โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กกต.รับรองสส. เร่งสปีดอำนาจบริหาร เจาะไทม์ไลน์รัฐบาลใหม่พฤษภาคม69

PostToday

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พลวัตทางการเมืองไทยกลับมาคึกคักและมีหมุดหมายที่ชัดเจนขึ้นทันที เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เริ่มขยับฟันเฟืองสำคัญด้วยการประกาศรับรองส.ส. เขตจำนวน 396 คน โดยเหลือเพียง 4 เขตที่ถูกแขวนไว้เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ความเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงแต่เป็นขั้นตอนทางธุรการตามกฎหมาย แต่คือการ "เปิดเกม" อย่างเป็นทางการที่ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลชุดใหม่กำลังจะก่อร่างสร้างตัวเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้

3 คีย์พอยต์สำคัญ: จุดเปลี่ยนการเมืองไทย

สปีดการรายงานตัวและเปิดสภา: กกต. คาดการณ์ว่าจะประกาศรับรอง ส.ส. บัญชีรายชื่ออีกประมาณ 100 คนในช่วงต้นสัปดาห์หน้า (วันจันทร์) ซึ่งจะทำให้จำนวน ส.ส. เกินเกณฑ์ขั้นต่ำ 475 คน (95%) สำหรับการเปิดสภาได้ทันที โดยผู้ที่ได้รับการรับรองสามารถเริ่มรายงานตัวได้ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้

สมรภูมิโหวตนายกฯ และกระบวนการฟอร์มทีม: เมื่อเปิดสภาได้ในเดือนมีนาคม ประธานรัฐสภาจะนัดประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการชิงไหวชิงพริบเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนในสภา

ยกระดับการตรวจสอบประวัติเข้มข้น: ภายใต้กฎหมายใหม่และบรรทัดฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวางไว้ การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติอย่างละเอียด ป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

เจาะลึกเส้นทางสู่รัฐบาลสมบูรณ์แบบ

หากพิจารณาตามไทม์ไลน์ที่ปรากฏ จะเห็นความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในด้านระยะเวลา จากเดิมที่เคยมองว่ารัฐบาลใหม่อาจต้องรอจนถึงเดือนมิถุนายน แต่ด้วยการเร่งรับรอง สส. ในครั้งนี้ ทำให้กระบวนการทั้งหมดถูกบีบอัดให้เร็วขึ้น จน คาดว่าภายใน เดือนพฤษภาคม คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะสามารถเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณและแถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้สำเร็จ

ในมุมมองเชิงกลยุทธ์ การที่ไทม์ไลน์ขยับเร็วขึ้นส่งผลโดยตรงต่อการต่อรองผลประโยชน์และการจัดสรรโควตารัฐมนตรี พรรคการเมืองต่างๆ ต้องเร่งสรุปข้อตกลงให้จบภายในเวลาประมาณ 3 สัปดาห์หลังได้ตัวนายกรัฐมนตรี ความเร่งด่วนนี้อาจเป็นทั้งโอกาสในการสร้างเสถียรภาพ และความท้าทายในการกลั่นกรองบุคคลให้เหมาะสมกับตำแหน่งภายใต้สายตาที่จับจ้องของประชาชนและองค์กรตรวจสอบ

การตรวจสอบประวัติในครั้งนี้ถือเป็น"บททดสอบหิน" ของรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากต้องดำเนินตามบรรทัดฐานที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐมนตรีทุกคนมีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระบวนการที่กินเวลาเกือบหนึ่งเดือนนี้เองที่เป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้กับตัวนายกรัฐมนตรีในระยะยาว

การเมืองไทยในสัปดาห์หน้าจะเป็นต้นสายของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากสนามเลือกตั้งสู่สนามนิติบัญญัติ และจบลงที่ทำเนียบรัฐบาลภายในเดือนพฤษภาคม เมื่อทุกฟันเฟืองทำงานสอดประสานกันเช่นนี้ ประเทศไทยก็พร้อมจะขับเคลื่อนด้วยคณะบริหารชุดใหม่อย่างเต็มตัว

เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...