“คดี44 สส.ก้าวไกล” รอซ้ำ “พรรคส้ม” จ่อเขย่า “แม่ทัพ” จนหมดกระดาน !
ขณะที่ปีก “อนุรักษ์นิยม” กำลังคึกคักอยู่กับการตั้งรัฐบาลใหม่“พรรคภูมิใจไทย”จะเลือก “พรรค” ไหน เข้าร่วมขบวนกันบ้าง
ปรากฏว่า เมื่อหันกลับไปมอง ฝั่ง “เสรีนิยมประชาธิปไตย” อย่าง “พรรคประชาชน” กลับพบว่า สัญญาณชีพเวลานี้ แม้จะไม่ถึงขั้น “อ่อนแรง” แต่ไม่ได้ “แรง” เหมือนเช่นเคย
การเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา แม้จะเต็มไปด้วยสารพัดข้อเคลือบแคลง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ ไปสู่การยื่นคำร้องให้องค์กรอิสระ ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน นำเรื่องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัย ถึงขั้นให้การเลือกตั้งเป็น“โมฆะ”
แต่เมื่อยังไม่มีคำวินิจฉัย จากศาลรัฐธรรมนูญออกมา เพราะเรื่องยังเดินไปไม่ถึง ทางด้านกกต.จึงต้องเดินหน้า ประกาศรับรองสส. เขตเลือกตั้ง ในวันนี้ (25 ก.พ.)เพื่อให้ครบ 95% จะอยู่ที่ตัวเลข 385 คน จากนั้นจะไปประกาศรับรองสส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในสัปดาห์หน้า และตามขั้นตอน สภาฯจะเปิดประชุมภายใน 15 วัน เพื่อเลือกนายกฯคนใหม่
แม้ในระหว่างนี้ จะข้อท้วงติง จากหลายฝ่าย ที่เตือนไม่ให้กกต. เร่งรับรองสส. ไปก่อน ขณะที่ยังปัญหาข้อร้องเรียน และยังมีการนับคะแนนในบางหน่วยเลือกตั้ง แต่กกต.เองต้องเดินหน้าต่อ
ประเด็นความเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อกกต.ประกาศรับรองสส. ไปจนถึงวันเปิดประชุมสภาฯ นัดแรก ไม่ได้ถูกโฟกัสเฉพาะที่การตั้งรัฐบาลใหม่ หรือการโหวต “นายกฯคนที่ 33” เท่านั้น
อย่าลืมว่า พรรคประชาชน ยังคดีร้อนๆ ที่รออยู่ นั่นคือการกระชับพื้นที่ ด้วยเงื่อนตาย“คดี 44 อดีตสส.ก้าวไกล” ที่เคยร่วมกันลงชื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย ม.112 รออยู่ และเป็นเหมือน “พายุลูกใหญ่” ที่พร้อมจะกระแทกพรรคส้ม จนส่งผลกระทบว่าพรรคจะไปอย่างไร และจะเหลือ “แม่ทัพ” คนไหน จากนี้
สำหรับคดีดังกล่าวนี้ ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด 44 อดีตสส.ก้าวไกล จากนั้นได้ส่งเรื่องไปยัง “ศาลฎีกา” เพื่อให้พิจารณากรณี “ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง” ภายใน 30 วัน
และหากนับจนถึงวันนี้ ผ่านไปแล้วเกือบ 20 วัน เท่ากับว่า เวลาสำหรับบรรดา “ว่าที่สส.” ของพรรคประชาชน แต่เคยมีชื่ออยู่ในกลุ่ม 44 อดีตสส.ก้าวไกล ต้องลุ้นระทึกกันช้อตต่อไปว่า เมื่อกกต.ประกาศรับรอง “สถานะ” การเป็นสส.ใหม่แล้ว
จากนั้นเมื่อหากศาลฎีกา “ประทับรับฟ้อง” แล้ว ต้อง “หยุดปฏิบัติหน้าที่” ทันที และหากต่อมาศาลฯ สถานการณ์ ของ ว่าที่สส.ใหม่ พรรคประชาชน ที่เคยอยู่ในกลุ่ม 44 อดีตสส.ก้าวไกล จะต้องเดินไปสู่ “ฉากจบ” โดยที่ยังไม่ทันได้เริ่มทำหน้าที่ “พรรคฝ่ายค้าน” หรือไม่ ?
และเมื่อศาลฎีกา มีคำวินิจฉัย “ยืนตาม” มติของป.ป.ช.
ทั้งนี้ เมื่อดูจากรายชื่อ อดีตสส.พรรคก้าวไกล ที่ย้ายมาอยู่พรรคประชาชน แต่ยังอยู่ใน “กลุ่มเสี่ยงสูง” มีทั้งสิ้น 10 ราย
ได้แก่ 1.ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ศิริกัญญา ตันสกุล ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ รังสิมันต์ โรม ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ
ณัฐวุฒิ บัวประทุม ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ วาโย อัศวรุ่งเรือง ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ว่าที่ สส.กทม. เขต 33 และธีรัจชัย พันธุมาศ ว่าที่ สส.กทม. เขต 18
แม้นักกฎหมาย บางสำนัก และแกนนำพรรคประชาชน เองยังมีความหวังว่า ถึงป.ป.ช. จะชี้มูล แบบ “เหมาเข่ง” แต่ การพิจารณาของศาลฎีกา อาจจะออกมาแบบเฉพาะราย โดยดูจาก “พฤติการณ์” แต่นั่นเป็นเพียงการคาดการณ์ ในสถานการณ์ที่ “เลวร้ายน้อยที่สุด”
แต่ในทางกลับกัน หากศาลฎีกา มีคำวินิจฉัยออกมา ว่า “ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง” จะนำไปสู่การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งหากเลวร้าย “ที่สุด” จะถึงขั้น ถูกตัดสิทธิตลอดไป เท่ากับเป็นโทษหนัก “ประหารชีวิตทางการเมือง”
ในยามที่พรรคส้ม อ่อนแรง หลังผ่านศึกเลือกตั้งครั้งล่าสุด ไม่ว่าจะเสีย “แม่ทัพ” คนใดไป ก็ย่อม “สะเทือน” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อยู่ดี
โดยเฉพาะ เมื่อไล่เรียงจากแกนนำที่ยังเหลืออยู่หลังการยุบพรรคเกิดขึ้นไปแล้ว 2 รอบ พบว่าพรรคกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการขาดตัว “แม่ทัพ” ที่กอบกู้พรรคให้กลับมามีกระแสความนิยมที่พุ่งสูง เหมือนการเลือกตั้งในปี 2562 และ2566 ที่ผ่านมาได้
ดังนั้นหากพิษจาก คดี44 อดีตสส.ก้าวไกล ออกมาในทางที่เป็น “ลบ” พรรคส้มต้องเสีย ณัฐพงษ์ ออกจากกระดาน พรรคอาจจะมีแต่ “ถอยหลัง” ลงไป !