โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ยาลดความดันโลหิต’ ใช้ผิดวิธี ซ้ำเติมโรคร้าย

เดลินิวส์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
1 ใน 4 ของคนไทยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งต้องพึ่งพายาลดความดันโลหิตเพื่อควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่การใช้ยาที่ไม่ถูกวิธีอาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิด หากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

“เดลินิวส์” ขอนำเสนอบทความของ “ภญ.นันทพร เล็กพิทยา” หัวหน้างานเภสัชกรรมคลินิก ฝ่ายเภสัชกรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับสิ่งที่ควรใส่ใจและระมัดระวังในการรับประทานยารักษาโรคสำคัญ นั่นคือ “ยาลดความดันโลหิต” ว่า โรคความดันโลหิตสูงเป็นภัยเงียบที่กระทบต่อสุขภาพของคนไทยในยุคปัจจุบัน โดยมีข้อมูลว่า 1 ใน 4 ของคนไทยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งต้องพึ่งพายาลดความดันโลหิตเพื่อควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่การใช้ยาที่ไม่ถูกวิธีอาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิด หากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจาก “ยาลดความดันโลหิต”

-เวียนศีรษะ หน้ามืด

-ไอเรื้อรัง

-ปวดที่ขาและข้อเท้า

ความเสี่ยงจากการใช้ “ยาลดความดันโลหิต” ผิดวิธี

X ลืมกินยาบ่อย ทำให้ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้

X ปรับขนาดยาเอง เสี่ยงผลข้างเคียงหรือลดประสิทธิภาพของยา

X หยุดยาเอง ทำให้ไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้

X ใช้ยากับสมุนไพร โดยไม่ปรึกษาแพทย์อาจลดผลของยา

ข้อแนะนำการใช้ยาอย่างปลอดภัย

1.กินยาให้ตรงเวลา เพื่อควบคุมระดับความดันโลหิตให้คงที่

2.ไม่หยุดยาเอง ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนปรับยา

3.วัดความดันโลหิตเป็นประจำ เพื่อใช้ในการประเมินผลการรักษา

4.เลี่ยงการซื้อยารับประทานเอง รวมถึงสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

รู้หรือไม่ ? การหยุดยาลดความดันโลหิตโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ ทำให้ระดับความดันโลหิตสูง ส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจและโรคหลอดเลือด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน โรคไตเรื้อรัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...