แบรนด์หุ่นยนต์ดูดฝุ่นจีนรุกตลาดโลกอย่างแข็งแกร่ง
ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี มีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นแบรนด์จีนอย่าง Roborock และ Dreame หลายรุ่นจำหน่ายในราคา 200–2,000 ยูโร (7,300-73,000 บาท)
ผู้บริโภคหลายคนระบุว่า เมื่อเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ อย่างหุ่นยนต์ดูดฝุ่น พวกเขาจะนึกถึงสินค้า แบรนด์จีนเป็นอันดับแรก ลูกค้าบอกว่า สินค้าจีนราคาดี คุณภาพดี และที่สำคัญ คือ เรื่องนวัตกรรม ขณะที่ลูกค้าอีกรายบอกว่า แบรนด์จีนมักจะเป็นผู้นำเทคโนโลยี ทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจแบรนด์จีน
ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด GFK ระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2025 หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่จำหน่ายในยุโรปตะวันตกเป็นแบรนด์จีนมากกว่าร้อยละ 60 ขณะที่ International Data Corporation หรือ IDC ระบุว่า ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2025 ปริมาณการจัดส่งหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะทั่วโลกอยู่ที่ 17.4 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แบรนด์จีนอย่าง Roborock Ecovacs Dreame Xiaomi และ Narwal ติดอันดับ 5 อันดับแรกของโลกในด้านปริมาณการจัดส่ง โดยมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันเกือบร้อยละ 70 ของตลาดโลก
ที่โรงงานผลิตหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในเมืองฮุ่ยโจว มณฑลกวางตุ้ง คนงานกำลังเร่งผลิตหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Consumer Electronics Show หรือ CES ที่สหรัฐอเมริกา
โรงงานได้ปรับสายการผลิตตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 และเตรียมสต็อกสินค้าไว้ล่วงหน้าสำหรับตลาดต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่า สินค้าใหม่จะสามารถส่งถึงผู้บริโภคทั่วโลกได้เร็วที่สุด
Quan Gang ประธานบริษัท Roborock กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา Roborock มียอดจัดส่งทั่วโลกมากกว่า 7.2 ล้านเครื่อง ปัจจุบันมีจำหน่ายในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก
ขณะที่โรงงานผลิตหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในเมืองตงกวน มณฑลกวางตุ้ง ยกระดับสายการผลิตด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต Zhang Junbin ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Narwal Robotics กล่าวว่า ปีนี้ บริษัทได้รับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศแล้วไม่น้อยกว่า 300–400 ล้านหยวน (1,380-1,840 ล้านบาท)
คลิปข่าวจากภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CMG)