โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

8 วิธีแสนง่ายแบบในการ Banner ให้มีประสิทธิภาพขึ้น

Marketing Oops

อัพเดต 16 พ.ค. 2560 เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2560 เวลา 05.00 น. • Molek

การทำ Digital Advertising โดยเฉพาะการซื้อ Banner ไม่ว่าจะรูปแบบต่าง ๆ เช่น GDN, Facebook Ads, Display, Programmatic นั้นกลายเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการทำ Digital Marketing ในยุคนี้อย่างมาก และด้วยการที่ Digital Landscape นั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนั้นทำให้การทำโฆษณาในรูปแบบ Banner นี้มีความยากขึ้นอย่างมาก นักการตลาดไม่สามารถใช้วิธีเดิม ๆ ในการทำ Banner เหมือนในอดีตได้แล้ว เพราะผู้บริโภคนั้นได้พัฒนาพฤติกรรมที่เรียกว่า banner blindness ขึ้นมา ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถไม่สนใจ Banner หรือทำเป็นมองไม่เห็น Banner บนหน้าเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถคงความสนใจไปในเนื้อหาที่ตัวเองกำลังสนใจได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถพัฒนาความสามารถ banner blindness ขึ้นมาได้ คนที่ไม่สามารถพัฒนาได้ก็จะเลือกใช้ Software ที่เข้ามาปิดกั้นโฆษณาต่าง ๆ เช่น Ad Blocking เพื่อทำให้ไม่ต้องมองโฆษณาเหล่านี้ไปเลย

chartofweek-07-29-08

ด้วยความท้าทายเหล่านี้ ทำให้นักกาาตลาดนั้นต้องหาวิธีที่จะทำให้การโฆษณาผ่าน Banner นั้นได้ดีที่สุดและต้องสนใจว่าจะทำให้โฆษณา Banner นี้มีประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และดึงความสนใจของกลุ่มเป้าหมายมาถึงเว็บไซต์ของคุณเอง การทำ Banner นั้นเรียกได้ว่าสำคัญอย่างมากแต่เพราะด้วยการทำแบบไม่ใส่ใจทำให้ผลที่ได้นั้นไม่ดี และทำให้นักการตลาดนั้นรู้สึกว่าการทำ Banner นั้นไม่ได้ผลอีกต่อไป ซึ่งวันนี้เราจะมีเทคนิค 9 ข้อที่จะช่วยให้นักการตลาดสามารถทำ Banner Ads ที่มีประสิทธิภาพออกมาได้

Screen Shot 2560-05-16 at 10.49.41 AM

ขั้นพื้นฐาน  ลองเข้าใจสิ่งที่ Banner ต้องมีก่อน ซึ่งส่วนประกอบที่ทำให้ Banner นั้นดีมี 4 อย่างด้วยกัน

1. Value Proposition : การมี Value Proposition ที่แข็งแรงนั้นเป็นส่วนสำคัญอย่างมากที่จะทำให้การตลาดไม่ว่าช่องทางใดนั้นประสบความสำเร็จขึ้นได้ โดยเฉพาะการทำผ่านช่องทางอย่าง Banner  Ads นั้นเรียนได้ว่าหน้าที่และเป้าหมายของ Banner คือการกล่อมให้ผู้บริโภคนั้นเกิดความต้องการหรือความสนใจที่อยากจะรู้ต่อหรือเกิดการกระทำบางอย่างต่อ Banner นั้น สิ่งที่ Value Proposition ทำคือการเข้าไปตอบคำถามของผู้บริโภคว่า “ทำไมฉันต้องสนใจ Banner นี้” “ทำไมฉันต้องกดมัน” การที่ Banner นักการตลาดจะตอบคำถามนี้ได้ก็ต้องมาดูว่า Banner ของนักการตลาดนั้นสามารถนำเสนอวิธีแก้ปัญหาหรือตอบความต้องการผู้บริโภคหรือไม่

2. จุด Focus ของภาพ : ไม่ต่างจากการทำ Print Ads หรือโฆษณาอย่างอื่น ซึ่งส่วนสำคัญคือการที่ภาพนั้นมีส่วนที่สามารถดึงดูสายตาหรือทำให้สายตาของผู้บริโภคนั้นสนใจได้ขึ้นมา แต่ด้วยขนาดของ Banner ที่มีพื้นที่จำกัดนั้น ทำให้คนที่ออกแบบ Banner นั้นไม่สามารถใส่อะไรที่หลากหลายได้ เพราะจะทำให้คนที่มองนั้นไม่รู้ว่าจะมองอะไรต่อไป และยิ่งมีส่วนที่ต้องโฟกัสมากใน Banner ก็ทำให้ผู้บริโภคไม่อยากดูเท่านั้น สิ่งสำคัญคือการสร้างภาพที่สามารถเชิญชวนให้เกิดความสนใจต่อ เข้ากับบริบทของแบรนด์ และเนื้อหาที่ Banner นั้นกำลังนำเสนอต่อไป

3. Branding : หลาย ๆ คนบอก Branding ไม่สำคัญ แต่การทำ Banner นั้น Branding คือการแสดงตัวตนของคุณ ทำให้ Banner นั้นน่าเชื่อถือ สร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่องจาก Banner ไปยังหน้าที่ต้องการ การมี Brand ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าโฆษณานี้มีคนรับผิดชอบ จะพาไปยังที่ไม่ได้เป็นอันตรายต่อไป

4. CTA (Call to action) : สิ่งสำคัญของ Banner ที่แตกต่างจาก Print Ads คือการมี Call To Action ซึ่งทำให้ผู้บริโภครู้ว่าต้องทำอะไรต่อหลังจากสนใจ Banner นั้น การมี CTA นั้นสามารถกระตุ้นการกดของผู้บริโภคได้จริง ๆ สิ่งที่ CTA ต้องเป็นคือ มีความชัดเจนในตัวเองว่าอยากให้ผู้บริโภคทำอะไร หรือถ้าบอกกว้างไปก็ไม่สามารถทำให้ผู้บริโภคนั้นสนใจได้

ขั้นเพิ่มเติม ด้วยพื้นฐาน 4 ข้อ ยังมีข้อที่สามารถทำให้โฆษณาของเรานั้นดีขึ้นได้อีกด้วย

5. Simplecity : ทำให้ Banner นั้นดูง่าย เข้าใจง่าย และเรียบง่าย เพื่อทำให้ผู้บริโภคสนใจและสังเกตุได้ง่าย เข้าใจได้ง่ายทันทีโดยไม่ทำให้ผู้บริโภคเสียเวลาหรือลำคาญโฆษณาเหล่านั้น

6. ความต่อเนื่อง : Banner ที่ทำนั้นต้องมีความต่อเนื่องของข้อความต่าง ๆ ที่ต้องการจะสื่อ เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคนั้นสับสนในการสื่อสาร ซึ่งการมีความต่อเนื่องทางการสื่อสารนี้ทำให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์ที่ดีในการดู Banner จนถึงการมีประสบการณ์ที่ดีในการปฏิสัมพันธ์กับ Banner นั้น ๆ ด้วย

7. Offer : Banner นั้นต้องนำเสนออะไรที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า จะได้อะไรจากการดู Banner นี้หรือได้ประโยชน์จากการปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นมา

8. Testing ส่วนสุดท้ายที่สำคัญมากที่จะทำให้ Banner นั้นดีได้คือการทำการทดสอบ Banner ตัวเองด้วยการผสมผสานรูปแบบต่าง ๆ เพื่อหาว่า ภาพ ข้อความ และ CTA แบบไหนที่ทำงานได้ที่สุด เมื่อเทียบกับ Formats Banner ต่าง ๆ ที่มี หรือทำให้รู้ว่าช่องทางไหนได้ผลที่สุด เพื่อให้สามารถได้ประสิทธิภาพสูงสุดจอง Banner ออกมาได้

การทำ Banner นั้นเป็นทั้งเรื่องง่ายและเรื่องยากในปัจจุบัน ที่ต้องเกิดความใส่ใจในการตั้งแต่พื้นฐานขึ้นมา และทำให้แบรนด์ของเรานั้นมีความโดดเด่นจนทำให้ผู้บริโภคสนใจออกจาก  banner blindness  ขึ้นมาให้ได้ สิ่งสำคัญคือก่ีทำให้พื้นฐานนั้นแข็งแกร่งก่อน และหมั่นทดสอบ Banner ของตัวเองว่าได้ตัวที่มีประสิทธิภาพสูงสุดรึยัง

อ่านบทความทั้งหมด ที่ MarketingOops.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...