โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

WEF ชี้ทางรอดอธิปไตย AI แนะพึ่งพากันเชิงกลยุทธ์สู้ศึกเศรษฐกิจอัจฉริยะ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum: WEF) ร่วมกับ Bain & Company เผยแพร่รายงานสมุดปกขาวฉบับเดือนมกราคม 2569 ในหัวข้อ "Rethinking AI Sovereignty: Pathways to Competitiveness through Strategic Investments" ระบุว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีอีกต่อไป แต่เป็นขีดความสามารถหลักที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ในศตวรรษที่ 21

ตัวเลขการลงทุนพุ่งกระฉูด: โครงสร้างพื้นฐานคือหัวใจสำคัญ รายงานระบุว่าการลงทุนในAI ทั่วโลกกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2573 มูลค่าการลงทุนรายปีจะเพิ่มขึ้นดังนี้:

  • การประยุกต์ใช้ AI (AI Applications): คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 48.75 พันล้านบาท)
  • โครงสร้างพื้นฐานAI (AI Infrastructure): เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Centers) และระบบประมวลผล คาดว่าจะสูงถึง 400 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13 ล้านล้านบาท)

ปัจจุบัน สหรัฐอเมริกาและจีนยังคงเป็นผู้นำโดยครองส่วนแบ่งการลงทุนรวมกว่า 65% ในห่วงโซ่คุณค่าAI ขณะที่จำนวนศูนย์ข้อมูลระดับไฮเปอร์สเกล (Hyperscale Data Centers) ทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มเป็นเกือบ 2,000 แห่งภายในปี 2573 จากที่มีเพียง 300 แห่งในปี 2559

5 รูปแบบต้นแบบ (Archetypes) สู่ความสำเร็จด้าน AI รายงานได้จำแนกกลุ่มประเทศตามระดับความพร้อมและจุดแข็งออกเป็น 5 รูปแบบ เพื่อให้ผู้นำนโยบายใช้เป็นแนวทางในการกำหนดกลยุทธ์:

  • Global AI Value Chain Leaders: กลุ่มผู้นำที่ลงทุนครบวงจรในทุกองค์ประกอบของห่วงโซ่คุณค่า
  • Ecosystem Builders: ประเทศเศรษฐกิจขั้นสูงขนาดเล็กที่เน้นสร้างระบบนิเวศในท้องถิ่นและพันธมิตรระหว่างประเทศ เช่น สิงคโปร์
  • Selective Players: เน้นลงทุนเฉพาะจุดที่ตนเองมีศักยภาพ เช่น ด้านข้อมูล หรือโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะทาง
  • Adoption Accelerators: เน้นการเร่งนำ AI มาประยุกต์ใช้ในวงกว้าง เช่น อินเดีย
  • Emerging Collaborators: กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาศักยภาพผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศและแหล่งทุนสนับสนุนภายนอก

กรณีศึกษา: สิงคโปร์ และ อินเดีย

  • สิงคโปร์: เป็นตัวอย่างของ "Ecosystem Builder" ที่มีการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่แข็งแกร่งร่วมกับภาคเอกชน และมีการสร้างโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่เน้นบริบทในภูมิภาค (เช่น SEA-LION)
  • อินเดีย: พลิกบทบาทจากผู้ร่วมมือหน้าใหม่สู่ "Adoption Accelerator" ผ่านโครงการใหญ่อย่าง IndiaAI Mission ที่ได้รับงบประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 42.25 พันล้านบาท) เพื่อขยายระบบประมวลผลในประเทศและสนับสนุนสตาร์ทอัพ

ข้อเสนอแนะสำหรับผู้นำนโยบาย รายงานเสนอให้รัฐบาลปรับนิยามของ "อธิปไตยทาง AI" จากเดิมที่เน้นการพึ่งพาตนเองแบบเบ็ดเสร็จ (Self-sufficiency) มาเป็นการ "พึ่งพากันเชิงกลยุทธ์" (Strategic Interdependence) โดยมีข้อพิจารณาสำคัญ 5 ประการ:

  • กำหนดกลยุทธ์ที่ชัดเจน: ลงทุนในจุดที่ประเทศมีความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ ไม่หว่านงบประมาณไปทั่ว
  • สร้างพันธมิตร: ร่วมมือกับพันธมิตรที่ไว้วางใจได้เพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีที่ต้นทุนสูงเกินกว่าจะทำเอง เช่น ชิปประมวลผลขั้นสูง
  • สนับสนุนระบบนิเวศท้องถิ่น: ให้แรงจูงใจทางภาษีและเงินทุนวิจัยเพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก
  • ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานที่ทำงานร่วมกันได้ (Interoperability): เพื่อลดการผูกขาดจากผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง
  • พัฒนาทักษะบุคลากร: ผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและอุตสาหกรรม

รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่าการตัดสินใจลงทุนในช่วง 2-3 ปีต่อจากนี้ จะเป็นตัวกำหนดว่าใครจะเป็นผู้ชนะในระบบเศรษฐกิจอัจฉริยะระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...