โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชะตากรรมผู้หญิงยามสงคราม แม่ชียุคกลางเฉือนอวัยวะตัวเอง เลี่ยงโดนไวกิ้งล่วงละเมิด

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 19 เม.ย. 2565 เวลา 04.06 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 04.06 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - ภาพวาด การศึก Battle of Crécy ระหว่างอังกฤษ กับ ฝรั่งเศส เมื่อ 1346 ช่วงสงครามร้อยปี โดย Jean Froissart คาดว่าวาดสมัยศตวรรษที่ 15 (ไฟล์ public domain)

สำรวจชะตากรรมของ ผู้หญิง เมื่อยามศึกสงครามในยุโรปยุคกลาง ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ชี้ว่า แม่ชียุคกลางถึงกับเฉือนอวัยวะตัวเองเพื่อเลี่ยงโดนไวกิ้งล่วงละเมิด

สงครามและการสู้รบปรากฏขึ้นในประวัติศาสตร์มนุษย์ตั้งแต่โบราณกาล แม้ชัยชนะของสงครามในอดีตจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ต่าง ๆ คงปฏิเสธได้ยากว่า ท่ามกลางชัยชนะนั้น ภาพเบื้องหลังคือความสูญเสีย ความเจ็บปวดที่เกิดกับสามัญชนซึ่งได้รับผลกระทบไปด้วย ข้อมูลในแง่มุมนี้ก็มาพร้อมกับคำถามที่น่าสนใจว่า ยามเกิดศึกสงครามขึ้น บทบาทและตำแหน่งแห่งหนของผู้หญิงเป็นอย่างไรบ้าง

ในศตวรรษที่ 20-21 มีรายงานข่าวขุดค้นพบโครงกระดูกสตรีในหลุมศพที่เชื่อว่าเป็น “ที่ฝังร่างนักรบ” ในบริเทนเกิดขึ้นคล้ายกันหลายกรณี หากตีความว่าการค้นพบร่างสตรีในหลุมฝังศพนักรบจะบ่งชี้ว่า มีสตรีเป็นนักรบในดินแดนบริเทนจริง แต่อีกด้านคงต้องยอมรับเช่นกันว่า บทบาทหรือชะตากรรมของสตรีที่ไม่ได้ร่วมสู้รบในสงครามยังควรได้รับน้ำหนักไม่แพ้กัน

เอกสารบันทึกที่พูดถึงสงครามในอดีตมักเอ่ยถึงการรบและวีรกรรมต่าง ๆ ของชนชั้นปกครองมากกว่าจะเอ่ยถึงผลกระทบและบทบาทของผู้คนทั่วไป เอลลอรา เบนเน็ตต์ (Ellora Bennett) ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ยุคกลางผู้เขียนบทความ Women at War ยกตัวอย่างบันทึกที่เรียกกันว่า Anglo-Saxon Chronicle เอกสารเชิงบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ของยุคแองโกล-แซกซอน (Anglo-Saxon) เนื้อหาในบันทึกส่วนหนึ่งเอ่ยถึงการรบและวีรกรรมของเหล่ากษัตริย์ในอดีต ตัวอย่างหนึ่งคือเมื่อครั้งกษัตริย์เอ็ดวิน (King Edwin) แห่งนอร์ทัมเบรีย (Northumbria) เดินทัพไปที่เวสเซ็กซ์ในปี ค.ศ. 626 (Wessex) “มีผู้คนมากมายถูกสังหาร” แต่เหตุการณ์นี้ไม่ได้ถูกพูดถึงในบันทึกของพระชาวอังกฤษนามว่า Bede

ในอีกด้านหนึ่ง Bede กลับอธิบายอย่างละเอียดถึงความเหี้ยมโหดของกษัตริย์บริติชพระนามว่า Cadwallon ที่ต่อต้านนอร์ทัมเบรีย และเป็นพันธมิตรกับกษัตริย์แห่งเมอร์เซียที่ถูกมองว่าเป็นพวกนอกศาสนา ความโหดร้ายและภูมิหลังเรื่องลักษณะของ Cadwallon ซึ่งไม่ได้มีความเป็น “คริสเตียน” ทำให้เด็กและผู้หญิงต้องสังเวยชีวิตเมื่อ Cadwallon รุกรานเข้ามาในนอร์ทัมเบรีย

ในความเห็นของ เอลลอรา เบนเน็ตต์ ซึ่งศึกษาประวัติศาสตร์ยุคกลาง กษัตริย์เอ็ดวิน แห่งนอร์ทัมเบรียก็กระทำ “ความโหดร้าย” ลักษณะเดียวกันเมื่อเดินทัพออกไปดินแดนอื่น ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนว่า ผลกระทบจากสงครามอันนำมาซึ่งความตายของสตรีเพศและผู้ที่ไม่สามารถสู้รบได้มักถูกบรรยายถึงเมื่อผลเหล่านี้เกิดขึ้นด้วยน้ำมือของศัตรู แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว ผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามมักถูกมองเป็นผลลัพธ์ของสงครามอันหลีกเลี่ยงไม่ได้

เอลลอรา เบนเน็ตต์ บรรยายต่อไปว่า ในยามศึกสงคราม สตรีที่มีทรัพย์สมบัติและมีศักยภาพในการเคลื่อนที่ออกเดินทางไปมาได้จะเป็นกลุ่มที่สามารถปกป้องตัวเองและผู้ติดตามในสังกัดให้รอดพ้นภัยอันตรายได้ ส่วนสตรีที่ไม่มีทรัพย์สมบัติหรือชนชั้นอื่นรองลงมาตามลำดับมักต้องไปหาที่หลบภัยตามศาสนสถานเมื่อที่พักของพวกเธอเสี่ยงจะรับผลพวงจากสงคราม

อย่างไรก็ตาม สตรีที่เป็นนักบวชกลับเป็นเป้าหมายของทหารนักรบเพื่อบั่นทอนและทำลายอาณาจักรของศัตรูด้วยการทำร้ายสมาชิกในสังคมของฝ่ายตรงข้าม ทั้งนี้ การก่อความรุนแรงทางเพศต่อผู้คนในดินแดนฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลพวงจากสงคราม แต่บางครั้งก็เป็น “นโยบาย” เสียด้วยซ้ำ

เอลลอรา เบนเน็ตต์ อธิบายว่า บรรดานักรบในอดีต เหล่าไวกิ้ง (Viking) คือกลุ่มนักรบที่ขึ้นชื่อเรื่อง “นักรบนักย่ำยี” และมีเป้าหมายไปที่แม่ชี แม่ชีแห่ง Coldingham ในนอร์ทัมเบรีย ถึงกับจำใจยอมตัดริมฝีปากและจมูกของตัวเองเพื่อลดความดึงดูดจากเหล่านักรบที่จะเข้ามาจู่โจม เรียกได้ว่าสะท้อนความสิ้นหวัง ความโหดร้าย และภัยคุกคามอันน่าหวาดหวั่นที่เพศหญิงจะต้องพบเจอในยามศึกสงคราม

ไม่เพียงแค่เรื่องถูกล่วงละเมิดทางเพศ สตรีมักตกเป็นเป้าของการนำไปเป็นทาส ช่วงยุคกลางในบริเทน (Britain) การค้าทาสทั้งภายในดินแดนและส่งออกไปดินแดนอื่นถือเป็นกิจกรรมสำคัญ ทาสยังเป็นผลประโยชน์สำคัญที่แต่ละฝ่ายจะได้จากสงครามอีกด้วย นอกเหนือจากแง่มุมด้านแรงงานและกำลังคนแล้ว เพศหญิงถือเป็นสัญลักษณ์ของรางวัลจากการช่วงชิงและสื่อถึงการทำลายความเป็นอยู่ที่ดีของฝ่ายตรงข้าม

อ้างอิง:

Bennett, Ellora. “Women at War”. History Today. Online. Published 10 OCT 2021. Access 20 OCT 2021.

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 ตุลาคม 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...