โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“มีสุขฟาร์ม”คว้าแชมป์สุดยอดแผนธุรกิจ นำ AI พลิกโฉมสินค้าและบริการชุมชน

เดลินิวส์

อัพเดต 21 สิงหาคม 2569 เวลา 1.37 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ยกระดับธุรกิจ พลิกชีวิต ‘ชุมชน’ ด้วย AI” รอบ Final Pitching จาก 12 ชุมชนทั่วประเทศที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ในที่สุดทีม มีสุขฟาร์ม จ.ระยอง คว้ารางวัลชนะเลิศจากแผนธุรกิจ “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา”

นายมีธรรม ณ ระนอง รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กล่าวว่า เอ็ตด้า พร้อมด้วย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม และมหาวิทยาลัยในเครือข่าย จัดการแข่งขัน Craft Idea ครั้งที่ 6 ภายใต้แนวคิด “AI EMPOWERS CHANGE, TRANSFORM TOGETHER – ยกระดับธุรกิจ พลิกชีวิต ‘ชุมชน’ ด้วย AI” รอบ Final Pitching จาก 12 ชุมชนทั่วประเทศที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย เพื่อเปปิดโอกาสให้ วิสาหกิจชุมชน และเอสเอ็มอี มีโอกาสต่อยอดแผนธุรกิจและผลิตภัณฑ์สู่การใช้งานจริง ขยายตลาดออนไลน์ และยกระดับเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สถานการณ์โลกและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นแรงผลักดันให้ทุกภาคส่วนต้องปรับรูปแบบการดำเนินงานและการให้บริการ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน และขยายช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภค โดยเฉพาะธุรกิจชุมชนที่จำเป็นต้องเชื่อมโยงช่องทางออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่ ขณะเดียวกัน AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมลูกค้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ การสร้างคอนเทนต์ การวางแผนประชาสัมพันธ์ ไปจนถึงการพัฒนากลยุทธ์การขาย การเตรียมความพร้อมด้านทักษะดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบการชุมชนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ชุมชนสามารถรักษาและต่อยอดภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และของดีในพื้นที่ ให้กลายเป็นสินค้าและบริการที่มีจุดขายแตกต่าง สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในยุค Digital Transformation

ETDA ในฐานะหน่วยงานที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทยพร้อมเติบโตก้าวสู่อนาคตด้วยเทคโนโลยี AI & Digital ได้อย่างมั่นใจ จึงสานต่อเดินหน้าดำเนินหน้าโครงการ ETDA Local Digital Coach (ELDC) อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนากำลังคนและยกระดับศักยภาพของชุมชนทั่วประเทศ ให้มีความรู้และทักษะด้านดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ การตลาดออนไลน์ และการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย และรู้เท่าทัน พร้อมนำองค์ความรู้ไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ วางแผนธุรกิจ สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ธุรกิจชุมชน ซึ่งการดำเนินงานของโครงการ ELDC ยังผนวกแนวคิดการพัฒนาธุรกิจโดยคำนึงถึงสังคม หรือ Social Enterprise เพื่อให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้ควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่พื้นที่ รักษาภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ตลอดจนวางรากฐานการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยที่ผ่านมา ETDA ได้พัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลแล้วมากกว่า 5,000 ราย และดำเนินงานร่วมกับชุมชนมากกว่า 700 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับปี 2569 ETDA ได้ต่อยอดการดำเนินงานภายใต้ ELDC ผ่านกิจกรรมการแข่งขัน Craft Idea ครั้งที่ 6 ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “AI EMPOWERS CHANGE, TRANSFORM TOGETHER – ยกระดับธุรกิจ พลิกชีวิต ‘ชุมชน’ ด้วย AI”ซึ่งปีนี้พิเศษกว่าปีที่ผ่านมา เพราะได้เปิดโอกาสให้ “ชุมชน” เป็นผู้เข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้ พัฒนาแนวคิด และแข่งขันนำเสนอแผนธุรกิจด้วยตนเอง โดยใช้โจทย์จริงจากสินค้า บริการ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่เป็นจุดตั้งต้น ก่อนนำความรู้ด้าน AI การตลาดดิจิทัล และการวางแผนธุรกิจมาประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาแผนที่ตอบโจทย์ลูกค้า สร้างโอกาสทางการตลาด และสามารถนำไปต่อยอดได้จริง

ซึ่งจากการเปิดรับสมัครชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมช่วงที่ผ่านมา มีสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 119 ชุมชน ซึ่งทุกชุมชนได้เข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้การใช้ AI ผ่านหลักสูตร “AI to Action” จำนวน 4 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรที่ 1 “รู้ใจลูกค้า” เน้นการใช้ AI และฐานข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค หลักสูตรที่ 2 “คอนเทนต์เด็ด ใช้ AI ช่วยคิด” เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารและการสร้างเนื้อหาทางการตลาด หลักสูตรที่ 3 “ขายให้ปัง ใช้ AI นำทาง” เพื่อสนับสนุนการวางแผนและพัฒนากลยุทธ์การขาย และหลักสูตรที่ 4 “โตยั่งยืน ใช้ AI ต่อยอด” เพื่อประยุกต์ใช้ AI ในการพัฒนาและขยายธุรกิจในระยะยาว พร้อมได้ฝึกทดลองนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับโจทย์จริงของแต่ละพื้นที่ อาทิ การช่วยออกแบบลายผ้า การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ และการวางแผนประชาสัมพันธ์ เพื่อค้นหาแนวทางเพิ่มมูลค่า สร้างจุดขาย และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผลิตภัณฑ์และบริการของชุมชน

ก่อนทำการคัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพจำนวน 100 ชุมชน เข้าร่วมกิจกรรม Business Pitching กับ Craft Idea เพื่อพัฒนาและนำเสนอแผนธุรกิจเพื่อชุมชน ก่อนคัดเลือกให้เหลือ 50 ชุมชนสู่การแข่งขันระดับภูมิภาค (Local Business Pitching) เพื่อพัฒนาแผนธุรกิจจากโจทย์จริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำและปรับแผนให้สามารถนำไปใช้ได้จริง จนในที่สุดก็ได้ 12 ชุมชนสุดท้ายที่เข้าสู่รอบ “Final Pitching ศึกสุดท้ายของพลังไอเดียชุมชน” กับเวทีการแข่งขัน Craft Idea ปี 6 ที่ร่วมนำเสนอแผนธุรกิจที่แสดงให้เห็นถึงการนำ AI มาต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาสินค้าและบริการ เพิ่มประสิทธิภาพการตลาด และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ธุรกิจและชุมชนเติบโตได้อย่างยั่งยืน ต่อเหล่าคณะกรรมหารผู้ทรงคุณวุฒิ

ทั้งนี้จากการพิจารณาตัดสินกันอย่างเข้มข้น ผลการแข่งขันปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมมีสุขฟาร์ม จ.ระยอง จากแผนธุรกิจ “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา” ซึ่งทีมนำ AI มาใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลและนำฐานข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อให้เห็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แท้จริง และสามารถประชาสัมพันธ์ทำการตลาดได้ตรงกลุ่มมากขึ้น และยังสามารถทำให้ทราบข้อมูลว่าสินค้าตัวสร้างรายได้หลักของวิสาหกิจชุมชนคือผลิตภัณฑ์ใด พร้อมทั้งเปลี่ยนข้อมูลเป็นยอดขายสไตล์ Mesook โดยการวิเคราะห์ Persona & Pain Point, สร้าง Content Pillar, เขียน Caption / Script / Ads, สร้างภาพและวิดีโอสินค้าอย่างสร้างสรรค์ รวมถึง Chatbot แนะนำสินค้าและปิดการขาย เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดกฤษณา สูตรเย็น และน้ำหอมกฤษณาอโรมาพกพา

ซึ่งไม่ใช่แค่ “ใช้ AI สร้างภาพ”แต่ใช้ AI ทั้งระบบการตลาดและการขายอย่างสร้างสรรค์ รับโล่ห์รางวัลพร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม บ้านปางแดงใน จ.เชียงใหม่ จากแผนธุรกิจ “ชุมชนบ้านปางแดงใน” รับเงินรางวัล 50,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม ว้าว! mushroom จ.พัทลุง จากแผนธุรกิจ “วิสาหกิจชุมชนเกษตรพัฒนาบ้านตะโหมด” รับเงินรางวัล 30,000 บาท ส่วนอีก 9 ชุมชนได้รับรางวัลชมเชย ชุมชนละ 5,000 บาท รวมมูลค่าเงินรางวัลทั้งสิ้น 225,000 บาท

นอกจากการแข่งขัน Business Pitching แล้ว ETDA ยังเดินหน้าสนับสนุนการตลาดออนไลน์ควบคู่กัน โดยการคัดเลือก 50 ชุมชน ชุมชนละ 2 ผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 100 ผลิตภัณฑ์ เพื่อพัฒนาเป็นร้านค้าต้นแบบ พร้อมให้คำปรึกษาด้านการจัดทำข้อมูลสินค้า การสร้างคอนเทนต์ และการนำสินค้าขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ผ่าน Facebook, Social Commerce, e-Marketplace และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มการมองเห็น ขยายฐานลูกค้า และเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม

“กิจกรรม Craft Idea 6 จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเทคโนโลยี AI เข้ากับภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และจุดแข็งของแต่ละพื้นที่ โดยไม่ได้มุ่งเฉพาะการเพิ่มยอดขายในระยะสั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างทักษะดิจิทัล การพัฒนาแผนธุรกิจ และการวางรากฐานให้ผู้ประกอบการชุมชนสามารถปรับตัว แข่งขัน และเติบโตได้อย่างมั่นคงในเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...