ตร.เตือนภัยผู้ค้าแนะ 4 วิธีตรวจสอบสลิปปลอมเงินเข้าบัญชีจริงหรือไม่
ตร.เตือนภัยผู้ค้าแนะ 4 วิธีตรวจสอบสลิปปลอมเงินเข้าบัญชีจริงหรือไม่
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.ท.ธเทพ ไชยชาญบุตร รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดต่างหวาดผวา หลังมีหญิงสาว อายุประมาณ 30 ปี กับชายวัยกลางคน ตระเวนซื้อสิ่งของรวมทั้งเสื้อผ้า ของใช้ภายในตลาดนัดพื้นที่ จ.อ่างทอง โดยใช้วิธีชำระเงินแบบโอนเงินผ่านแอพพลิเคชั่นธนาคาร และแสดงสลิปการโอนเงินให้ตรวจสอบให้กับแม่ค้าดู แต่หลังตรวจสอบยอดเงินไม่พบมีเงินเข้ามา ทั้งที่ตอนแสดงให้ดูมีการโอนเงินสำเร็จแล้ว กรณีดังกล่าว ตร.ฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้าระมัดระวังหากมีการโอนเงินผ่านแอพพลิเคชั่นให้ตรวจสอบยอดเงินทันทีจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้
สำหรับวิธีการตรวจสอบสลิปปลอมมีดังนี้ 1.สังเกตความละเอียดของ ตัวเลข หรือตัวหนังสือ หากเป็นสลิปปลอม แบบของตัวหนังสือบนสลิปในส่วนของชื่อผู้โอน จำนวนเงิน วันที่ เวลา อาจจะเป็นตัวหนังสือคนละแบบ หรือความหนา บาง ของตัวอักษรจะไม่เท่ากัน หากเป็นเช่นนี้อาจตั้งข้อสงสัยได้ว่าเป็นสลิปปลอม
2.สแกน QR Code บนสลิปโอนเงินแบบ E-Slip สามารถตรวจสอบชื่อผู้โอน จำนวนเงิน วันและเวลาที่โอนเงินได้ หากยอดเงินไม่ตรง หรือไม่สามารถตรวจสอบได้ ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าเป็นสลิปปลอม
3.ใช้บริการแจ้งเตือนของธนาคาร ซึ่งจะแจ้งเตือนเมื่อมียอดเงินเข้าบัญชี สามารถนำไปเทียบยอดเงินกับสลิปได้ และ
4.ใช้ระบบจัดการร้านค้าที่มีฟังก์ชั่นตรวจสอบสลิปการโอนเงินอัตโนมัติกรณีที่ร้านค้าออนไลน์มียอดการสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก และมีการโอนเงินเข้าหลายรายการ สามารถเลือกใช้ระบบจัดการร้านค้าที่มีระบบตรวจสอบสลิปและยอดเงินเข้าอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้ร้านค้าประหยัดเวลา และลดขั้นตอนการตรวจสอบสลิปปลอม
และอีกวิธีการหนึ่งที่มิจฉาชีพมักใช้คือการตั้งโอนล่วงหน้า ซึ่งจะสามารถกดยกเลิกได้ตลอดเวลา หลังจากโชว์สลิปให้กับพ่อค้าแม่ค้าดูแล้ว แนะสังเกตด้านบนสลิป หากเป็นข้อความว่าตั้งโอนล่วงหน้าสำเร็จ แสดงว่าเงินยังไม่เข้าเพราะถ้าโอนเงินสำเร็จจะต้องเป็นข้อความว่า ชำระเงินสำเร็จ, ชำระบิลสำเร็จ หรือโอนเงินสำเร็จ หากไม่สังเกตสลิปดีๆ อาจตกหลุมพรางของคนร้ายได้
สำหรับผู้ที่กระทำ หรือใช้สลิปปลอม ถือว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง ทั้งการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และการปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง โดยความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รองโฆษก ตร.กล่าวอีกว่า รัฐบาลมีความห่วงใยปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการใช้สลิปโอนเงินปลอมนำมาหลอกลวงกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า จึงสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งปราบปรามและหาทางป้องกันอย่างจริงจัง ซึ่งปัจจุบันศูนย์ PCT มีการเตือนภัยพี่น้องประชาชน รูปแบบกลโกงของคนร้ายรวมทั้งสิ้น 18 วิธี หากสงสัยเกรงจะตกเป็นเหยื่อสามารถปรึกษาได้ที่สายด่วน บช.สอท. 1441 หรือศูนย์ PCT 08-1866-3000 ผู้เสียหายสามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com และสามารถติดตามรูปแบบการประชาสัมพันธ์กลโกงได้ที่ pctpr.police.go.th