โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิหร่านยิงขีปนาวุธไกล 4,000 กม. เล็ง”ดีเอโก การ์เซีย” เขย่ายุโรป-ตะวันตกสะเทือน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยกระดับขึ้นอีกครั้ง หลังสำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธ 2 ลูกไปยังฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-อังกฤษที่เกาะดีเอโก การ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฐานทัพยุทธศาสตร์สำคัญของชาติตะวันตกในภูมิภาคดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ Wall Street Journal และ CNN รายงานว่า ขีปนาวุธที่อิหร่านยิงไม่สามารถโจมตีฐานทัพบนเกาะดีเอโก การ์เซียซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะชากอสได้สำเร็จ

แหล่งข่าวอังกฤษระบุว่า เมื่อวันศุกร์ (20 มี.ค.) อังกฤษได้อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพดีเอโก การ์เซีย ในการโจมตีเป้าหมายฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านที่ใช้ในการโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แสดงความผิดหวังต่อ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษที่ปฏิเสธก่อนหน้านี้ไม่ให้กองกำลังสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพดีเอโก การ์เซียในการโจมตีอิหร่าน

สำหรับฐานทัพดีเอโก การ์เซีย ซึ่งเป็นฐานทัพร่วมของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรในมหาสมุทรอินเดีย ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของชาติตะวันตก โดยตั้งอยู่ห่างจากอิหร่านราว 5,300 กิโลเมตร ฐานทัพแห่งนี้ถูกใช้เป็นศูนย์กลางด้านการส่งกำลังบำรุง การเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ และการสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะตะวันออกกลางและเอเชียใต้

ความสำคัญของฐานทัพดีเอโก การ์เซียอยู่ที่ทำเลซึ่งสามารถรองรับการปฏิบัติการระยะไกลของกองทัพสหรัฐฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการเติมเชื้อเพลิง การสนับสนุนเครื่องบินทิ้งระเบิด และการเป็นจุดรวมกำลังทางทหาร ทำให้ฐานแห่งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดทุกครั้งที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...