องทำไม่ไหวก็หงุดหงิด” (17 ต.ค. 2557)
แต่ภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ กับ รศ.นราพร ที่เรียกเสียงฮือฮามากที่สุด คือ เหตุการณ์ในงานเกษียณอายุข้าราชการกองทัพบกเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2557 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ นึกครึ้มอกครึ้มใจเดินลงจากเวทีมาหอมแก้มภรรยาที่เอียงแก้มให้หอมอย่างเต็มใจ
การปรากฏตัว
เป็นที่รู้กันดีในหมู่นักข่าวว่า รศ.นราพร หรือที่สื่อเรียกกันว่า “อาจารย์น้อง” เป็นบุคคลที่ “เข้าถึงยาก” แม้แต่นักข่าวสายทหารผู้คร่ำหวอดในวงการและเกาะติดความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ มาหลายปี อย่าง วาสนา นาน่วม แห่งหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ยังยอมรับว่า “เข้าไม่ถึง” เพราะนอกจาก รศ.นราพรจะไม่ให้สัมภาษณ์สื่อใด ๆ แล้ว ในขณะปฏิบัติภารกิจยังมีเจ้าหน้าที่ตามประกบตลอดเวลา
หนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ รศ.นราพร “ออกสื่อ” คือ ในรายการเดินหน้าประเทศไทย ซึ่งเป็นรายการประชาสัมพันธ์ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่ง รศ.นราพร ได้รับเชิญให้ไปออกรายการ ตอน “การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม…นวัตกรรมการศึกษาเพื่อคุณภาพการเรียน” ในฐานะรองประธานมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ออกอากาศเมื่อเดือนมกราคม 2558
ก่อนหน้านั้น ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวพีพีทีวี มีโอกาสได้สัมภาษณ์ รศ.นราพร ในเดือนพฤศจิกายน 2557 หรือ 2 เดือนหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ ครั้งแรก ถึงบทบาทการเป็นภรรยาผู้นำประเทศ ซึ่ง รศ.นราพร ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “…อยู่ในความสนใจมากขึ้น ก็คงจะได้พบปะผู้คนมากขึ้น แล้วก็มีงานมากขึ้น” ก่อนจะเปลี่ยนไปพูดถึงภารกิจของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมที่เธอเป็นรองประธาน
การปรากฏตัวต่อสาธารณะของ รศ.นราพร ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานอกจากออกงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ หรือนำทีมภรรยาคณะรัฐมนตรีปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ แล้ว ก็มีเพียงงานที่เธอเป็นวิทยากรบรรยายด้านการศึกษาและเผยแพร่งานของมูลนิธิการศึกษาทางไกลฯ
นักการศึกษา
จริง ๆ แล้ว รศ.นราพร อาจจะไม่ได้เป็นคนพูดน้อยอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะหากเป็นเรื่องที่สนใจและมีความเชี่ยวชาญอย่างเรื่องการศึกษาแล้ว เธอสามารถบรรยายได้ต่อเนื่องนาน 1-2 ชั่วโมง หรือแสดงความคิดเห็นในเวทีเสวนาอย่างเต็มที่
หัวข้อที่ รศ.นราพร เชี่ยวชาญ และมักจะได้รับเชิญไปบรรยาย ได้แก่ เรื่องการศึกษาทางไกลเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครู การอบรมและพัฒนาครู และการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หรือ Professional Learning Community (PLC) ซึ่งเป็นเครื่องมือพัฒนาครูที่ รศ.นราพร เป็นผู้ผลักดันให้บุคคลการในแวดวงการศึกษาไทยนำมาใช้
แม้จะพูดน้อยในเรื่องอื่น ๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องการศึกษาแล้ว รศ.นราพร จะแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ต่อไปนี้เป็นบางความคิดเห็นของเธอต่อเรื่องการศึกษาไทย
“(ครู) ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่าปัญหาที่ทำให้นักเรียนคะแนนโอเน็ตต่ำเป็นเพราะอะไร ไม่ใช่โทษเด็กอย่างเดียวว่าพื้นฐานเด็กไม่ดี ทุกปัญหาของนักเรียนมันมีสาเหตุทั้งนั้น แล้วบางครั้งเราพบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักเรียนเป็นผลมาจากปัญหาที่เกิดกับครู ถ้าเอานักเรียนเป็นตัวตั้ง เราจะรู้เลยว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร บางทีเกิดจากตัวครูเอง”
“ถ้าจะบอกว่าเด็กพื้นฐานไม่ดี มันก็มีส่วน แต่อย่าลืมว่าเด็กทุกคนมีความอยากรู้อยากเห็น ความกระตือรือร้นตั้งแต่เกิด…แต่ทำไมมันหายไปล่ะคะ หายไปในระบบโรงเรียน…วิธีการสอนของเราเป็นยังไงเหรอคะ เขาถึงได้เลิกอยากเรียนรู้ไปเลย…ลองมองกลับไปสิคะว่าเขาเคยมีความกระตือรือร้นอยากเรียนรู้ แล้วสิ่งนี้หายไปไหน” (การประชุมสัมมนาผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ 1 มี.ค. 2560)
“การเป็นสถานศึกษาชั้นนำ เราต้องพัฒนาผู้เรียนก่อน…สถานศึกษาชั้นนำไม่ได้อยู่ที่มีอาคารใหม่กี่หลังหรือมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยแค่ไหน สถานศึกษาชั้นนำคือมีผู้เรียนที่เรียนรู้ได้ พัฒนาได้ ครูส่งเสริมให้เขามีศักยภาพสูง…เป้าประสงค์ของเราอยู่ที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ” (บรรยายพิเศษ “ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ” 21 ก.พ. 2562)
นราพรสไตล์
ต้นปี 2561 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์เรื่อง “กระเป๋าถือ” ของ รศ.นราพร โดยมีผู้อ้างว่าภรรยานายกฯ ใช้กระเป๋าแบรนด์หรูราคาหลักล้าน ซึ่งต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ได้ออกมาชี้แจงว่าแท้ที่จริงกระเป๋าของภรรยาเป็นผลิตภัณฑ์ของศูนย์ศิลปาชีพ และราคาไม่ได้แพงอย่างที่ลือกัน
หลังเหตุการณ์นั้น นิตยสารผู้หญิงอย่างนิตยสารแพรว ได้รวบรวมกระเป๋าถือที่ รศ.นราพร ใช้บ่อย ๆ ตามที่ปรากฏในภาพข่าว โดยสรุปว่าภรรยานายกฯ เป็นคนที่เลือกใช้กระเป๋าเป็นแบบ “คุ้มราคา คุ้มค่าเงิน”
กระเป๋าใบโปรดของภรรยานายกฯ มีเช่น ตะกร้าหวายจากอำเภอพนัสนิคมที่เธอใช้ออกงานสำคัญหลายงานทั้งการเยือนเมียนมา งานอุ่นไอรักคลายความหนาว และงานต้อนรับคณะคู่สมรสผู้นํากลุ่มประเทศยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี
ส่วนกระเป๋าที่แพรวบอกว่าเป็น “ใบโปรดที่ใช้คุ้มสุดๆ ออกงานถี่” คือ กระเป๋าแบรนด์ Jo’s BAG หนึ่งในผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ รุ่น Myria Bag สีน้ำตาล สนนราคาอยู่ที่ 4,500 บาท