พันตรีตัวจริงบุกจับพันโทตัวปลอม ส่งตร.ให้ติดคุกจริง
ผบ.ควบคุม มณฑลทหารบกที่41 สั่งด่วนคุมตัวทหารเก๊ อ้างเป็น พันโทแต่งกายเครื่องแบบทหารเต็มยศที่ภูเก็ต
เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา พันตรี สถิตย์ นัยคูณ หน.ชุดปฏิบัติการรักษาความสงบ จ.ภูเก็ต มณฑลทหารบกที่ 41 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร 4 นาย นำตัวนายประพจน์ หนุดภักดี ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ฉลอง ดำเนินคดีในกรณีแอบอ้างว่าตัวเองเป็นทหาร ยศ พ.ท. และแต่งกายเครื่องแบบทหาร
ทั้งนี้ ผบ.ควบคุม มณฑลทหารบกที่41 ได้มีคำสั่งให้ ชุดปฏิบัติการรักษาความสงบ จ.ภูเก็ตนำเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบ หลังมีผู้เเจ้งข้อมูลว่านายประพจน์ หนุดภักดี ได้มีการแอบอ้างว่าตัวเองเป็นทหาร ยศ พ.ท. และแต่งกายเครื่องแบบทหาร เหล่า ป. ไม่มีสังกัด ชุดปฏิบัติการรักษาความสงบ จ.ภูเก็ตจึงได้เข้าควบคุมตัว ก่อนส่งมอบให้ จนท.ตร.ฉลอง ดำเนินการสอบสวนต่อไป
ทั้งนี้ ในส่วนความผิดตามกฏหมายนั้นเบื้องต้นพบว่าเข้าข่ายความผิด2 ข้อกล่าวหา ได้แก่ มาตรา 145 ผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็น เจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
เจ้าพนักงานผู้ใดได้รับคำสั่งมิให้ปฏิบัติการ ตามตำแหน่งหน้าที่ ต่อไปแล้วยังฝ่าฝืนกระทำการใด ๆ ในตำแหน่งหน้าที่นั้น ต้องระวาง โทษตามที่กำหนดไว้ในวรรคแรกดุจกัน
และมาตรา 146 ผู้ใดไม่มีสิทธิที่จะสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่อง หมายของเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภา จังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล หรือไม่มีสิทธิใช้ยศ ตำแหน่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือสิ่งที่หมายถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กระทำการเช่นนั้นเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ ต้องระวางโทษ
อย่างไรก็ตามในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่านายประพจน์นั้นมีการกระทำความผิดอื่นๆร่วมด้วยหรือไม่ เช่นหลอกลวง หรือฉ้อโกง เพราะเชื่อว่าการแต่งกายแอบอ้างนั้น จะต้องมีวัตถุประสงค์อย่างอื่นด้วย