โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลยุทธ์ Buy the Dip ทำอย่างไรให้ได้ผล

Wealth Me Up

เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2565 เวลา 08.30 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

ในโลกของการลงทุน มีกลยุทธ์ลงทุนให้นักลงทุนเลือกได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เน้นหุ้นมูลค่า เน้นหุ้นเติบโต เน้นปัจจัยพื้นฐาน เน้นใช้เครื่องมือทางเทคนิค เน้นเก็งกำไร และหนึ่งในนั้น คือ Buy the Dip

Buy the Dip เป็นวลีทั่วไปที่นักลงทุนได้ยินหลังจากที่สินทรัพย์ลงทุนมีราคาปรับลดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาสั้น และหลังจากราคาสินทรัพย์ลงทุนปรับลดลงจากระดับที่สูง ทำให้นักลงทุนกลุ่มหนึ่งประเมินว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการลงทุน ดังนั้น กลยุทธ์นี้จึงเหมาะกับการเข้าลงทุนเมื่อราคาปรับลดลง และคาดหวังว่าราคากำลังปรับขึ้น

สำหรับข้อจำกัดของกลยุทธ์ Buy the Dip คือ ไม่รับประกันว่าจะประสบความสำเร็จหรือได้กำไร เพราะราคาสินทรัพย์ลงทุนอาจปรับลดลงได้อีก เช่น ประเมินว่าราคาหุ้น XYZ ปรับลดลงสู่ระดับ 10 บาทและประเมินว่าเป็นจุดต่ำสุดแล้วจึงเข้าซื้อเพราะมั่นใจว่าจากนี้ไปจะปรับขึ้น แต่ผลปรากฏว่าราคาหุ้นกลับลดลงต่อเนื่องจากปัจจัยลบต่าง ๆ เช่น ยอดขายยังไม่ฟื้น ระดับหนี้สินอยู่ในระดับสูง ผลประกอบการขาดทุนสุทธิ หรือไม่สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งกลับคืนมาได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ขาดทุน

ดังนั้น หากใช้กลยุทธ์ Buy the Dip ต้องมีกลยุทธ์จำกัดความเสี่ยงควบคู่ด้วยเสมอ คือ กลยุทธ์ Stop Loss หมายถึง จุดขายเพื่อป้องกันไม่ให้ขาดทุนมากยิ่งขึ้น เช่น ซื้อหุ้น XYZ ที่ราคา 10 บาท เพราะมั่นใจเป็นราคาต่ำสุดแล้ว ผลปรากฏว่าราคากลับปรับลดลงต่อเนื่อง ดังนั้น นักลงทุนต้องกำหนดจุด Stop Loss เอาไว้เสมอ เช่น ถ้าราคาหุ้นปรับลดลง 8 บาท ก็เป็นจุด Stop Loss เป็นต้น

นอกจากนี้ ควรใช้กลยุทธ์ Buy the Dip สินทรัพย์ลงทุนที่มีสภาพคล่อง เช่น หุ้นขนาดใหญ่ มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เพราะการที่ราคาหุ้นเหล่านี้ปรับลดลงอาจมาจากสภาวะตลาดโดยรวม แต่หากมองปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่งและไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น เมื่อตลาดโดยรวมได้รับปัจจัยบวกจะทำให้ราคาหุ้นเหล่านี้ฟื้นตัวได้รวดเร็ว ขณะเดียวกันต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะกลยุทธ์นี้เหมาะกับการลงทุนระยะสั้น เพราะในบางจังหวะอาจเห็นราคาหุ้นปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าพลาดจังหวะนี้อาจทำให้พลาดโอกาสทำกำไรได้เช่นกัน

จะว่าไปแล้ว กลยุทธ์ Buy the Dip ไม่มีความซับซ้อน เพียงแค่ก่อนตัดสินใจใช้กลยุทธ์นี้ ควรศึกษาภาพรวมของตลาดว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร มีผลกระทบต่อธุรกิจของหุ้นที่กำลังสนใจมากน้อยแค่ไหน จากนั้นดูปัจจัยพื้นฐานของหุ้น เช่น งบการเงิน แนวโน้มการเติบโต อ่านบทวิจัย ศึกษาความเห็นนักวิเคราะห์ และดูจังหวะที่สะสมในการเข้าลงทุน ถ้าทำได้ก็มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ไม่ยาก

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...