ยังไม่ฟันธงนโยบาย “เต้” ขัดกฎหมายหรือไม่ ย้ำพรรคการเมืองหาเสียงต้องแจงที่มาของเงินให้ชัด
กกต. ยังไม่ฟันธงนโยบาย “เต้ มงคลกิตติ์” ขัดกฎหมายหรือไม่ ขอพิจารณากฎหมายควบคู่บริบทสังคมไทย ย้ำพรรคการเมืองชงนโยบายหาเสียงต้องแจงที่มาของเงินให้ชัด แจง กกต.แค่ตั้งข้อสังเกต แต่สั่งยกเลิกนโยบายไม่ได้
วันที่ 22 ม.ค. 2569 เวลา 15.30 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงกรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส. พรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นเรื่องขอให้ กกต. ตรวจสอบนโยบายหาเสียงของ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร สส. และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ที่เสนอว่าผู้หญิงสามารถมีสามีได้ 4 คน โดยอ้างอิงคล้ายกฎหมายอิสลาม ว่า ตนมองว่าประชาชนมีความฉลาดเลือก ซึ่ง กกต. ได้พิจารณาในเรื่องนี้และได้ตั้งข้อสังเกตไว้บ้างแล้ว แต่ก็เป็นสิทธิของนายเรืองไกร ที่จะร้องเรียนได้ และ กกต. ก็รับทุกเรื่อง ส่วนจะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่นั้น จะต้องมาพิจารณา
“สำหรับนโยบายจะขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถวินิจฉัยหรือตัดสินใจได้ในขณะนี้ ต้องดูความเป็นไปได้ตามกฎหมายควบคู่กับลักษณะของสังคมไทยด้วย ซึ่งสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเห็นว่านโยบายดังกล่าวที่จูงใจให้ลงคะแนนเสียงหรือไม่ หากเป็นนโยบายที่ผิดกฎหมาย ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เราต้องไปดูในรายละเอียด เพราะผู้เสนอนโยบายกับพรรคการเมืองอาจเป็นคนละคนกัน จึงต้องตรวจสอบว่าพรรคการเมืองนั้นเสนอนโยบายอย่างไร” เลขาธิการ ระบุ
ส่วนประเด็นที่นายมงคลกิตติ์ ออกมาพูดเช่นนี้ จะเข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ต้องดูว่าพรรคเสนอนโยบายหรือไม่ ทั้งนี้นโยบายที่เป็นไปไม่ได้ หรือหลอกลวงหรือไม่จะต้องดูองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย
ย้ำพรรคการเมืองชงนโยบายหาเสียงต้องแจงที่มาของเงินให้ชัด
นายแสวง ยังให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ว่า วันนี้มี 51 พรรค และเหลืออีก 17 พรรค ที่ยังต้องส่งเพิ่มเติม และคาดว่าจะเสร็จตามระยะคือ ภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งจะมีข้อสังเกตของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และจะเผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับทราบ ทั้งส่วนที่เป็นนโยบายของพรรคและข้อสังเกตการณ์ของคณะกรรมการฯ ซึ่งตนเองก็ได้ให้ข้อสังเกตกับทางคณะกรรมการฯ คือการพยายามเขียนให้ประชาชนเข้าใจง่าย เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงิน และหนี้สาธารณะ ซึ่งอาจจะมีความซับซ้อนอยู่บ้างจะพยายามเขียนให้ได้ 2 หน้ากระดาษต่อ 1 พรรค
เมื่อถามว่าตอนนี้ยังไม่มีปัญหาที่นโยบายของพรรคทำได้หรือทำไม่ได้ใช่หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า มีทุกอย่าง มีทั้งโครงการที่ทำได้ แต่จะคุ้มค่าหรือมีความเสี่ยง หรือบางโครงการเป็นไปไม่ได้เลยก็มี
แจง กกต.แค่ตั้งข้อสังเกต แต่สั่งยกเลิกนโยบายไม่ได้
เมื่อถามว่าก่อนจะเผยแพร่จะมีการยกเลิกนโยบายที่เป็นไปไม่ได้เลยใช่หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เราไม่มีอำนาจในการยกเลิก เพียงแต่เป็นข้อสังเกต
เมื่อถามว่าในการพิจารณานโยบายของพรรคในวันนี้มีข้อห่วงใยอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า จากการประชุมในครั้งที่แล้วเราได้แจ้งไปยังทุกพรรคแล้ว ให้ระบุหรือชี้แจงที่มาของเงิน ส่วนเรื่องคุ้มค่าหรือมีความเสี่ยงเราจะเป็นคนพิจารณาเอง ส่วนที่มาของเงินอยากให้พรรคจำแนกและชี้แจงให้ได้ว่ามาจากไหน ทั้งจะมาจากงบประมาณ หรือเงินกองทุน
เมื่อถามว่าข้อสังเกตการณ์ของ กกต. อาจจะไปมีส่วนในการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งแบบนี้จะเป็นเหมือน กกต. เป็นผู้เล่นเอง นายแสวง กล่าวว่า ข้อสังเกตมีผลแน่นอน เพียงแต่เรารู้ว่าเราทำงานบนหลักการไหน ซึ่งตนก็พยายามย้ำกับคณะกรรมการฯ ในลักษณะที่ว่าแต่ก่อนประชาชนอาจจะเลือกพรรคเพราะชอบและฟังนโยบาย ตอนหลังมาอาจจะเลือกเพราะฟังข้อสังเกตการณ์ของคณะกรรมการฯ และพรรคเองก็อาจจะใช้ประโยชน์จากข้อสังเกตการณ์
เมื่อถามว่าถ้านโยบายขัดต่อวินัยการเงินการคลัง มีผลอย่างไรกับพรรคการเมือง นายแสวง กล่าวว่าคงไม่ขัด ตอนนี้แค่ตั้งข้อสังเกตว่าเหมาะหรือไม่เหมาะมากกว่า คือยังเป็นข้อสังเกต ซึ่งเราไม่ได้บอกว่าขัดหรือไม่ขัด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยังไม่ฟันธงนโยบาย “เต้” ขัดกฎหมายหรือไม่ ย้ำพรรคการเมืองหาเสียงต้องแจงที่มาของเงินให้ชัด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เลือกตั้งล่วงหน้า “นอกเขต” กับ “ในเขต” ต่างกันอย่างไร สรุปจบในที่เดียว ป้องกันเสียสิทธิ
- กกต. เผยงบจัดเลือกตั้ง 7.8 พันล้าน ยังไม่พบการซื้อเสียงช่วงนี้ ให้จับตาดูช่วงโค้งสุดท้าย
- “กุสุมาลวตี” จับมือ สว.สำรอง ทวงคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ซัด กกต. เตะถ่วง-รอผลศาล รธน.
- กกต. สั่งเร่งปราบซื้อเสียง ต้องจับให้ได้ - 35 พรรคแห่ร่วมแสดงความเห็นประชามติ
- สว.นันทนา บุก กกต. ขอหารือปม ปชช. ร้องขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติล่วงหน้า
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath