อย่าชะล่าใจ! “หมอเจด” เตือน 7 สัญญาณอันตราย “ต้อกระจก” มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแค่สายตาเสื่อมตามวัย
เมื่อวันที่ 23 ม.ค.นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เปิดเผยผ่าน Facebook หมอเจด ว่า
หลายคนเริ่มมองไม่ชัด เห็นไม่เหมือนเดิม แล้วคิดว่า “อายุมากขึ้น ตาเสื่อมธรรมดา” เลยซื้อแว่นเพิ่ม เปลี่ยนเลนส์ไปเรื่อย ๆ แต่รู้ไหมครับว่า มีคนจำนวนไม่น้อยเลยครับที่ไม่ได้แค่สายตายาวหรือสายตาเสื่อม แต่กำลังเป็น “ต้อตา” โดยไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าปล่อยไว้นาน อาจลุกลามจนสูญเสียการมองเห็นถาวรได้ มาดูกันว่าอาการแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม
1 มองเหมือนมีหมอกหรือฝ้าบาง ๆ บังตา
หลายคนอธิบายว่าเหมือนกระจกเป็นฝ้า เช็ดเท่าไรก็ไม่ใส ภาพไม่คมเหมือนเดิม โดยเฉพาะตอนเช้าหรืออยู่ในที่แสงจ้า อาการนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสายตาเสื่อม แต่จริง ๆ คือเลนส์ตาเริ่มขุ่น ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของต้อกระจกครับ
.
2 แสงไฟแตกกระจาย เวลาขับรถกลางคืนลำบาก
ถ้าเริ่มเห็นไฟหน้ารถหรือไฟถนนแตกเป็นวงฟุ้ง ๆ แสบตา หรือรู้สึกว่าขับรถกลางคืนยากขึ้น ทั้งที่สายตาเดิมเคยดี อาการนี้บ่งบอกว่าแสงผ่านเลนส์ตาได้ไม่สม่ำเสมอ มักเกิดจากเลนส์ตาที่ขุ่น ไม่ใช่แค่แว่นไม่ตรงค่าสายตา
.
3 ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย แต่ก็ยังไม่ชัดเหมือนเดิม
หลายคนสงสัยว่าทำไมเปลี่ยนแว่นบ่อยมาก ทั้งเลนส์แพงขึ้น ค่าสายตาดูเหมือนจะเปลี่ยนตลอด แต่ภาพก็ยังไม่คมเหมือนเดิม โดยเฉพาะตอนมองไกลหรือมองป้ายถนน นี่ไม่ใช่เพราะสายตาเสื่อมเร็ว แต่เพราะเลนส์ตาเริ่มขุ่น แว่นจึงแก้ได้ไม่สุดครับ
.
4 มองสีซีด เหลือง หรือหม่นลง
ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าสีขาวดูเหลือง สีสดไม่สดเหมือนเดิม หรือภาพดูหม่นเหมือนเปิดโหมดฟิลเตอร์ตลอดเวลา นั่นคือสัญญาณว่าเลนส์ตาเริ่มกรองแสงผิดปกติ ซึ่งพบได้บ่อยในต้อกระจกระยะต้น แต่คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นเรื่องปกติของอายุครับ
.
5 อ่านหนังสือหรือดูจอแล้วล้าตาเร็วผิดปกติ
แม้จะใส่แว่นถูกค่าสายตา แต่กลับรู้สึกล้าตา ปวดตา หรือปวดหัวง่าย โดยเฉพาะหลังใช้สายตานาน ๆ แสดงว่าดวงตาต้องเพ่งมากขึ้นเพื่อชดเชยภาพที่ไม่ชัดจากเลนส์ตาขุ่น ภาระนี้จะสะสมจนรบกวนชีวิตประจำวันได้ครับ
.
6 สายตาดี–แย่สลับกันในแต่ละวัน
บางวันมองชัด บางวันมัว ทั้งที่พักผ่อนและใช้สายตาใกล้เคียงกัน อาการนี้พบได้ในต้อกระจกระยะเริ่มต้น เพราะความขุ่นของเลนส์ตายังไม่สม่ำเสมอ ทำให้คุณภาพการมองเห็นแกว่งไปมา ซึ่งต่างจากสายตาเสื่อมทั่วไปที่มักคงที่กว่า
.
7 รู้สึกว่าต้องใช้แสงสว่างมากขึ้นกว่าคนอื่น
หากเริ่มอ่านหนังสือหรือทำงานในที่แสงปกติไม่ได้ ต้องเปิดไฟแรงขึ้น หรือขยับเข้าใกล้แหล่งแสงเสมอ นั่นเพราะแสงผ่านเลนส์ตาได้น้อยลงจากความขุ่นของเลนส์ตา ซึ่งเป็นสัญญาณต้อกระจกที่มักถูกมองข้ามครับ
โดยสรุปแล้วตาเสื่อมกับต้อกระจก ถือว่ามีอาการคล้ายกันมากเลยนะ แต่จริง ๆ ไม่เหมือนกันเลยครับถ้าแยกกันดี ๆ ตาเสื่อมแก้ด้วยแว่นได้ แต่ต้อกระจกต้องวินิจฉัยและติดตามอย่างถูกต้อง ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งวางแผนดูแลได้ดี อย่ารอให้มัวมากหรือกระทบชีวิตประจำวันแล้วค่อยตรวจ เพราะการมองเห็นที่หายไป อาจเอากลับมาไม่ได้เหมือนเดิมครับ