`เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิลฯ(PACO)` ปลื้มนลท.แห่จอง พร้อมเทรด 22 มี.ค.นี้
เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิลฯ(PACO) ปลื้มนลท.แห่จอง พร้อมเทรด 22 มี.ค.นี้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 มี.ค. 64 11:47 น.
"เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิลฯ(PACO)" ปลื้มนลท.แห่จอง หลังบ.ชูจุดแข็ง เป็นผู้ผลิตและส่งออกชิ้นส่วนแอร์รถยนต์ระดับนานาชาติ ระบุพร้อมเทรด mai 22 มี.ค.นี้
นายวรนันท์ ถาวรนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย หุ้นไอพีโอ บริษัท เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PACO เปิดเผยผ่านเอกสารเผยแพร่ว่า หุ้นไอพีโอ PACO ได้รับความสนใจในการจองซื้ออย่างสูงจากกลุ่มนักลงทุน เนื่องจาก บริษัทฯ มีจุดแข็งด้านการเป็นผู้ผลิตและส่งออกชิ้นส่วนแอร์รถยนต์ระดับนานาชาติ และ มีรายได้ที่มีความมั่นคงสูง ไม่แปรผันตามสภาวะเศรษฐกิจโลก
โดยหุ้นไอพีโอ จำนวน 260 ล้านหุ้น หรือ 26% ของทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ที่ราคา 1.40 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าการระดมทุนประมาณ 364 ล้านบาท โดยภายหลังการระดมทุนครั้งนี้ กลุ่มครอบครัวคุณสมชาย เลิศขจรกิตติจะถือหุ้นในสัดส่วน 44.4% กลุ่มครอบครัวคุณสมศักดิ์ เลิศขจรกิตติจะถือในสัดส่วน 29.6% และเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยอีก 26% และมีกำหนดการจะเริ่มเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในวันที่ 22 มี.ค. 64 นี้
ด้านนายสมชาย เลิศขจรกิตติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PACO เปิดเผยว่าการตอบรับจองซื้อหุ้น IPO ของบริษัท สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัทและศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ
โดยบริษัทฯ มีวัตถุประสงค์หลักจะนำเงินจากการเพิ่มทุน เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการจำนวน 108 ล้านบาท ใช้ลงทุนในโครงการอนาคต 2 โครงการ จำนวน 40 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.)โครงการก่อสร้างคลังสินค้าและย้ายจุดกระจายสินค้าในประเทศจำนวน 20 ล้านบาท และ 2.)จัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าและขยายตลาดในประเทศมาเลเซียจำนวน 20 ล้านบาท นอกจากนี้ จะนำไปชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงินจำนวน 200 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองต่าง ๆ ตามกฎหมาย
ทั้งนี้ PACO เป็นผู้นำในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอะไหล่แอร์รถยนต์ในตลาดชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ทดแทน (REM หรือ Aftermarket) มีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดอะไหล่รถยนต์ทั่วโลก โดยในปี 63 PACO มีกำไรสุทธิเท่ากับ 76.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 46.19 ล้านบาท คิดเป็น 150.63% เมื่อเทียบกับปี 62 นอกจากนี้ หุ้นไอพีโอของ PACO ที่ 1.40 บาท ต่อหุ้น เป็นราคาที่เหมาะสม เมื่อเปรียบเทียบกับ P/E ของหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ของไทย
โดยกลุ่มนักวิเคราะห์คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจทั่วโลกและเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัว ซึ่งเป็นผลดีต่อบริษัทฯ ที่มีผลประกอบการที่เติบโตอย่างมั่นคง และมีจุดแข็งด้านการผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับสูง มีผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง รองรับรถยนต์และรถบรรทุกทุกประเภท โดยการระดมทุนครั้งนี้ นอกจากเพื่อคืนหนี้สถาบันการเงินแล้ว ยังเป็นการเพิ่มสภาพคล่องในการขยายกิจการ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.comอนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
ดูข่าวต้นฉบับ