โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

"เคนมผง" ยาเสพติดตัวใหม่ "ตาย" ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 05.28 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 05.01 น.

วันที่ 12 มกราคม 2564 จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบการระบาดของยาเสพติดที่เรียกว่า“เคนมผง” ในหลายพื้นที่ของจังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากการเสพยาดังกล่าวแล้วกว่า 10 ราย

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ “เคนมผง” รวมถึงผลข้างเคียงหลังจากการเสพยาชนิดดังกล่าว มาให้ดังนี้

ลักษณะ “เคนมผง”

มีลักษณะเป็นผงละเอียด คล้ายนมผง โดยเป็นการผสมระหว่าง “ยาเค” กับ สารเสพติดอื่น ๆ เช่น ยาไอซ์ เฮโรอีน ยานอนหลับ (โรเซ่)

ส่วนผสม

หนึ่งในส่วนผสมสำคัญของ “เคนมผง” คือ “เฮโรอีน” ซึ่งจะออกฤทธิ์รุนแรงในทางกดประสาท

การออกฤทธิ์

ผู้ที่เสพ “เคนมผง” จะมีอาการ “ประสาทหลอน” อย่างรุนแรง ทำให้เกิดอาการมึนเมา เพลิดเพลิน มีความสุข เกิดภาพเหมือนฝัน รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ หรือหลุดลอยออกจากร่าง ซึ่งฤทธิ์ของยาเคในระยะสั้นจะทำให้เกิดอาการหวาดระแวง จิตหลอน จำอะไรไม่ได้ ร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้เหมือนเป็นอัมพาตชั่วขณะ หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดปัญหาทางสมองเกี่ยวกับความทรงจำและสมาธิ มีปัญหาเกี่ยวกับการรับรู้และปัญหาทางจิต กลายเป็นคนวิกลจริต

ผู้ได้การเสพมากเกินไป อาจส่งผลให้หัวใจหยุดเต้น ถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งผลข้างเคียงส่วนนี้ มาจากส่วนผสมอย่างหนึ่งนั่นคือ “เฮโรอีน”

“เคนมผง+แอลกอฮอล์”

การเสพ “เคนมผง” ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะเพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้เสพ ถึงขั้นเสียชีวิต โดยสามารถเสียชีวิตได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เสพ

นอกจากนี้ นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี ย้ำเตือนถึงกลุ่มวัยรุ่นหรือผู้ที่คิดจะทดลองใช้“เคนมผง” รวมถึงสารเสพติดชนิดอื่น ให้ตระหนักถึงอันตรายต่อตนเองอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต และนึกถึงผลกระทบต่อครอบครัวที่จะตามมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...