โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

สถาบันวิจัยพืชสวน เปิดตัว 23 พันธุ์พืช รับรองตัวใหม่ในปี 66

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 09 ม.ค. 2566 เวลา 02.43 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2566 เวลา 01.00 น.

“พันธุ์พืช” นับเป็นหัวใจสำคัญของการทำเกษตร หากนำพันธุ์พืชมีคุณภาพดีมาเพาะปลูกพร้อมใส่ใจบำรุงดิน ให้น้ำและปุ๋ยอย่างเหมาะสม การเพาะปลูกพืชให้ประสบความสำเร็จ ก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด

ดร.ชูชาติ วัฒนวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศผู้ส่งออกเมล็ดพันธุ์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีรายได้จากการส่งออกเมล็ดพันธุ์พืช ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเมล็ดพันธุ์พืชผักและไม้ดอก ประมาณปีละ 4-6 พันล้านบาท ประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการผลิตเมล็ดพันธุ์พืช หากสามารถพัฒนาพันธุ์พืชของตัวเองเพื่อจำหน่ายในตลาดโลก คาดว่าจะสามารถขยายมูลค่าเพิ่มการส่งออกได้ไม่น้อยกว่า 4-5 เท่าตัว

“การปรับปรุงพันธุ์พืช” เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของสถาบันวิจัยพืชสวน โดยเฉพาะเรื่องการปรับปรุงพันธุ์พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ผล พืชสวนอุตสาหกรรมและพืชสมุนไพร นอกจากนี้ สถาบันวิจัยพืชสวนยังช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์พืชสวน เป็นกันชนเกี่ยวกับพันธุ์พืชสวนให้กับเกษตรกร เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ

“ในปี 2566 สถาบันวิจัยพืชสวน วางแผนรับรองพันธุ์พืชอย่างน้อย 23 พันธุ์ ประกอบด้วย พืชผัก 6 พันธุ์ หน่อไม้ฝรั่ง มันเทศ ถั่วฝักยาวสีม่วง สะตอ และกระเจี๊ยบเขียว 2 พันธุ์ ไม้ดอกไม้ประดับ 11 พันธุ์ ประกอบด้วย ดาหลา 3 พันธุ์ กล้วยไม้สปาโตกรอสติส 2 พันธุ์ ปทุมา 3 พันธุ์ เฟิร์นและหน้าวัว 3 พันธุ์ ไม้ผลและพืชสวนอุตสาหกรรม 5 พันธุ์ ประกอบด้วย มะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ที่ให้ผลเป็นกะทิ 100 เปอร์เซ็นต์ มะนาวแป้น 1 พันธุ์ ส้มโอเนื้อสีชมพู 1 พันธุ์ สับปะรด 2 พันธุ์ พืชสมุนไพร 1 พันธุ์ คือ ฟ้าทะลายโจร ที่มีสารแอนโดรกราโฟไลด์และผลผลิตสูง นอกจากนี้ ยังมีพืชสวนอีกหลายชนิดที่อยู่ระหว่างดำเนินการวิจัย และเตรียมเสนอรับรองพันธุ์ต่อไปในอนาคต เช่น พริก มะเขือเทศ มันฝรั่ง กล้วยไม้หลายชนิด ทุเรียน กาแฟ ชา ขมิ้น หญ้าหวาน เป็นต้น” ดร.ชูชาติ กล่าว

รายละเอียด 23 พันธุ์พืช ที่รับรองพันธุ์ปี 2566

  • กระเจี๊ยบเขียว พันธุ์ กวก. กาญจนบุรี 1

ลักษณะเด่น : ต้านทานต่อโรคเส้นใบเหลืองเมื่อปลูกช่วงอากาศอบอุ่นหรือฤดูแล้ง ให้ผลผลิตดี เฉลี่ย 2,996.43-3,141.16 กิโลกรัมต่อไร่ ได้คุณภาพมาตรฐานส่งออก ฝักตรง ก้านฝักเปราะ ขนนุ่ม สีเขียว ห้าเหลี่ยม ฝักยาว 7-12 เซนติเมตร ต้นสูงปานกลาง ข้อลำต้นถี่

  • กระเจี๊ยบเขียว พันธุ์ กวก. กาญจนบุรี 2

ลักษณะเด่น : ต้านทานต่อโรคเส้นใบเหลืองเมื่อปลูกช่วงอากาศอบอุ่นหรือฤดูแล้ง ให้ผลผลิตเฉลี่ย 2,669.60-3,560.70 กิโลกรัมต่อไร่ มีคุณภาพ ได้มาตรฐานส่งออก ฝักตรง ขนนุ่ม สีเขียว ห้าเหลี่ยม ความยาวฝัก 7-12 เชนติเมตร ต้นสูงปานกลาง ข้อลำต้นถี่

  • หน่อไม้ฝรั่งพันธุ์ กวก. กาญจนบุรี 1

ลักษณะเด่น : ให้ผลผลิตได้ดี เฉลี่ย 266.56-639.91 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตได้มาตรฐานขั้นพิเศษ A ตูม เฉลี่ย 81.81-331.04 กิโลกรัมต่อไร่ ปลายยอดหน่อตูมแน่นเป็นรูปสามเหลี่ยม ต้นแข็งแรง ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี สามารถปลูกได้ทั้งแบบหน่อเขียว และหน่อขาว

  • มะพร้าวกะทิพันธุ์ กวก. คันธุลี 1

ลักษณะเด่น : ผลผลิตทุกผลเป็นมะพร้าวกะทิ 100 เปอร์เซ็นต์ อายุ 8 ปี ให้ผลผลิต 105 ผลต่อต้นต่อปี หรือ 2,310 ผลต่อไร่ต่อปี น้ำหนักผล 2,032 กรัม มีขนาดกลาง-ใหญ่ ออกจั่นครั้งแรกครึ่งหนึ่งของประชากร เมื่ออายุ 3 ปี 6 เดือน และทุกต้นเมื่ออายุ 3 ปี 9 เดือน เก็บเกี่ยวครั้งแรกครึ่งหนึ่งของประชากร เมื่ออายุ 4 ปี 8 เดือน และทุกต้นเมื่ออายุ 4 ปี 11 เดือน

  • มะนาวพันธุ์ กวก. พิจิตร 2

ลักษณะเด่น : เมล็ดน้อยกว่า 5 เมล็ด เปลือกบางไม่เกิน 2 มิลลิเมตร ทนทานแคงเกอร์ ผลผลิตเฉลี่ย 1,050 กิโลกรัมต่อไร่

  • ส้มโอพันธุ์ กวก. พิจิตร 1

ลักษณะเด่น : เนื้อกุ้งสีน้ำผึ้งอมชมพู ฉ่ำน้ำน้อย รสชาติหวาน ให้ผลผลิตสูง ให้ผลผลิตเฉลี่ย 2 ปี (อายุต้น 6-7 ปี) 1,225 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวนผลเฉลี่ย 36 ผลต่อต้น น้ำหนักผล 1,162 กรัมต่อผล สูงกว่าพันธุ์ทองดี ที่ให้น้ำหนักผลผลิตเฉลี่ย 743 กิโลกรัมต่อไร่ หรือสูงกว่า คิดเป็นร้อยละ 64 จำนวนผลเฉลี่ย 24 ผลต่อต้น

  • มันเทศพันธุ์ กวก. พิจิตร 3

ลักษณะเด่น : เนื้ออ่อนนุ่ม รสชาติหวานปานกลาง ให้ผลผลิตเฉลี่ย 3,313 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์เกษตรกรร้อยละ 24 มีปริมาณขนาดหัวที่ตลาดต้องการร้อยละ 89.1 ของน้ำหนักรวม มากกว่าพันธุ์เกษตรกรร้อยละ 9.10

  • ถั่วฝักยาวสีม่วงสายพันธุ์ พจ.21-9-24-22

ลักษณะเด่น : ผลผลิตรวมเฉลี่ย 2,500-3,000 กิโลกรัมต่อไร่ ออกดอกเร็วและเก็บผลผลิตได้เร็ว จำนวนวันที่ดอกบาน 50% อยู่ระหว่าง 34-41 วันหลังปลูก มีความหนาเนื้อเฉลี่ย 1.9-2.3 มิลลิเมตร มีปริมาณสารแอนโทไซยานินสูง 166.32-208.55 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักสด มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด เหมาะสำหรับการรับประทานฝักสด

  • สะตอพันธุ์ กวก. ตรัง 2

ลักษณะเด่น : ให้ผลผลิตสูงตั้งแต่อายุยังน้อยและมีคุณภาพดี สามารถให้ผลผลิตนอกฤดู ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เมษายน ทรงพุ่มเตี้ยสะดวกต่อการปฏิบัติดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวผลผลิต

  • ดาหลาพันธุ์ กวก. ตรัง 6

ลักษณะเด่น : ช่อดอกทรงทิวลิป สีชมพูอมส้ม เมื่อตัดขณะดอกบาน 50% มีอายุการปักแจกันนาน 9 วัน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 51 ดอกต่อกอต่อปี (เมื่ออายุ 2 ปีหลังปลูก) มีสีดอก ฟอร์มดอกแตกต่างจากดาหลาพันธุ์ตรัง 1-5 ขนาดดอกเล็กกว่าดาหลาพันธุ์ตรัง 3

  • ดาหลาพันธุ์ กวก. ตรัง 7

ลักษณะเด่น : ช่อดอกทรงดอกบัว สีแดงชมพู เมื่อตัดขณะดอกบาน 50% มีอายุการปักแจกันนาน 8 วัน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 78 ดอกต่อกอต่อปี (เมื่ออายุ 2 ปีหลังปลูก) มีสีดอก ฟอร์มดอกแตกต่างจากดาหลาพันธุ์ตรัง 1-5 ขนาดดอกและก้านดอกเล็กกว่าดาหลาพันธุ์ตรัง 3

  • ดาหลาพันธุ์ กวก. ตรัง 8

ลักษณะเด่น : ช่อดอกทรงดอกกระดิน ช่อดอกสีแดง เมื่อตัดขณะดอกบาน 50% มีอายุการปักแจกันนาน 10 วัน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 68 ดอกต่อกอต่อปี (เมื่ออายุ 2 ปีหลังปลูก) มีฟอร์มดอกแตกต่างจากดาหลาพันธุ์ตรัง 1-5 ขนาดดอกเล็กกว่าดาหลาพันธุ์ตรัง 3

  • หน้าวัวพันธุ์ห้างฉัตร 084

ลักษณะเด่น : ปลีสีขาวชมพู จานรองดอกสีชมพู ขนาด 14.9×20.0 เซนติเมตร จำนวนดอก 5.3 ดอกต่อต้นต่อปี อายุการปักแจกัน 13 วัน ความยาวก้านดอก 65 เซนติเมตร

  • หน้าวัวพันธุ์ห้างฉัตร 200

ลักษณะเด่น : ปลีสีขาวเหลือง จานรองดอกสีขาว ขนาด 11.7×13.5 เซนติเมตร จำนวนดอก 6.4 ดอกต่อต้นต่อปี อายุการปักแจกัน 13 วัน ความยาวก้านดอก 49.0 เซนติเมตร

  • ฟ้าทะลายโจร พันธุ์ กวก.พิจิตร 44

ลักษณะเด่น : ผลผลิตสดเฉลี่ย 2,073 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์การค้าร้อยละ 36.3 ผลผลิตแห้งเฉลี่ย 666 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์การค้าร้อยละ 21.63 ปริมาณแอนโดรกราโฟไลด์ เฉลี่ย 4.38 กรัมต่อน้ำหนักแห้ง 100 กรัม

  • กล้วยไม้สปาโทกรอสทิสพันธุ์ กวก. เชียงราย 1

ลักษณะเด่น : ดอกออกเป็นกระจุกแน่นที่ปลายช่อ จำนวนดอกบานภายในช่อมาก ก้านช่อดอกตั้งตรง แข็งแรงเหมาะสำหรับผลิตเป็นไม้กระถางขนาดเล็ก แตกกอดี ไม่อ่อนแอต่อโรคเน่าและใบจุด ออกดอกเร็ว ตั้งแต่ปลูกจนกระทั่งออกดอกใช้ระยะเวลา 60 กว่าวัน น้อยกว่าพันธุ์ทองผาภูมิ ซึ่งเป็นพันธุ์การค้า อายุการใช้งานของช่อดอกได้นานกว่า 1 เดือน ให้ช่อดอกมากกว่าพันธุ์ม่วงทองผาภูมิที่เป็นพันธุ์การค้า

  • กล้วยไม้สปาโทกรอสทิสพันธุ์ กวก. เชียงราย 2

ลักษณะเด่น : ดอกสีส้มออกชมพู สีสันสะดุดตา ขนาดดอกค่อนข้างใหญ่ กระจุกที่ปลายช่อ ก้านช่อดอกตั้งตรง แข็งแรง อยู่เหนือทรงพุ่มทำให้เห็นช่อดอกชัดเจน เหมาะสำหรับผลิตเป็นไม้กระถางขนาดกลางและไม้ประดับแปลง การแตกกอดี ไม่อ่อนแอต่อโรคเน่าและใบจุด ออกดอกเร็ว ตั้งแต่ปลูกจนกระทั่งออกดอกใช้ระยะเวลา 70 กว่าวัน ช่อดอกมีอายุการใช้งานนานกว่า 1 เดือน ให้ช่อดอกมากกว่าพันธุ์ม่วงทองผาภูมิที่เป็นพันธุ์การค้า

  • ปทุมาพันธุ์ กวก. เชียงราย 5

ลักษณะเด่น : ลักษณะช่อดอกเป็นทรงกระบอกสั้น กลีบประดับมีลักษณะเป็นเกล็ดสีขาวบริสุทธิ์ เรียงตัวสวยงาม ปลายกลีบขลิบสีเขียวเล็กน้อย ออกดอกเร็ว อายุปลูกถึงให้ดอก 60-70 วัน ผลผลิตช่อดอกมาก 6-11 ดอกต่อกอ อายุการปักแจกันนาน 14 วัน

  • ปทุมาพันธุ์ กวก. เชียงราย 6

ลักษณะเด่น : ช่อดอกอยู่เหนือทรงพุ่ม ลักษณะทรงดอกคล้ายดอกบัว ก้านช่อดอกตรง แข็งแรง กลีบดอก หนา และกว้าง เหมาะเป็นไม้ตัดดอกและไม้ประดับแปลง ผลผลิตช่อดอกมาก 3-6 ดอกต่อกอ ออกดอกเร็ว อายุปลูกถึงให้ดอก 60-70 วัน อายุการใช้งานนาน 4-5 สัปดาห์ อายุการปักแจกันนาน 12 วัน

  • ปทุมาพันธุ์ กวก. เชียงราย 7

ลักษณะเด่น : ช่อดอกอยู่เหนือทรงพุ่ม ก้านดอกตรง แข็งแรง กลีบดอกหนา กลีบประดับส่วนบนและส่วนล่าง มีสีชมพูเข้ม สีสันสะดุดตา ผลผลิตช่อดอกมาก 6-12 ดอกต่อกอ ออกดอกเร็ว อายุปลูกถึงให้ดอก 60-70 วัน อายุการใช้งานนาน 4-7 สัปดาห์ อายุการปักแจกันนาน 12 วัน

  • เฟิร์นชายผ้าสีดาพันธุ์ กวก. เชียงใหม่ 1

ลักษณะเด่น : ใบชาย Fertile Fronds ก้านใบค่อนข้างแข็ง สีใบเขียวเข้ม เส้นใบเห็นลายชัดเจน เส้นใบไม่นูนเด่นชัด สานเป็นร่างแหคล้ายไปทาง P.holttumi ในส่วนปลายใบเป็นลอนหยัก แต่ไม่ถึงกับแฉกออกไปทาง P.elephanto ใบกาบ Shield F ronds ใบชูตั้งขึ้น เส้นลายใบดำลึกในใบสานเป็นร่างแหเห็นชัดเจน สีของใบเขียวออกจากออกไปทาง P.holtturi ของใบหยักเป็นลอนลักษณะคล้ายไปทาง P.elephantotis

  • สับปะรดพันธุ์ กวก. เพชรบุรี 3

ลักษณะเด่น : ผลผลิตเฉลี่ย 7.48 ตันต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ตราดสีทอง ร้อยละ 49.3 เนื้อแน่น นุ่มละเอียด สีครีม กลิ่นหอมคล้ายลิ้นจี่ ปริมาณวิตามินซี เฉลี่ย 25.4 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิตร สูงกว่าพันธุ์ตราดสีทอง ร้อยละ 10.9 ตาตื้นกว่าพันธุ์ตราดสีทอง

  • สับปะรดพันธุ์ กวก. เพชรบุรี 5

ลักษณะเด่น : เนื้อแน่น นุ่มละเอียด สีเหลืองเข้ม ผลผลิตเฉลี่ย 6.71 ตันต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ตราดสีทอง ร้อยละ 33.9 ปริมาณกรดเฉลี่ย 0.62% ต่ำกว่าพันธุ์ตราดสีทอง ร้อยละ 7.46 Brix Acid ratio เฉลี่ย 28.7 สูงกว่าพันธุ์ตราดสีทอง ร้อยละ 9.5 ปริมาณวิตามินซี เฉลี่ย 26.8 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิตร สูงกว่าพันธุ์ตราดสีทอง ร้อยละ 10.9

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...