อื้ออึง! “บิล คลินตัน” เปลี่ยนใจขึ้นให้การต่อสภาคองเกรส "แฟ้มลับเอปสตีน" ภาพใหม่โผล่ชม “วัดพระแก้ว” พร้อมเอปสตีน-แม็กซเวลล์ ส่ง “จุฟเฟร” เข้าคอร์สนวดที่ “เชียงใหม่” สั่งพาเหยื่อหน้าใหม่พากลับอเมริกา
เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ - อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บิล คลินตัน และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ฮิลลารี คลินตัน ล่าสุดเปลี่ยนใจยอมตกลงขึ้นให้การต่อหน้าสภาคองเกรสสหรัฐฯในคดีแฟ้มลับเอปสตีนไม่กี่วันก่อนที่สภาจะโหวตลงโทษละเมิดอำนาจรัฐสภาสหรัฐฯฐานบ่ายเบี่ยงไม่ยอมขึ้นให้การตามหมายเรียก พบอดีตผู้นำสหรัฐฯใช้บริการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวฉายา “โลลิต้า เอ็กซเพรส” ของมหาเศรษฐีล่วงละเมิดเด็ก เจฟฟรีย์ เอปสตีน บินทำภารกิจการกุศลโปรเจกต์ Clinton Global Initiative แวะ "ไทย" เมื่อพฤษภาคม ปี 2002 และมีรายงานพบอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตรที่กรุงเทพฯ พร้อมภาพปริศนาโผล่ บิล คลินตัน , เจฟฟรีย์ เอปสตีน และ กีเลน แม็กซ์เวลล์ เข้าชมวัดดังในกรุงเทพฯ บังเอิญกับเหยื่อ เวอร์จิเนีย จุฟเฟร ถูกแม็กซ์เวลล์ส่งมาเรียนคอร์สนวดนานาชาติที่เชียงใหม่ปี 2002 พร้อมสั่งให้หาเหยื่อกลับไปอเมริกา
บีบีซีของอังกฤษรายงานวันนี้(3 ก.พ)ว่า อดีตผู้นำอเมริกัน บิล คลินตัน ที่ถูกเปิดเผยมีภาพมากมายในแฟ้มลับเอปสตีน เ172;ขายอมรับรู้จักมหาเศรษฐีล่วงละเมิดเด็ก เจฟฟรีย์ เอปสตีน ที่เสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายในเรือนจำนิวยอร์กเมื่อปี 2019 แต่คลินตันปฎิเสธไม่รู้เห็นการกระทำผิดของเพื่อนมหาเศรษฐีคนดังยืนยันตัดความสัมพันธ์ไปนานกว่า 20 ปีก่อนหน้า
การออกมากลับลำยอมขึ้นให้การต่อคณะกรรมาธิการสอบสวนรัฐสภาคองเกรสของทั้งอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บิล คลินตัน และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ฮิลลารี คลินตันในคดีแฟ้มลับเอปสตีนนี้จะทำให้คลินตันจากพรรคเดโมแครตกลายเป็นอดีตผู้นำสหรัฐฯคนแรกที่มาปรากฎตัวขึ้นให้การต่อหน้าสภาคองเกรสสหรัฐฯนับตั้งแต่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจอรัลด์ ฟอร์ด เมื่อปี 1983
ทั้งนี้คณะกรรมาธิการกำกับประจำสภาล่างสหรัฐฯนำโดยพรรครีพับลิกันที่มีสมาชิกพรรคเดโมแครตของคลินตันไม่กี่คนยกมือไฟเขียวเดือนที่ผ่านมาให้เดินหน้าลงโทษหลังทั้งคู่ปฎิเสธไม่ยอมมาให้การ
ในค่ำวันจันทร์(2) Angel Ure241;a ผู้ช่วยหัวหน้าคณะทำงานของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บิล คลินตัน ออกแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X ยืนยันว่า ทั้งคลินตันและฮิลลารีจะขึ้นให้การต่อหน้าคณะกรรมาธิการสหรัฐฯอย่างแน่นอน
“พวกเขาเจรจาอย่างสร้างสรรค์” Ure241;a ทวีตพร้อมโจมตีคณะกรรมาธิการว่า “(แต่)พวกคุณไม่”
พร้อมเสริมว่า “พวกเขากล่าวต่อคุณภายใต้คำสาบานในสิ่งที่คนเหล่านั้นรู้ แต่พวกคุณไม่สนใจ อย่างไรก็ตามอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯและอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯจะไปที่นั่น”
บีบีซีรายงานว่า ก่อนหน้าทั้งอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บิล คลินตัน และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ฮิลลารี คลินตัน ได้เคยให้คำให้การภายใต้คำสาบานแบบเป็นรายลักษณ์อักษรและได้ให้ข้อมูลที่มีจำกัดที่พวกเขามีเกี่ยวกับอดีตเพื่อนมหาเศรษฐี เจฟฟรีย์ เอปสตีน
แต่ทว่าทั้งคู่ปฎิเสธหมายเรียจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯโดยชี้ว่า เป็นแผนพยายามที่จะสร้างความอับอายให้กับคู่แข่งทางการเมืองตามคำบัญชาของประธานาธิบดีสหรัฐฯพรรครีพับลิกัน โดนัลด์ ทรัมป์
ทั้งนี้บิล คลินตันที่มีภาพอื้อฉาวมากมายทั้งอยู่ในสระว่ายน้ำร่วมกับอดีตคนรู้ใจเอปสตีน กีเลน แม็กซเวลล์ พร้อมกับสาวปริศนา นั้นที่ผ่านมายังไม่เคยถูกข้อหาการกระทำผิดโดยเหยื่อที่รอดชีวิตของเอปสตีน
เขาเป็นที่รู้กันเหมือนเช่นทรัมป์ว่า ได้เคยใช้บริการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของเอปสตีนออกเดินทางไปเยือนประเทศต่างหลังสมัยดำรงตำแหน่ง และที่สำคัญยังพบว่าอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คลินตัน เคยใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเอปสตีนที่มีฉายาว่า “โลลิตา เอ็กซเพรส” ไม่ต่ำกว่า 17 เที่ยวบินเพื่อโปรโมทกิจการกุศลของตัวเอง โปรเจกต์ Clinton Global Initiative ของมูลนิธิของตัวเอง Clinton Foundation
โดยในรายละเอียด นิวสวีคของสหรัฐฯเคยรายงานเมื่อวันที่ 2 ม.ค ปี 2024 ว่า ไฟลท์ล็อกรายละเอียดเที่ยวบินที่หนึ่งในนักบินของเจฟฟรีย์ เอปสตีนได้จดบันทึกและถูกใช้ในศาลสหรัฐฯแสดงให้เห็นว่า อดีตประธานาธิบดีคลินตันบินจากนิวยอร์ก-อังกฤษและกลับมาสหรัฐฯเมื่อมีนาคมปี 2002 และจากเมืองตากอากาศอัตสึงิ (Atsugi)จ. คานางาวะของญี่ปุ่นมาที่ 2 จุดในจีนและมายังสิงคโปร์ รวมถึงไทย และบรูไน เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 22 พ.ค ปี 2002 – วันที่ 25 พ.ค ปี 2002
สื่อปาล์มบีชโพสต์ของสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันที่ 7 ส.ค ปี 2025 ว่า บิล คลินตัน ใช้เครื่องบินส่วนตัวของเอปสตีนไม่ต่ำกว่า 17 ครั้งโดยมีจุดหมายปลายทางทั้งไซบีเรีย จีน และที่อื่นๆที่บางครั้งไม่มีตำรวจลับสหรัฐฯที่ทำหน้าที่อารักขาติดตัวไปด้วย อ้างอิงจากฟ็อกซ์นิวส์รายงานเมื่อวันที่ 13 พ.ค ปี 2016 พบว่า ทริปเอเชีย 5 เที่ยวบินระหว่างวันที่ 22 พ.ค ปี 2002 – วันที่ 25 พ.ค ปี 2002 นั้นไม่ปรากฏว่ามีเอเจนต์ตำรวจลับอยู่ในรายชื่อผู้โดยสารเครื่องบินโลลิตา เอ็กซเพรสที่มีการแวะพักที่บรูไน กรุงเทพฯ(ไทย) และจุดอื่นๆมากมายในจีน ญี่ปุ่น และรัสเซีย
โดยสื่อ Midland Daily News ของสหรัฐฯรายงานวันที่ 25 พ.ค ปี 2002 ว่า อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บิล คลินตัน พบผู้นำไทยในเวลานั้น นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่ทำเนียบรัฐบาลและมีการเลี้ยงอาหารกลางวันที่นั่น การพบปะผู้นำไทยเป็นส่วนหนึ่งของทัวร์อดีตประธานาธิยบดีสหรัฐฯในการโปรโมท Clinton Global Initiative
นักข่าวเอพี Napat Kongsawad ได้โพสต์วานนี้(2)เป็นภาพอดีตผู้นำอเมริกัน บิล คลินตัน มาพร้อมเพื่อนมหาเศรษฐีอื้อฉาว เจฟฟรีย์ เอปสตีน และคนรู้ใจ กีเลน แม็กซเวลล์ กำลังอยู่ในวัดไทยที่สันนิษฐานว่าอาจเป็นวัดพระแก้วในกรุงเทพฯ แต่ไม่ทราบวันที่
นักข่าวเอพีโพสต์ว่า “การเปิดเผยของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ทั้งเอปสตีนและแม็กซเวลล์มาพร้อมอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บิล คลินตัน ในทริปการเยือนไทย” และในการโพสต์ยังระบุว่า ในปี 2002 นั้นเหยื่อ เวอร์จิเนีย จุฟเฟร ที่ฟ้องร้องอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก หรือปัจจุบัน แอนดรูว์ ถูกเอปสตีนส่งมาเพื่อพบกับ “เด็กสาวคนหนึ่ง” ในไทยที่คาดว่าจะเป็นเหยื่อหน้าใหม่อีกราย
ทั้งนี้อ้างอิงจากเอกสารศาลแขวงใต้นิวยอร์ก เมื่อวันที่ 9 ส.ค ปี 2019 โดยมีโจทก์คือ เวอร์จิเนีย จุฟเฟร และจำเลย กีเลน แม็กซ์เวลล์ ภายใต้หัวข้อ “Thailand Folder with Defendant’s Phone Number” ระบุว่าจุฟเฟรในขณะที่มีอายุ 19 ปีถูกส่งมาไทยเพื่อเข้าคอร์สอบรมการนวดนานาชาติที่จ.เชียงใหม่ อ้างอิงชื่อจังหวัดจากวิกีพีเดีย และจำเลยคือแม็กซเวลล์สั่งให้เธอพบกับหญิงสาวอายุน้อยรายหนึ่งที่นั่นและสั่งให้นำตัวกลับไปอเมริกาให้กับเอปสตีนและแม็กซเวลล์
โดยมีตั๋วเครื่องบินที่แม็กซ์เวลล์มอบให้จุฟเฟร พร้อมกับเธอยังเขียนชื่อ “เหยื่อหญิงสาวอายุน้อย” ที่จุฟเฟรจะได้พบ ในเอกสารศาลระบุว่าค่าใช้จ่ายที่พักโรงแรมในไทยนั้นเจฟฟรีย์ เอปสตีนเป็นผู้ออก
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO