ชายแดนใต้ยังระอุ ผุด'ทีมจรยุทธ์' ชูธง'พื้นที่ปลอดภัย'
เหตุการณ์กลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันของช่วงเช้าวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ตรงกับวันเปิดภาคเรียนเต็ม รูปแบบ จุดแรกบึ้มที่บ้านปะกาลือสง หมู่ 6 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทำให้ อส.ทพ.เอมลุคมาน หะยีแส อายุ 23 ปี เสียชีวิต และอีกเหตุบริเวณหัวสะพานบ้านกาลิซา หมู่ 2 ต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส สิบโท บึงกาฬ หารสาร อายุ 32 ปี เสียชีวิต เช่นกัน ทั้งสองเหตุ ยังมีทหารบาดเจ็บรวม 3 นาย
วันต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เริ่มไล่ติดตามจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้ หลังทราบเบาะแสมีการไปหลบซ่อนตัวในป่าละเมาะ ห่างจากหมู่บ้านบือแนจือแล หมู่ 2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ประมาณ 400 เมตร จนเกิดการปะทะกันเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ทำการปิดล้อมหรือจำกัดพื้นที่เป็นเวลา 3 วัน หรือ 14-16 สิงหาคมที่ผ่านมา และพยายามเข้าเจรจาให้มอบตัวแต่ไม่เป็นผล คนร้ายระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่ทหาร จนได้รับบาดเจ็บอีก 3 นาย ก่อนจะมีการเข้ายิงปะทะและวิสามัญฯคนร้ายถึง 7 ราย พบของกลางเป็นอาวุธปืนสงคราม 5 กระบอก และปืนพกอีก 4 กระบอก
เหตุการณ์ปะทะครั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐ สูญเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายนาย รวมทั้งฝ่ายตรงข้าม นับเป็นอีกครั้งที่เจ้าหน้าที่ทหารต้องออกมาชี้แจงสถานการณ์เพื่อสร้างความเข้าใจให้ชัดเจนถึงเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น
พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 กล่าวกับ “มติชน” ว่า ในช่วง 3 วัน ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก ไม่คิดจะเริ่มด้วยการปะทะ มีการนำผู้นำท้องถิ่นที่มีทั้งอิหม่ามมาช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แต่คนร้ายยังใช้ความรุนแรงตอบโต้ จนต้องมีการ ยิงปะทะและวิสามัญ และคนร้ายเสียชีวิต 7 รายด้วยกัน
“กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ตลอดการปิดล้อมเราเลือกบังคับใช้กฎหมายตามขั้นตอนทุกประการ แต่กลับไม่ประสบผล มีการยิงสู้ออกมาจนมีผู้เสียชีวิตหลายราย”
พล.ต.ปราโมทย์กล่าวว่า หลังจาก เจ้าหน้าที่ทหารถูกลอบทำร้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารต้องเข้าปฏิบัติการเชิงรุก ใช้ “ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์” เต็มรูปแบบเพื่อเข้ากดดันคนร้ายที่ใช้เส้นทางธรรมชาติเป็นที่หลบหนีและซ่อนตัว หรือใช้บ้านของผู้ให้การสนับสนุนเป็นที่เก็บตัว เป็นการจำกัดเสรีการปฏิบัติของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่เป้าหมายให้ครอบคลุม ควบคุมพื้นที่และค้นหาแหล่งหลบซ่อน พื้นที่ฝึก พื้นที่พักพิง จำกัดเสรี และทำลายความพยายามในการก่อเหตุ ของกล่มผู้ก่อความไม่สงบ โดยตรวจสอบ เส้นทางเคลื่อนที่ในพื้นที่ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้มีการมอบตัวไปสู้คดีตามกระบวนการ
ขณะที่ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึง “ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์” ว่า ตลอดที่ผ่านมามีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหัวหน้าชุดและกำลังพล และได้เน้นย้ำทุกครั้งว่าให้กำลังพลในทุกพื้นที่เข้าไปในหมู่บ้าน ไปพูดคุยทักทายผู้คนอย่างสม่ำเสมอ ส่วนหนึ่งจะทำให้ประชาชนในหมู่บ้านเลิกความหวาดระแวงเจ้าหน้าที่รัฐ ที่สำคัญกำลังพลทุกนายจะต้องปลอดภัย ไม่ประมาท ปฏิบัติงานในทุกภารกิจจะต้องตระหนักถึงหลักการทางยุทธวิธีในการป้องกันตนเองอยู่เสมอ ไม่สร้างเงื่อนไขกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่ากรณีใดๆ
“ทหารที่เข้าร่วมการฝึกต้องมีความแข็งแกร่งทุกรูปแบบ ต้องอยู่ในป่า บนเขา นอนในภูมิประเทศ ในพื้นที่กดดันได้เป็นเวลานาน และพร้อมจะปฏิบัติการตามคำสั่งตลอดเวลา วิธีการฝึกของหน่วยทหารขนาดเล็ก เป็นหลักสูตรของกองทัพบกไทยโดยตรง และการฝึกจะต้องมีการผ่อนปรนไปตามลักษณะภูมิประเทศ หน่วยทหารขนาดเล็ก จะต้องสามารถปฏิบัติภารกิจพิเศษควบคุม และคลี่คลายสถานการณ์ รองรับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
แม่ทัพภาคที่ 4 ยังกล่าวว่า เพื่อขยายประสิทธิภาพปรับรูปแบบจากที่อดีตทหารเคยอยู่ในฐาน เปลี่ยนเป็นออกนอกพื้นที่เข้าไปดูแล กินอยู่ภายในหมู่บ้านร่วมทุกข์ร่วมสุขให้ประชาชนมีความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย พร้อมทั้งขับไล่ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่อยู่ไม่กี่คน ให้ออกนอกพื้นที่เพื่อลดสถานการณ์ความรุนแรงให้หมดไปจากพื้นที่
พล.ท.พรศักดิ์ยังได้กล่าวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ที่หอประชุม อบจ.ปัตตานี เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ทุกคนต่างมีความสำคัญในการดูแลพื้นที่ ยิ่งการใช้ความรุนแรง ไม่ก่อให้เกิดสันติสุข การพูดคุยเพื่อสันติสุข ผ่านสภาสันติสุขตำบลเท่านั้นที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน
“ส่วนกลุ่มที่วางแผนก่อเหตุร้ายในพื้้นที่ นั้น เจ้าหน้าที่และประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ก็ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่าง เด็ดขาด ที่สำคัญจะใช้กฎหมายจัดการกับพวกที่ให้พักพิงคนร้ายเหล่านี้ นอกจากนี้ ต้องให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นฝ่ายตรวจสอบดูแลในพื้นที่ตัวเองอย่าให้มีกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามาเคลื่อนไหวใช้กบดานเพื่อก่อการเด็ดขาด ผู้นำท้องถิ่นจะต้องรับผิดชอบถือว่าละเลยในการตรวจดูแลความเรียบร้อย
“เท่าที่ทราบยังมีส่วนน้อย 1-2 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการสูญเสีย ต้องเอาน้ำดีไล่น้ำเลวให้ได้”แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวในตอนท้าย
ทางด้าน นายมูหามะรอมือลี อาแซ กำนันตำบลแว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส เคยรับรางวัลกำนัน ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม จังหวัดนราธิวาส ประจำปี 2561 กล่าวหลังได้ฟังบรรยาของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่หอประชุม อบจ.ปัตตานี ว่า ที่ผ่านมา พวกเราทำงานกันจริงจัง แต่ก็มีบางคนรู้สึกกลัวเรื่องความไม่ปลอดภัย แต่แม่ทัพภาคที่ 4 มีนโยบายเอาชุดจรยุทธ์มาใช้ ทำให้มีความมั่นใจในการทำงาน การไปคุยกับผู้ก่อเหตุ อย่างเช่น ถ้าเกิดเหตุการณ์ ทางทหารสามารถเรียกชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ตลอด 24 ชั่วโมง เข้าปฏิบัติการทันที
“นโยบายต่อมาของแม่ทัพภาคที่ 4 คือ การเปิดพื้นที่ให้สภาสันติสุข เป็นการตอบโจทย์ชาวบ้าน เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ขณะนี้พวกเรามีความมั่นใจมากขึ้นถึงการทำงานการอยู่ร่วมกัน ในเมื่อแม่ทัพให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำแบบนี้ พวกเราทำงานได้อย่างสบายใจ 100% เรามาอยู่ตรงจุดนี้แล้ว ต้องมองไปข้างหน้าอย่างเดียว ทิ้งความกลัวไปหมดแล้ว ต้องสนองให้แผ่นดิน ทำความดีให้แผ่นดินไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ความหวาดระแวงก็ลดลงมาก นอกจากเรื่องจรยุทธ์แล้ว สิ่งที่จะเสริมให้เกิดความมั่นใจในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อยู่กันอย่างมีความสุขมากขึ้น คือ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยทำให้ชาวบ้านอุ่นใจ” กำนันตำบลแว้งกล่าว