โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จบเรื่องเก่า..ก่อเรื่องใหม่

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 11.03 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 23.50 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

จริง ๆ เดี๊ยนไม่อยากดราม่าน้ำมันเพื่อทำให้ผู้คนตื่นตระหนกไปกว่านี้ เพราะเป็นเรื่องที่ผู้คนทั่วไปรับรู้มาในระดับหนึ่งแล้วว่า เรื่องน้ำมันหมดเป็นเหมือนกันทั่วโลก แต่ดูเหมือนปัญหาดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขในเบื้องต้นไปแล้ว ถัดมาก็เป็นเรื่องน้ำมันแพงที่ทั่วโลกก็เป็นเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ประเทศต่าง ๆ ควบคุมไม่ได้เพราะต้องปล่อยไปตามกลไกของตลาดโลกไงล่ะคะ

สิ่งที่น่าคิดอยู่ตรงที่บ้านเราจะฝ่าปัญหาดังกล่าวไปอย่างไร? ในเมื่อผู้คนทั่วไปอยู่ในอาการหวาดวิตกเกี่ยวกับเงินในกระเป๋ามีค่าน้อยลง เพราะราคาข้าวของจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจะทำให้ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อระลอกใหม่ ซึ่งจะเป็นตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจให้อยู่ในอาการหยุดชะงักไประยะหนึ่ง ต่อจากนั้นจะก่อให้เกิดวิกฤตศรัทธาจนทำให้รัฐบาลอยู่ไม่เป็นสุขเลยล่ะจ้า

งานนี้จึงเป็นการวัดฝีมือทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทยเต็ม ๆ หลังโดนคนในสังคมถล่มเรื่องลักหลับขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว 6 บาทแบบไม่ทันตั้งตัว ทั้งที่ผู้คนทั่วไปคิดว่า รัฐบาลคงปรับราคาขึ้นครั้ง 2 บาท เพราะครั้งก่อนก็เคยปรับขึ้นในระดับนี้ จึงเกิดความรู้สึกไม่ดีกับการกระทำดังกล่าวอย่างรวดเร็ว พร้อมพูดถึงการยกเลิกแผนเดินทาง เพื่อท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ดังขึ้นเรื่อย ๆ..เจ๊งกันเป็นแถบซินายจ๋า!

สาเหตุที่ทำให้เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น น่าจะมาจากเรื่องข้าวของแพง (ถ้าคิดจากดีเซล 30 บาทมาเป็น 40 บาท เท่ากับต้นทุนชีวิตเพิ่มขึ้น 33%) มันเป็นเรื่องที่กระทบทุกส่วนอย่างมีนัยสำคัญ “โมนิก้า” ถึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเมื่อเห็นแรงขายออกมาอีกครั้ง แถมครั้งนี้เป็นการขายแบบเลี้ยงไข้เสียด้วย อีฉันเลยกังวลใจว่า การยืนปิดที่ระดับ 1,442.92 จุด ลบไป 14.99 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.53 หมื่นล้านบาท ยังไม่สะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นเวลานี้ไงล่ะคะ

เหมือนกับเรื่องสงครามระหว่าง “สหรัฐฯ”กับ “อิหร่าน”ที่ดูเหมือนจะเจรจาบนโต๊ะกันได้ แต่เอาเข้าจริงกลายเป็นสงครามน้ำลายที่พ่อใหญ่ทรัมป์พยายามชี้ให้เห็นว่า อีกฝ่ายกำลังยอมทำตามข้อตกลงที่เสนอให้ แต่สุดท้ายกลายเป็นว่า อีกฝ่ายไม่เคยพูดคุยข้อตกลงอะไรทั้งนั้น ส่งผลให้ความตรึงเครียดยังคงอยู่ต่อไป และทำให้ราคาน้ำมันแพงต่อไปนะจะบอกให้

ตรงนี้กลายเป็นแรงกดดันที่เด้งกลับมาที่ประเทศไทยเต็ม ๆ เพราะวันนี้มีการพูดไปถึงขั้นที่ว่า ราคาน้ำมันในประเทศจะพุ่งขึ้นไปถึงระดับ 50 บาทขณะที่บางกระแสพูดไปถึงระดับ 70 บาทก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ “โมนิก้า” ถึงมองว่า จังหวะนี้มีโอกาสขายหุ้นทำกำไร ก็ควรขายออกไปก่อน เพราะสิ่งที่เห็น ณ เวลานี้คือ ดัชนียังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,450 จุดอย่างมั่นคง และควรถอยไปรอรับบริเวณ 1,400 จุดดีกว่านะคะ

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องมองไปยังหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันแพงอย่าง PCE และ SMO เพราะเป็นหุ้นที่รับอานิสงส์ในเรื่องที่รัฐบาลกำลังจะส่งเสริม B10 กับ B20 อีฉันเลยเชื่อว่า ผลงานในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 จะโดดเด่นสุด ๆ ผนวกกับเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจปาล์มแบบนี้ จึงอยากให้นักลงทุนลองชำเลืองดูหุ้นเหล่านี้มากเป็นพิเศษ เพราะราคาหุ้นเริ่มขยับเรื่อย ๆแล้วนะจ๊ะ

ปิดท้ายกันที่ท่าทีของนักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ เพื่อชี้ให้เห็นว่า ต่างชาติที่ว่าแน่ ๆ ยังต้องทยอยขายหุ้นออกมา 481 ล้านบาทซึ่งเป็นการขยับตัวที่น่ากังวลพอสมควร เพราะต่างชาติยังมีของที่จะเทขายอีกเพียบ และโชคดีมาก ๆ ที่กองทุนไม่ได้ขายตามออกมาด้วย ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ซื้อหุ้นแบบจัดหนักเหมือนวันก่อน ๆ อีฉันเลยสังหรณ์ใจเหลือเกินว่า หากภาพรวมของโลกแย่ลงกว่าเดิม นักลงทุนกลุ่มนี้จะสาดหุ้นหนักแค่ไหน?

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...