ไม่ได้มีแค่ Big Mouth! รวม 10 สำนวน ‘Mouth’ ในภาษาอังกฤษ ที่ไม่ได้แปลว่า “ปาก” อย่างเดียว
สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่ะ ช่วงนี้มีใครอินกับซีรีส์เกาหลีเรื่อง ‘Big Mouth’ เหมือนพี่บ้างไหมคะ? วันนี้พี่พลอยกี้และ English Issuesเลยจะมาแชร์ Idioms หรือสำนวนภาษาอังกฤษที่มีคำว่า “Mouth” ให้น้องๆ เอาไปใช้อัปสกิลภาษาอังกฤษกันค่ะ ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาดูกันเลย Let’s go!
…………………………
1. A Big Mouth
“A person who talks too much or a person who tells confidential information to others.”
คำว่า Big Mouthในที่นี้ไม่ได้แปลว่า ปากใหญ่นะคะ 5555 แต่หมายถึงคนพูดมาก/ขี้เมาท์ ชอบกระจายข่าวลือ เก็บความลับไม่อยู่ (คำไม่เป็นทางการ) ถ้าใครดูซีรีส์ Big Mouth จะเข้าใจแจ่มแจ้งเลยค่ะว่าทำไมเขาถึงตั้งชื่อเรื่องแบบนี้ // ขอสปอยล์ว่าคาแรกเตอร์ของพระเอกตรงกับความหมายนี้สุดๆ
ตัวอย่างประโยค
Jessica is such a big mouth. Did you know that she told everyone that Steve and I are a couple?
เจสสิก้าขี้เมาท์จริงๆ รู้ไหม เธอบอกทุกคนว่าฉันคบกับสตีฟ
2. To Be Born with a Silver Spoon in One’s Mouth
“Have a high social position and be rich from birth”
สำนวนนี้กล่าวถึงคนที่ “คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด” ในตระกูลร่ำรวยและมีฐานะทางสังคม หรือที่ภาษาไทยใช้ว่า “เกิดมาบนกองเงินกองทอง” นั่นเองค่ะ
Good to know! ในภาษาเกาหลีเองก็มีการเปรียบเปรยเหมือนกับสำนวนนี้ในภาษาอังกฤษเลยค่ะ
- 금수저 (กึม-ซู-ช่อ) แปลว่า ‘ช้อนตะเกียบทอง’ = คนที่เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย
- 흙수저 (ฮึก-ซู-ช่อ) แปลว่า ‘ช้อนตะเกียบดิน’ = หมายถึงคนที่เกิดมาในครอบครัวฐานะยากจน
[ชวนอ่านต่อ] ไม่มีเงินก็ไม่มีหวัง: ความเหลื่อมล้ำในเกาหลีภายใต้ชนชั้น ‘ช้อนตะเกียบทอง-ช้อนตะเกียบดิน’
ตัวอย่างประโยค
I haven’t seen him work one day in his life. He was born with a silver spoon in his mouthand he has never had to worry about money.
ฉันไม่เคยเห็นเขาทำงานสักวันนึง เขาเกิดมาแบบคาบช้อนเงินช้อนทองและไม่เคยต้องกังวลเรื่องเงินเลย
3. To Be Down at the Mouth
“To appear to be very sad or depressed”
สำนวนนี้ใช้ครั้งแรกช่วงกลางทศวรรษที่ 1600 ความหมายก็ค่อนข้างตรงตัวเลยค่ะ เพราะเวลาที่คนเราไม่มีความสุข มุมปากจะตกลงมาเหมือนรูปด้านบน สำนวน ‘be down in the mouth’ เลยแปลว่า ดูเศร้ามาก ไม่มีความสุข หดหู่ ท้อแท้นั่นเองค่ะ
ตัวอย่างประโยค
Do you know what happened to Stephanie? She has been down at the mouth all day.
รู้ไหมสเตฟานี่เป็นอะไร เธอดูเศร้าๆ ทั้งวันเลย
4. To Put One’s Foot in One’s Mouth
“To unintentionally say something without tact or something that is offensive to others.”
สำนวนนี้หมายถึง การพูดโดยขาดการไตร่ตรอง พูดไม่คิด พูดในเรื่องที่ไม่ควร จนทำให้คนอื่นอับอายหรือเสียใจ ถ้าแปลแบบสั้นๆ ก็จะได้ว่า “ปากพล่อย” นั่นเอง
ตัวอย่างประโยค
I really put my foot in my mouth– I asked her if Jane was her mother, but she said Jane is her sister.
ฉันนี่ปากพล่อยจริงๆ ไป ดันไปถามเธอว่าเจนเป็นแม่ของเธอรึเปล่า แต่เธอบอกว่าเป็นพี่สาว
5. Straight from the Horse's Mouth
“To get information from the original source.”
สำนวนนี้มาสตอรี่ค่ะ คร่าวๆ คือ สมัยก่อนเวลาจะลงเดิมพันในการแข่งม้า เหล่านักพนันจะไปหาข้อมูลจากคนวงในอย่างเด็กเลี้ยงม้าหรือผู้ที่ใกล้ชิดกับนักแข่งมากที่สุด เลยเป็นที่มาของสำนวน Straight from the Horse’s Mouth ซึ่งหมายถึง ได้รับข้อมูลหรือได้ยินจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ/เจ้าของเรื่องโดยตรง หรือพูดง่ายๆ ว่า “ได้ยินมาจากปาก” ของใครสักคนนึง
ตัวอย่างประโยค
Did you hear that Mark and Natalie are going to have a baby? Wow, I thought they didn’t want to have kids. I won’t believe it until I get it straight from the horse’s mouth.
เธอได้ยินเรื่องที่มาร์คและนาตาลีจะมีลูกรึยัง? ฉันคิดว่าพวกเขาไม่อยากมีลูกซะอีก ไม่อยากจะเชื่อจนกระทั่งได้ยินเรื่องนี้จากปากพวกเขา
6. Hush Your Mouth!
“To tell a person to be quiet.”
บางคนเห็นคำว่า ‘hush’ ที่แปลว่า ‘ทำให้เงียบ’ ก็คงเดาความหมายได้เลย เพราะ “Hush your mouth” แปลว่า “หยุดพูดหรือหุบปาก” โดยจะใช้ในเชิงคำสั่ง **ควรระมัดระวังในการใช้ เพราะเป็นวลีที่ไม่ค่อยสุภาพค่ะ
ตัวอย่างประโยค
I have heard enough from you! Hush your mouth!
ฉันฟังคุณมาพอแล้ว หยุดพูดซะที!
7. By Word of Mouth
“If news or information passes by word of mouth, people tell it to each other rather than it being printed in written form.”
ชวนน้องๆ มาลองเดาเล่นๆ กันว่า ถ้าเกิดเราถ่ายทอดข้อมูลด้วยวิธีบอกเล่าโดยตรง(ไม่ใช่การเขียนหรือจดบันทึก) จะเรียกว่าอะไรกันนะ?
เฉลยค่ะ สำนวน “By word of mouth” หมายถึง “ปากต่อปาก” หรือตรงกับคำภาษาไทยว่า “มุขปาฐะ” นั่นเอง ซึ่งสำนวนนี้ก็ถูกนำมาใช้ในวงการเอเจนซีโฆษณาเวลาที่เกิดไวรัลเป็นที่พูดถึงด้วยนะคะ
ตัวอย่างประโยค
I don’t send out any fliers to advertise this service. Most of my clients hear about it by word of mouth.
ฉันไม่ได้ส่งใบปลิวประชาสัมพันธ์บริการนี้ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ได้ยินเรื่องนี้ด้วยการบอกต่อๆ กัน
8. Butter Wouldn’t Melt in One’s Mouth
“Said of one who appears innocent or reserved in certain company, when in fact one may have the opposite demeanor.”
สำนวนนี้แปลตรงตัวได้ว่า ‘เนยจะไม่ละลายในปาก’ แต่ความหมายแท้จริงคือ“ตีหน้าซื่อ” จะใช้อธิบายคนที่แสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น/ทำตัวไร้เดียงสา (แต่จริงๆ แล้วก็ไม่จริงใจนั่นแหละ)
ตัวอย่างประโยค
She may look innocent as if butter wouldn’t melt in her mouth, but don’t let her looks deceive you.
เธออาจตีหน้าซื่อ ทำตัวไร้เดียงสา แต่อย่าให้ปล่อยให้รูปลักษณ์ภายนอกมาหลอกคุณได้
9. To Have One’s Heart in One’s Mouth
“ To be very nervous or anxious about something.”
สำนวนนี้มาจาก ‘อีเลียด’ (The Iliad) มหากาพย์กรีกโบราณของโฮเมอร์ (Homer) ใช้เปรียบเปรยตอนที่รู้สึกกลัวอะไรมากๆ หัวใจจะเต้นเร็วและแรงจนรู้สึกขึ้นมาถึงปาก สำนวนนี้เลยถูกนำมาใช้บรรยายความรู้สึก “กลัวหรือกังวลกับบางสิ่งบางอย่าง”
ตัวอย่างประโยค
I had my heart in my mouthas I waited for the teacher to call my name.
ฉันรู้สึกกังวลตอนที่รอครูเรียกชื่อ
10. To Put Your Money Where Your Mouth is
“To show by your actions and not just your words that you support or believe in something”
ใจเย็นก่อนนน อย่าเพิ่งแปลตรงๆ ว่าเอาเงินไปอุดปากเชียวนะคะ เพราะความหมายจริงๆ ของสำนวนนี้คือ “ทำอย่างที่พูด ไม่ใช่ดีแต่พูด” หรือถ้าจะแปลให้คงความหมายเดิมก็ประมาณว่า “นำเงินไปใช้แก้ไขสถานการณ์ต่างๆ แทนที่จะพูดเฉยๆ อย่างเดียว”
ตัวอย่างประโยค
If the governments were truly worried about the environment they wouldput their money where their mouthis and give us the needed resources to fix this problem.
ถ้ารัฐบาลกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมจริงๆ พวกเขาจะทำอย่างที่พูดและหาทรัพยากรที่จำเป็นในการแก้ไขปัญหามาให้เราสิ
…………………………
เป็นยังไงบ้างคะกับ 10 สำนวน “Mouth” ในภาษาอังกฤษที่คัดมาฝากกันในวันนี้ ถ้าใครอยากเพิ่มความหลากหลายให้คลังศัพท์ เอาไว้หยิบมาใช้แบบเก๋ๆ อย่าลืมจดไปใช้กันนะ~ แต่บอกเลยว่ายังไม่หมดเท่านี้ ถ้าน้องๆ คุ้นเคยกับสำนวนไหนอีก อย่าลืมมาแชร์กันนะคะ :D