โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“บิ๊กโจ๊ก” ส่งทนายฟ้องเอาผิด “บิ๊กเต่า” ม.157 ชี้คดีสินบนทองคำ ติดกระดุมผิดตั้งแต่แรก

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ มอบหมายให้นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความยื่นฟ้องร้องดําเนินคดีกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบและคณะพนักงานสอบสวนคดีสินบนทองคําต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในความผิดตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย

ทนายสัญญาภัชระ ได้นำเอกสารที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ออกเอกสารว่า มีติส่งคดีดังกล่าวคืนพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.ศ. 2561 มาตรา 61 วรรคสอง ในเมื่อ ป.ป.ช. ส่งคืนกลับมาไม่ได้หมายความว่าจะกลับไปดำเนินการได้ เรื่องการดำเนินการเอาผิดนั้นจะต้องไปเริ่มที่รัฐสภา ซึ่งต้องดูว่าตอนนี้ทางประธานวุฒิสภา จะดำเนินการได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็ส่งไปยังประธานศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเรื่องดังกล่าวมีการกล่าวหากรรมการของ ป.ป.ช. และบุคคลอื่น ซึ่งเป็นสำนวนเดียวกัน

ส่วนที่ ป.ป.ช. ออกเอกสารมาเมื่อวานตนเองมองว่า ป.ป.ช. ก็ไม่ได้มีอำนาจ จึงส่งกลับไปที่ตำรวจ ซึ่งหากตำรวจกลับไปดำเนินการเอาผิดและเรื่องไปยังศาลอาญานั้นไม่ถูกต้อง เพราะการที่จะดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาที่มีตำแหน่งจะต้องใช้กฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและการปราบปรามทุจริต 2 ฉบับ แต่ถ้าเอกสารกลับไปแล้วยังดำเนินการต่อถือว่าเป็นการลุต่ออำนาจ จึงมองว่าเป็นการติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรกที่ตำรวจไปตั้งข้อกล่าวหา พลต.อ.สุรเชษฐ์ และกรรมการ ป.ป.ช. แทนที่จะไปร้องตามขั้นตอนให้ถูกต้องแต่กลับตั้งข้อกล่าวหาเองแล้วค่อยไปยื่นเอกสาร

ทนายความยืนยันการร้องศาลในวันนี้ไม่ถือว่าเป็นการประวิงเวลาแต่เป็นการให้ดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบเท่านั้น พร้อมนำคำสั่งของ พล.ต.อ. สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เคยออกคำสั่งแนวทางการดำเนินคดีอาญากับกรรมการปปช ไว้ เมื่อ พ.ศ.2545 มาเป็นหลักฐานประกอบการร้องศาลในวันนี้

นอกจากนี้ทนายความยังตั้งข้อสังเกตอีกด้วยว่าคดีต่างๆของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เหตุใดตํารวจจึงขยันกันเหลือเกินและรวดเร็วมาก พยายามจะตีความว่าตัวเองมีอํานาจแต่บางคดีไม่เห็นจะรีบแบบนี้ ขั้นตอนกฎหมายหากผิดว่าไปตามผิดถูกก็ต้องว่าไปตามถูกแต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของอํานาจ การดําเนินการต่างๆขออย่าทําผิดวิธีการเพราะท่านเป็นต้นทางของการใช้อํานาจ

ส่วนกรณีที่เมื่อวานนี้ทาง ป.ป.ช. มีมติส่งสํานวนกลับมาให้พนักงานสอบสวนนั้น ทนายความระบุว่า ส่วนตัวไม่ได้คิดว่าเป็นการแพ้หรือชนะแต่มองว่าคําวินิจฉัยของ ป.ป.ช. เป็นไปตามที่พวกตนเคยนําเสนอที่สรุปแล้วคือ ป.ป.ช. และตํารวจไม่มีอํานาจในคดีนี้

ทนายความยังกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้าไปรายงานตัว ทางพล.ต.ต.จรูญเกียรติ พูดว่าให้แจ้งข้อกล่าวหาเลย ซึ่งพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ถามกลับว่ามีอํานาจในการสอบสวนหรือไม่ ซึ่งพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า ให้อธิบายข้อกล่าวหาพร้อมทำการสอบสวนและไปพิมพ์ลายนิ้วมือ ซึ่งมองว่านี่เป็นการทำให้เกิดความเสียหายกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ส่วน พลตำรวจตรีประสงค์ ได้พูดกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ทํานองว่า ภายใน 30 วัน ผมจะทำก็ได้ จะค้น จะจับหรือจะสอบทำหมด ซึ่งทนายความมองว่าคำพูดเหล่านี้เป็นการทำให้เกิดความเสียหายเพราะลูกความผมไม่ใช่เขมรที่จะมากำหนดเวลาว่าจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไร

นอกจากนี้จะดำเนินการฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหลายรายโดยเฉพาะผู้ที่ออกคำสั่งสูงสุดคือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ทนายสัญญาภัชระ ได้โชว์แชทสนทนาระหว่างตัวเองกับ พ.ต.ท.คริษฐ์ ช่วงวันที่ 2-18 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นการส่งข้อความเรื่องของคดี แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเมื่อวานก่อน พ.ต.ท.คริษฐ์ ถึงไปแจ้งความว่าถูกทำร้ายซึ่งเรื่อง เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2560.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...