โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมฟันโฟลว์ต่างชาติเข้าหุ้นไทยสูงสุดในรอบหลายปี

ทันหุ้น

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ทันหุ้น-ฟันด์โฟวล์ต่างชาติมีแนวโน้มออกจากหุ้น “เติบโต” ไหลเข้าหุ้น “คุณค่า” ต่อเนื่อง หลังจ้างงานสหรัฐฯ ดีกว่าคาด กังวลเฟดชะลอลดดอกเบี้ย-Valuations gap หุ้นคุณค่าเทียบหุ้นเติบโตยังกว้าง: การหมุนเงินลงทุนต่างชาติเข้ากลุ่มหุ้นคุณค่า (valuation-driven rotation) ได้หนุนผลตอบแทนหุ้นคุณค่าโลก (MSCI World Value Index) ให้ปรับตัวขึ้นกว่า 7% จากต้นปี สวนทางหุ้นกลุ่มเติบโตโลก (MSCI World Growth Index) ที่ติดลบกว่า 1% แต่ทิศทางมีแนวโน้มเข้าหุ้นคุณค่าต่อเนื่อง หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรฯ สหรัฐฯ ดีกว่าคาด ทำให้ดัชนี US Economic Surprise Index ซึ่งเป็นมาตรวัดว่าตัวเลขเศรษฐกิจจริงออกมา “ดีกว่า” หรือ “แย่กว่า” ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทำจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน สร้างความกังวลเฟดชะลอลดดอกเบี้ย เข้าสู่ภาพ “good news is bad news” หรือ “ข่าวดีกลายเป็นข่าวร้าย”

ขณะที่ Valuation gap ของ SET50 เทียบ SSET ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี โดย SET50 ซื้อขาย PER สูงกว่า SSET ถึงราว 50% เทียบค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ราว 9%

ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นทั้งใน-ต่างประเทศ อาจจำกัด upside ระยะสั้น หลังความเสี่ยงสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านยังรุนแรง แม้หนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำ แต่อาจกดดันตลาดโดยรวมย่อตัว ขณะที่ ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ อาจชะลอฟันด์โฟลว์ต่างชาติระยะสั้น กรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งเป็นความลับ-ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 85 หรือไม่ อาจเริ่มเข้ามากดดันตลาดหุ้นมากขึ้น หากผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องถึงศาล

ในขณะที่ ระยะกลาง-ยาว จากเสถียรภาพรัฐบาลที่ดีกว่าคาด ทำให้การผลักดันนโยบายมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงสุญญากาศทางการเมือง และจำกัดความเสี่ยงงบประมาณปี 2027 ล่าช้า ทำให้ประเมิน SET index target ปลายปี 2026 มีโอกาสขึ้นไปที่ 1570 (best case) ประเมินเม็ดเงินไหลเข้าหุ้น laggard มากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นกลาง ราคาต่ำมูลค่า-กำไรฟื้นหลังเลือกตั้ง ได้แก่ PR9, PLANB, BBIK, SYNEX, HMPRO, BDMS, CPALL, CRC, BGRIM, GPSC

ขณะที่ Valuations หุ้นคุณค่าโลก ยังซื้อขาย PER ถูกเกินไป โดยต่ำกว่าหุ้นเติบโตโลกถึง 43% เทียบค่าเฉลี่ยระยะยาวราว 31% ทำให้ประเมินเม็ดเงินต่างชาติยังไหลเข้าหุ้นคุณค่าในตลาดเกิดใหม่ (emerging market) ต่อเนื่อง โดยเฉพาะไทย ที่ปัจจุบันยังซื้อขาย PER ต่ำกว่าหุ้นโลก (MSCI All-Country World) ถึง 33% และต่ำกว่าหุ้นเอเชีย (MSCI Asia ex Japan) ถึง 15% ยังต่ำสุดในรอบ 16 ปี แม้จากต้นปีต่างชาติเข้าหุ้นไทยแล้วถึง 4.6 หมื่นล้านบาท โดยเดือนก.พ. เดือนเดียวเข้าถึง 4.2 หมื่นล้านบาท หรือ ราว 6.8% ของมูลค่าซื้อขายทั้งหมด เทียบค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ราว 2% ต่อเดือน นับเป็นการซื้อสูงสุดตั้งแต่ช่วงหลังโควิด

ความเชื่อมั่นการเมืองในประเทศสูงขึ้น หนุนฟันด์โฟวล์ต่างชาติเข้าต่อ: หลังผลการเลือกตั้งชัดเจนขึ้น พรรคภูมิใจไทยได้จำนวนสส. มากกว่าตลาดคาด และมีแนวโน้มจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก ที่มีเสถียรภาพ เพิ่มโอกาสผลักดันนโยบายที่ราบรื่นขึ้น จะเป็น sentiment เชิงบวกต่อหุ้นบลูชิพ (Blue chip stock)

โมเมนตัมนักท่องเที่ยวจีนเร่งตัวขึ้น หนุนกลุ่มท่องเที่ยว: จำนวนนักท่องเที่ยวจีนฟื้นต่อเนื่อง +15% WoW ในช่วง 26 ม.ค.-1 ก.พ. และเร่งตัว +31% WoW แตะระดับ 1.5 แสนคนในช่วง 2-8 ก.พ. พร้อมจำนวนที่นั่งโดยสารสายการบิน (seat capacity) จากจีนที่เข้ามาในไทยเร่งตัวขึ้นจากระดับ 62% ของระดับก่อนโควิดปี 2019 ในช่วงต้นม.ค. ก่อนขึ้นแตะระดับ 75% ในต้นเดือน ก.พ 2026 และคาดเร่งตัวต่อเนื่องในช่วงตรุษจีนกลางก.พ. หนุนกลุ่มโรงแรม

การบริโภคฟื้นบางกลุ่ม ของกิน-ของใช้จำเป็น-สินค้า IT ยังโต แม้โดยรวมยังอ่อนแอ: เริ่มเห็นการฟื้นตัวสำหรับ CPALL ที่ยอดขายสาขาเดิม (SSS) อยู่ที่ +0.4% (เทียบ 4Q25 ที่ -2%) และยอดขายรวมสินค้า IT ยังแข็งแกร่ง ยอดขายค้าปลีกคาดโต +10% ในม.ค.-ก.พ. (เทียบ 4Q25 ที่ +10%) ขณะที่ ยอดขายส่งสินค้า IT คาดโต +5 ถึง +7% ในม.ค.-ก.พ. (เทียบ 4Q25 ที่ +7%)แต่ SSS กลุ่มค้าปลีก เดือนม.ค. 2026 ยัง -2% (เทียบ 4Q25 ที่ -4%) โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างหดตัว -6% (เทียบ 4Q25 ที่ -7%)

แรงหนุนดังกล่าวดันตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง และกระจายตัวมากขึ้น (broad-based): โครงสร้างตลาด (market breadth) แข็งแกร่งขึ้น สัดส่วนจำนวนหุ้นที่ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน แต่ระยะสั้น ตลาดเริ่มเข้าสู่สภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) ทำให้มีโอกาสเริ่มชะลอความร้อนแรงลง อาจเห็นเม็ดเงินเริ่มหมุนมาหุ้น laggard มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นกลางที่ราคายังต่ำมูลค่า-กำไรยังโต หลัง market breadth ของกลุ่มหุ้นขนาดกลาง-เล็ก (SSET) เริ่มปรับตัวดีขึ้น สัดส่วนจำนวนหุ้นที่ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...