โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำคนเป็นเจ้าชายนิทรา ไม่คิดเหลียวแล แท็กซี่ฝ่าไฟแดงชนหนุ่มปางตาย หนีไปเป็นปี

Khaosod

อัพเดต 08 ธ.ค. 2563 เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2563 เวลา 10.56 น.

ตำรวจกองปราบ จับหนุ่มอดีตแท็กซี่ ซิ่งฝ่าไฟแดงชนเก๋ง ทำคู่กรณีกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ไม่ยอมเหลียวแล บ่ายเบี่ยงรับผิดชอบ มอบตัวแต่กลับหนีซ้ำ ก่อนจนมุม

วันที่ 8 ธ.ค.63 ที่ กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.เจตนิพัฒน์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายสมภพ ราชา อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ 810/2562 ลงวันที่ 29 พ.ย.62 ข้อหา "ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย” จับกุมได้ที่หน้าโรงงานผลิตอาหารเนื้อสัตว์แห่งหนึ่งใน ต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 15 ส.ค.62 ขณะนั้น นายสมภพ ยังมีอาชีพขับรถแท็กซี่อยู่ใน กทม. ได้ก่อขับรถฝ่าไฟแดงบริเวณแยกทางด่วนสุขาภิบาล 5 ก่อนไปพุ่งชนเข้ากับรถเก๋งของ นายกนก ธงไชย อายุ 42 ปี พนักงานประเมินมูลค่าเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทแห่งหนึ่ง จนเป็นเหตุให้ นายกนก ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเลือดคลั่งในสมอง นอนเป็นเจ้าชายนิทรา ส่วน นายสมภพ หลังเกิดเหตุ ได้ขับรถหลบหนีไปโดยไม่มีการลงมาช่วยเหลือหรือสนใจผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด

ทำให้ญาติของผู้บาดเจ็บไม่พอใจนำเรื่องไปโพสต์ประจานตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก ทำให้ นายสมภพ ทนกระแสกดดันไม่ไหว จึงติดต่อขอเข้ามอบตัวกับ สน.คันนายาว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมกับยื่นขอรับการปล่อยตัวชั่วคราว กระทั่งเรื่องเงียบหายไป

ต่อมาหลังจาก นายสมภพ ได้ประกันตัวไปแล้ว กลับมีพฤติกรรมหลบหนี บ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับผิดชอบค่าเสียหาย พร้อมกับไม่ยอมมารายงานตัวตามกำหนดนัดหมายของศาล จนถูกออกหมายจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าปัจจุบัน นายสมภพ ได้หนีมาทำงานอยู่ที่โรงงานอาหารสัตว์ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ จึงเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว เบื้องต้นสอบสวน นายสมภพ ให้การรับสารภาพ จึงนำตัวส่ง สน.คันนายาว ดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวงานว่า สำหรับอาการของ นายกนก ปัจจุบันอาการดีขึ้น แต่ก็ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ไปไหนมาไหนยังคงต้องใช้ไม้เท้าพยุงทั้งสองข้าง และก็ไม่สามารถกลับมาทำงานได้เป็นปกติอีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...