โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

OSP ไร้ผู้วิเศษ(แล้ว)

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 23.25 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สำนักข่าวรัชดา

ฮือฮาปาจิงโกะ..!! เมื่ออยู่ ๆ วันก่อนก็มีบิ๊กล็อตหุ้นบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSPโผล่ 762 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 33 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2.51 หมื่นล้านบาท…

ทำให้มีคำถามตามมาทันทีว่า เกิดอะไรขึ้นกับ OSP..? ใครเป็นคนซื้อแล้วใครเป็นคนขายกันละเนี่ย…

ถ้าไปดูโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับแรก ก็เป็นกลุ่ม “โอสถานุเคราะห์” นั่นแปลว่า คนที่จะทำรายการบิ๊กล็อตได้ขนาดนี้ ก็ต้องเป็นกลุ่ม “โอสถานุเคราะห์” น่ะสิ

ว่าแต่ทำไมต้องขาย…แล้วขายให้กับใคร..? จะว่ากลุ่ม “โอสถานุเคราะห์” ร้อนเงินก็ไม่น่าจะใช่…

ในที่สุดก็ถึงบางอ้อ…เมื่อ OSPชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บิ๊กล็อตดังกล่าวเกิดจากการขายหุ้นของ 2 ผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวน 381.36 ล้านหุ้น คิดเป็น 12.69% มูลค่ารวม 1.25 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นOrizon Limited ขายจำนวน 261.06 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.69% และ “เพชร โอสถานุเคราะห์” ขายจำนวน 120.29 ล้านหุ้น คิดเป็น 4%

ส่วนคนที่มาซื้อไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น “นิติ โอสถานุเคราะห์” ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่ง โดยซื้อหุ้นเพิ่มจำนวน 215 ล้านหุ้น คิดเป็น 7.16% ส่วนที่เหลือขายให้นักลงทุนรายอื่น ๆ จำนวน 166.35 ล้านหุ้น คิดเป็น 5.53%

แต่จะว่าไปการชี้แจงของ OSPครั้งนี้ก็คลุม ๆ เครือ ๆ ไม่ค่อยชัดถ้อยชัดคำสักเท่าไหร่..!?

แถมยังมีหุ้นอีก 381 ล้านหุ้น ที่ยังไม่ได้ระบุว่าใครขายและใครเป็นผู้ซื้อ…ก็เป็นไปได้ว่าอาจเป็นผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ หรือกลุ่ม“โอสถานุเคราะห์” คนอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารและถือหุ้นน้อยกว่า 5%เลยไม่ต้องแจ้ง…อันนั้นก็เข้าใจได้

แต่จะให้ดีก็ควรชี้แจงให้เคลียร์ ๆ ไปเลย นักลงทุนจะได้ไม่ต้องมานั่งตีความกันเองให้ปวดกบาล…

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ สัญญาณการถอยของ “เพชร” จาก OSPซึ่งเริ่มเห็นเค้าลางมาตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว ที่มีการตัดขายหุ้น 29.43 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.98%ที่ราคาเฉลี่ย 37 บาท มูลค่ารวม 1,089 ล้านบาท…ครั้งนั้นฟันกำไรไปราว 1,060 ล้านบาท เนื่องจากมีต้นทุนหุ้น OSP เพียง 1 บาท (คำนวณจากราคาพาร์) ทำให้มีกำไรส่วนต่างจากราคาหุ้น 36 บาทต่อหุ้น

ทิ้งช่วงแค่เดือนเศษ…วันที่ 3 ส.ค. 2563 “เพชร” ก็ประกาศลาออกจากประธานคณะกรรมการบริหารและ CEO แล้วมานั่งรองประธานกรรมการ แทน… เปิดทางให้คนนอกอย่าง“กรรณิกา ชลิตอาภรณ์” มานั่งตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร และ “ธนา ไชยประสิทธิ์” มานั่ง CEO

ส่วนการขายหุ้นของ “เพชร” ครั้งนั้น ชัดเจนว่าจะนำเงินไปใช้ในโครงการด้านศิลปะ วัฒนธรรม และด้านการศึกษา

แต่มาชัดเจนแจ่มแจ้งแดงแจ๋…ก็กรณีขายบิ๊กล็อตครั้งล่าสุดนี่แหละ ซึ่งทำให้การถือหุ้นในนาม “เพชร” จากเดิมถือหุ้นอันดับ 4 ไม่หลงเหลือแล้ว…(แต่ฟันกำไรไปอีกราว 3,849 ล้านบาท)

เท่ากับว่าความเกี่ยวโยงระหว่าง OSPกับ “เพชร” ก็หมดไปแล้ว

หลังจากนี้ “เพชร” ก็คงไปมุ่งเน้นที่งานด้านศิลปะ วัฒนธรรม และด้านการศึกษา คงเอาเงินที่ได้จากการขายหุ้นไปลงทุนต่อยอดจากครั้งที่แล้วที่เคยแจ้งต่อสาธารณชน ว่ามีอีกหลายโครงการ จำเป็นต้องใช้เงินอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นโครงการงานศิลปะ งานเพลง หรืออาจนำไปลงทุนในมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อดึงดูดให้นักศึกษามาเรียนกันมากขึ้น

ซึ่งเป็นสิ่งที่ “เพชร” ถนัดมากกว่าการไปนั่งเป็นผู้บริหารที่ OSP..!!

น่าเสียดายที่ตอนนี้OSPไร้ผู้วิเศษไปซะแล้วน่ะสิ…

“ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ ที่จะเสกปราสาทงามให้เธอ…ไม่มีฤทธิ์เดช ไม่มีราชรถเลิศเลอ…แต่ฉันมีใจพิเศษ จะพาเธอผ่านคืนนี้ไป…ฉันเป็นเพียงผู้ชาย คนนี้ที่มีใจมั่นรักเธอ”

…อิ อิ อิ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...