โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องอนาคต "Rare Earth" นอกโลก กลุ่มแร่ธาตุหายากวิกฤตในไทย

Thai PBS

อัพเดต 15 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ปัจจุบันไทย “ครอง” อันดับ 6 ประเทศที่ผลิตแร่ธาตุหายากสูงที่สุดในโลก โดยมีผลผลิตสูงถึง 13,000 เมตริกตันในปี 2567 และเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 260% จากปีก่อนหน้า ข้อมูลจาก สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (United States Geological Survey: USGS) ระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว ไทยน่าจะมีผลผลิตเกือบ 13,000 เมตริกตัน เพิ่มขึ้น 261% จากปี 2566 และสูงกว่าระดับในปี 2561 ถึง 13 เท่า

แม้ข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแร่หายากของไทยจะมีไม่มากนัก แต่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าแร่หายากรายใหญ่ของจีน โรงงานสำคัญ คือ Neo Magnequench ใน จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Neo Performance Materials (แคนาดา) ที่ผลิตวัสดุแม่เหล็กแร่หายากสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ส่องอนาคต

แร่หายากสามารถพบได้ทั่วโลก แต่ประเทศที่มีพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งแร่ที่มีปริมาณสำรองสูง และสามารถทำเหมืองแร่ได้อย่างคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมีไม่กี่ประเทศ ซึ่ง USGS ระบุว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นผู้ผลิตแร่หายากรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีปริมาณการผลิตแร่จำนวนประมาณ 270,000 เมตริกตัน

ขณะที่สหรัฐอเมริกาเป็นผู้ผลิตแร่หายากเป็นอันดับ 2 ปริมาณการผลิตแร่ประมาณ 45,000 เมตริกตัน หรือประมาณ 1 ใน 6 ของสาธารณรัฐประชาชนจีน อันดับที่ 3 สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา มีปริมาณการผลิตจำนวน 31,000 เมตริกตัน

ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 5 มีปริมาณการผลิตจำนวนเกือบ 13,000 เมตริกตัน โดยแหล่งแร่หายากของประเทศไทย พบในบริเวณด้านตะวันตกของประเทศ ตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคใต้ ในพื้นที่ จ.เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ อุทัยธานี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และสุราษฎร์ธานี

หลังจากเมื่อวันที่ 26 ต.ค.2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงกับไทยและมาเลเซีย เพื่อความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก หรือ “แร่แรร์เอิร์ธ” (Rare Earth) แม้จะมีชื่อเรียกว่าแร่หายาก แต่ความจริงแร่เหล่านี้มีปริมาณค่อนข้างมาก เพียงแต่ขุดได้ยาก เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะพบรวมกันในปริมาณที่ต่ำ

ส่องอนาคต

แร่แรร์เอิร์ธคือโลหะ 17 ชนิด ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งรวมถึงสมาร์ตโฟน รถยนต์ไฟฟ้า และระบบป้องกันประเทศ โดยรายชื่อแร่แรร์เอิร์ธประกอบด้วย แลนทานัม (La), ซีเรียม (Ce), เพรซีโอดิเมียม (Pr), นีโอดิเมียม (Nd), โพรมีเทียม (Pm), ซาแมเรียม (Sm), ยูโรเพียม (Eu), แกโดลิเนียม (Gd), เทอร์เบียม (Tb), ดิสโพรเซียม (Dy), ฮอลเมียม (Ho), เออร์เบียม (Er), ทูเลียม (Tm), อิตเทอร์เบียม (Yb), ลูทีเทียม (Lu), สแกนเดียม (Scandium) และอิตเทรียม (Y)

ข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณี ระบุว่า มีหลายประเทศทั่วโลกที่มีแหล่งสำรองแร่แรร์เอิร์ธ แต่ก็มีบางประเทศที่มีมากกว่าประเทศอื่น ๆ อย่างมาก

อันดับ 1 จีน : 44 ล้านตัน

อันดับ 2 บราซิล : 21 ล้านตัน

อันดับ 3 อินเดีย : 6.9 ล้านตัน

อันดับ 4 ออสเตรเลีย : 5.7 ล้านตัน

อันดับ 5 รัสเซีย : 3.8 ล้านตัน

อันดับ 6 เวียดนาม : 3.5 ล้านตัน

อันดับ 7 สหรัฐอเมริกา : 1.9 ล้านตัน

อันดับ 8 กรีนแลนด์ : 1.5 ล้านตัน

อันดับ 9 แทนซาเนีย : 0.9 ล้านตัน

อันดับ 10 แอฟริกาใต้ : 0.9 ล้านตัน

แร่เอิร์ธ คือ กลุ่มธาตุโลหะพิเศษ 17 ชนิด ที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกัน และเป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น สมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ทางการแพทย์ แม้กลุ่มธาตุโลหะพิเศษดังกล่าว จะพบในธรรมชาติได้ทั่วไป แต่ก็หาในรูปแบบบริสุทธิ์ได้ยาก และกระบวนการสกัดก็ซับซ้อนและมีต้นทุนสูง

องค์ประกอบของแร่เอิร์ธ คือกลุ่มธาตุแลนทาไนด์ 15 ชนิด ธาตุอีก 2 ชนิดคือ สแกนเดียม (Scandium) และ อิตเทรียม (Yttrium) ส่วนการนำไปใช้งาน ในประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: จอโทรศัพท์ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และลำโพง, เทคโนโลยี: เครื่องยนต์รถยนต์ไฟฟ้า กังหันลม ระบบนำทาง และเรดาร์, การแพทย์: เครื่องสแกน MRI และการผ่าตัดด้วยเลเซอร์, การป้องกันประเทศ: อาวุธยุทโธปกรณ์

มีคำถามว่า เหตุใดแร่เอิร์ธจึง “หายาก” เพราะการพบในธรรมชาติไม่ค่อยพบในรูปแร่บริสุทธิ์ ที่สามารถขุดขึ้นมาได้โดยตรง ส่วนการสกัดกระบวนการแยกและทำให้บริสุทธิ์นั้น มีความซับซ้อนและใช้ต้นทุนสูง และความกระจุกตัวธาตุเหล่านี้ กระจายตัวอยู่ทั่วไป และมักจะปะปนกับแร่ชนิดอื่น ทำให้ไม่สามารถสกัดออกมาได้ในปริมาณที่คุ้มค่า

ส่องอนาคต

ด้วยความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติที่เรียกว่า แร่แรร์เอิร์ธ ในงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569” องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชวนเยาวชนและประชาชน ร่วมเปิดโลกความมหัศจรรย์ของ “แรร์เอิร์ธ” (Rare Earth Elements) หรือกลุ่มธาตุหายาก

ผ่านนิทรรศการไฮไลต์ “Rare Earth: The Invisible Power” ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยเปิดให้เข้าชมพรี ตั้งแต่วันนี้ – 23 ส.ค.2569 เวลา 09.00–19.00 น. ณ อาคาร 9–11 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อให้เห็นว่าธาตุที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนโลก เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน และเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกอย่างไร

ส่องอนาคต

สุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ NSM กล่าวว่า นิทรรศการ “Rare Earth: The Invisible Power” ถูกออกแบบขึ้นเพื่อเปลี่ยนเรื่องวิทยาศาสตร์ที่ดูซับซ้อนให้เข้าใจง่าย โดยนำเรื่องใกล้ตัวมาขยายผลให้เห็นภาพใหญ่ ตั้งแต่สมาร์ตโฟน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไปจนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แม้ในอดีตจะถูกเรียกว่า “ดินหายาก” เพราะมักอยู่ในรูปสารประกอบออกไซด์ แต่แท้จริงแล้วทั้งหมด เป็นโลหะที่มีคุณสมบัติโดดเด่นด้านการนำไฟฟ้า ความร้อน แสง และแม่เหล็ก

สาเหตุที่เรียกว่า ‘หายาก’ ไม่ใช่เพราะมีปริมาณน้อยในโลก เช่น ซีเรียม มีปริมาณมากกว่าทองคำและเงิน แต่เป็นเพราะธาตุเหล่านี้มักปะปนกระจายตัวอยู่ในธรรมชาติ และต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการสกัดและแยกให้ได้ความบริสุทธิ์ ตัวอย่างใกล้ตัว เช่น ‘เออร์เบียม’ ที่ถูกนำไปเจือในเส้นใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ช่วยขยายสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามมหาสมุทร ทำให้ข้อมูลเดินทางทั่วโลกได้รวดเร็วไม่สะดุด

นอกจากนี้ ในงานยังพาไปเจาะลึก “กลุ่มธาตุหายากวิกฤต” (Critical REEs) อย่าง นีโอดิเมียม และ ดิสโพรเซียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแม่เหล็กถาวรทนความร้อนสูง สำหรับมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า กังหันลมผลิตไฟฟ้า และระบบพลัง งานสะอาด ช่วยลดการสูญเสียพลังงานและมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ รวมทั้งนำเสนอแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านเทคโนโลยีการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนพาไปส่องอนาคตกับการสำรวจแหล่งแรร์เอิร์ธนอกโลก อย่างพื้นที่ที่เรียกว่า “KREEP” บนดวงจันทร์ บนดาวอังคารและแถบดาวเคราะห์น้อยอีกด้วย

ส่องอนาคต

สำหรับประเทศไทย แม้จะมีปริมาณธาตุหายากสำรองราว 4,800 ตัน (อันดับ 12 ของโลก) แม้จะมีปริมาณสำรองไม่มาก แต่กลับมีจุดแข็งสำคัญด้านศักยภาพการแปรรูปและแต่งแร่สูงเป็น อันดับ 5 ของโลก ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายของประเทศในการก้าวสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ระดับภูมิภาคภายใต้แนวคิด “Made in Thailand Chips” ภายในปี 2050

อ่านข่าว :

ข้อเสนอสมุดปกขาว "คลังสมอง" วปอ. ยุทธศาสตร์เชิงรุก "ป่าเพิ่ม–ไฟลด-ชุมชนมีรายได้"

เลขาฯ ป.ป.ช.เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ TH-AI Passport ล็อกสเปกหรือไม่

มูลนิธิสืบฯ จ่อยื่นศาลปกครองอีกรอบ ฟ้องเพิกถอน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ผ่าปัญหาขยะท้องถิ่น อบต.งบไม่พอ – คลัสเตอร์ไม่ยืดหยุ่น ดัน อบจ.เติมเต็มช่องว่าง

50 นาทีที่แล้ว

สธ.ออก 7 ข้อสั่งการหน่วยงานในภาคเหนือ-อีสาน รับมืออุทกภัย

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สพฐ.เผย 23 โรงเรียนได้รับผลกระทบน้ำท่วม เร่งสำรวจ-ฟื้นฟูหลังน้ำลด

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บสย.พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 3 เดือน ช่วย "ลูกค้า-ลูกหนี้" ฝ่าวิกฤตน้ำท่วมน่าน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไอที อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...